เจาะลึก indicator ยอดฮิต ตอนที่ 4 "RSI"

วันนี้ขอนำเสนอบทความ เจาะลึก indicator ยอดฮิต ตอนที่ 4 "RSI" มาถึงตอนที่ 4 กันแล้วกับซี่รี่ย์ เจาะลึก indicator ยอดฮิต คราวนี้มาดูกันว่า indicator RSI. ที่นักลงทุนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเนี่ยมีสามารถบอกอะไรเราได้บ้าง เพื่อนำไปสร้างกลยุทธ์หรือเทคนิคที่ให้ผลตอบแทนกับเรา จะรอช้าอยู่ทำไม ไปดูกันเลยดีกว่าครับ


Relative Strength Index (RSI.)


          ผู้คิดค้น RSI. Indicator คือ J. Welles Wilder ซึ่ง RSI. นั้นเป็น indicator ประเภท   momentum oscillator ใช้สำหรับวัดการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้น โดยค่าของ RSI. นั้นจะแกว่งอยู่ในช่วง 0 - 100 ซึ่งคำนวณได้ดังนี้
          
หมายเหตุ : ในส่วนการคำนวณ RSI. นั้น ถ้าผู้ที่ไม่สนใจการคำนวณ ข้ามไปในส่วนของการใช้งานได้เลยครับ


 ตัวอย่างการคำนวณ Relative Strength Index โดยทั่วไปจะนิยมใช้ 14 วัน


ค่าที่ได้นั้นจะแตกต่างกันเล็กน้อย (แต่ไม่มีผลกระทบต่อสัญญาณซื้อ-ขาย) เพราะว่า RSI. นั้นต้องใช้ค่าในอดีต 14 วัน ซึ่งหากเปลี่ยนช่วงเวลา (Timeframe) ก็จะมีค่าแตกต่างกัน 


 การใช้งาน : บอกภาวะ Overbought – Oversold, Divergence, Failure Swing, Trend identification (Trend ID) , Positive & Negative Reversal  


Relative Strength Index Interpretation (การตีความ RSI.)

1. Overbought – Oversold indentifacation (บ่งชี้ภาวะซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป)


       a. RSI. เข้าสู่ Overbought เมื่อ RSI. > 70 [ในภาพ เส้นสีเหลือง อยู่เหนือ เส้นสีเขียว]




        b. RSI. เข้าสู่ Oversold เมื่อ RSI. < 30 [ในภาพ เส้นสีเหลือง อยู่ใต้เส้น เส้นสีน้ำเงิน]


2. Divergence : Bullish Divergence & Bearish Divergence

3. Failure Swing (รูปแบบจะคล้ายกับ การเกิด Divergence และเกิดบริเวณจุดสูงสุด/ต่ำสุด สัมพัทธ์บริเวณนั้น)

      a. Bullish Failure Swing 

สัญญาณ Bullish Failure Swing เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นของแนวโน้มขาลงก่อนหน้า (มักเกิดที่จุดต่ำสุดสัมพัทธ์บริเวณนั้น) ดังภาพด้านบน
      b. Bearish Failure Swing 
สัญญาณ Bearish Failure Swing เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลงของแนวโน้มขาขึ้นก่อนหน้า (มักเกิดที่จุดสูงสุดสัมพัทธ์บริเวณนั้น) ดังภาพด้านบน

4. Trend identification (Trend ID)



o   Bull Market : ในตลาดขาขึ้น RSI. จะเคลื่อนที่ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 40-90 และ Zone 40-50 จะทำหน้าที่เป็นแนวรับในแนวโน้มขาขึ้น ดังภาพด้านล่าง

o   Bear Market : ในตลาดขาลง RSI. จะเคลื่อนที่ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 10-60 และ Zone 50-60 จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านในแนวโน้มขาลง ดังภาพด้านล่าง


5. Positive & Negative Reversal (จะเกิดหลังจากผ่านจุดสูงสุด/ต่ำสุดไปแล้ว)

     a. Positive Reversal : ราคาทำ Higher Low ในขณะที่ RSI. ทำ Lower Low ใน Zone 30-50 แสดงถึง การกลับทิศทาง + ราคามีโอกาสขึ้นต่อ ดังภาพด้านล่าง



      b.  Negative Reversal : ราคาทำ Lower High ในขณะที่ RSI. ทำ Higher High ใน Zone 50-70 แสดงถึง การกลับทิศทาง  -  ราคามีโอกาสลงต่อ ดังภาพด้านล่าง



       หมดแล้วครับความสามารถของเจ้า RSI. indicator เยอะไม่ใช่เล่นใช่ไหม indicator แค่ตัวเดียวแต่มากความสามารถมากๆ ความแม่นยำก็ถือว่าค่อนข้างแม่นยำเลยทีเดียวครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร