การวิเคราะห์เชิงตัวเลข 29

จากงบการเงินทั้งหมด เราสามารถประเมินงบการเงินโดยรวม เพื่อมองหาบริษัที่สามารถแขงขันได้อย่างยั่งยืน และมีความทนทานต่อการต่อสู้และเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาดและเศรษฐกิจได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาในรูปของงบการเงินเป็นเครื่องยืนยัน

สรุปสิ่งที่จะต้องมองหาในงบการเงินมีดังนี้

1) มองหาบริษัทที่แข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยการดูจาก
- ธรรมชาติของสินค้า คือเป็นสินค้าพื้นฐาน ไม่ใช่แฟชั่น สามารถอยู่ยงคงกระพันได้ดี
- โครงสร้างของสินค้า การมีสินค้าหลากหลายชนิด จะสามารถแบ่งความเสี่ยงลงได้
- ลูกค้า มีความแข็งแกร่ง มีความมั่นคงทางการเงิน ไม่ใช่เบี้ยวหนี้ หนีเก่ง
- โครงสร้างลูกค้า ต้องมีลูกค้าหลายเจ้า ไม่ใช่มีเพียงรายใหญ่ๆ 1-2 ราย หากมีปัญหาจะลำบาก
- เรื่องของคู่แข่ง การต่อสู้ในตลาด จะต้องมีความได้เปรียบอย่างยั่งยืนในการต่อสู้ ทั้งจากภายในอุตสาหกรรมเอง (Same Industry) เอง และตลาดทดแทน (Substitution) ส่วนนี้จะสัมพันธ์มากกับการวิเคราะห์พื้นฐานเชิงคุณภาพ
- มีการหมุนเวียนของสินค้าเร็ว, สินค้าคงคลังมีจำนวนพอดี (ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป) และสินค้าคงคลังไม่ล้าสมัยหรือตกรุ่นง่าย ทำให้เสียราคา
- เก็บหนี้ได้เร็ว จ่ายหนี้ได้ช้า กระแสเงินสดจะเป็นบวก ไม่มีปัญหาในการดำเนินงานมาก
2) บริษัทควรมีหนี้สินระยะยาวน้อย หรือน้อยลงๆ เรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 5-10 ปี และมีกำไรที่สามารถใช้หนี้สินก้อนโตนี้ได้ภายใน 3-4 ปี (แต่เลือกที่จะไม่ใช้หนี้ก็ไม่เป็นไร) ไม่ต้องไปลงทุนอะไรที่ไม่คุ้มค่า หรือลงทุนมากๆ เพียงเพื่อต้องการอยู่รอดในตลาด/ธุรกิจเท่านั้น
4) มีเงินสดในมือเยอะ (โดยทั่วไป ยกเว้นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งมาก จนไม่คิดว่าจะต้องมีเงินสดไว้มาก คือเอาไปทำงานให้ดีกว่า)
5) มีกำไรขั้นต้น > 30% และกำไรก่อนหักภาษีในอัตรา > 10% และเพิ่มขึ้นอย่างเรื่อยๆ สม่ำเสมอ แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันที่สูง สามารถคิดราคาสินค้า/บริการได้สูง
6) บริษัทจะต้องสามารถทำกำไรเป็นเงินสดได้มาก เพื่อที่จะนำเงินสดที่มีไปลงทุนเพิ่มได้อย่างคุ้มค่า หรือให้ดีกว่านั้นคือไปลงทุนในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าที่ตัวเองจะทำได้ เรียกว่าใช้เงินทำงานให้เต็มที่
7) เป็นบริษัทที่ลงทุนเพิ่มน้อย หรือถ้าลงทุนเพิ่มก็จะต้องให้ผลตอบแทนในเวลาอันรวดเร็วและคุ้มค่า ไม่ใช่ว่าจะต้องลงทุนตลอดเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
8) เป็นบริษัทที่เติบโต จุดนี้เป็นสิ่งที่ดีคือทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้นได้ และข้อดีอีกอย่างคือสามารถเติบโตชดเชยกับอัตราเงินเฟ้อได้
9) เมื่อบริษัทมีการเติบโตที่แน่นอน เราจะสามารถคำนวณผลตอบแทนกลับมาเป็นมูลค่าในปัจจุบัน (Net Present Value) ได้ง่าย หรืออีกวิธีคือเราสามารถคำนวณค่าของ P/E ของหุ้นนั้นในอนาคตเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของ P/E ของอุตสาหกรรมนั้น ทำให้สามารถประเมินราคาหุ้นนั้นในอนาคตได้โดยประมาณ
10) ความพิสดารและยากของนักลงทุนก็คือ จะต้องสามารถหาบริษัทที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1-9 ข้างบนให้ได้ และจะต้องมีความสามารถในการประเมินความสามารถในการทำกำไรในอนาคตได้ดี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕