ตอนที่ 500. ศึกสองจอมขมังเวทย์

พระพุทธศาสนายุกาลล่วงแล้วได้เจ็ดร้อยหกสิบแปดพรรษา เดือนเก้า ข้างแรม บกลกไต้อ๋องหัวหน้าชนกลุ่มน้อยอีกเผ่าหนึ่งซึ่งเป็นผู้เรืองวิชาอาคม ได้ยกกองทัพมาช่วยเบ้งเฮ็กและใช้เวทย์มนตร์เรียกสัตว์ร้ายมาจู่โจมกองทัพของจูล่งจนต้องถอยกลับ ขงเบ้งจึงงัดเอาเครื่องมือกลสำหรับกำราบสัตว์ร้ายมาเตรียมการไว้

            วันรุ่งขึ้นขงเบ้งจึงสั่งให้เคลื่อนพลพร้อมกับขบวนเกวียนกลซึ่งเตรียมการไว้พร้อมแล้วออกไปท้ารบกับเบ้งเฮ็ก โดยขงเบ้งขี่เกวียนน้อยคุมกองทัพไปด้วยตนเอง

            ฝ่ายบกลกไต้อ๋องหลังจากได้รับชัยชนะแล้ว เบ้งเฮ็กได้จัดเลี้ยงฉลองชัยชนะเป็นการเอิกเกริก ด้วยความมั่นใจว่าเวทย์มนตร์ของบกลกไต้อ๋องจะสามารถกำราบกองทัพเมืองเสฉวนให้พ่ายแพ้ได้

            พอวันรุ่งขึ้นเมื่อเบ้งเฮ็กทราบว่าขงเบ้งยกกองทัพมาท้ารบ จึงเชิญบกลกไต้อ๋องมาปรึกษา บกลกไต้อ๋องทราบความแล้วโอ่ว่า “ขงเบ้งยังไม่เข็ดฝีมือเราหรือ จึงยกทหารเข้ามาอีกเล่า” กล่าวแล้วก็ชวนเบ้งเฮ็กออกมาจัดแจงกองทัพยกออกไปนอกประตูเมือง

            กองทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนเผชิญหน้ากัน แต่บกลกไต้อ๋องไม่เคยรู้จักตัวขงเบ้งจึงถามเบ้งเฮ็กว่า ทหารเมืองเสฉวนในขบวนนี้คนไหนคือขงเบ้ง เบ้งเฮ็กจึงชี้มือไปที่ขงเบ้งแล้วบอกว่า “ซึ่งใส่หมวกแต่งตัวอย่างมหาอุปราช ถือพัดนั่งอยู่บนเกวียนน้อยนั้นคือขงเบ้ง แม้เราจับตัวได้แล้วแผ่นดินเราก็จะเป็นสุข”

            บกลกไต้อ๋องได้ฟังดังนั้นจึงไสช้างออกไปกลางลานรบ พนมมือร่ายมนตร์แล้วสั่นระฆัง ในทันใดนั้นก็บังเกิดพายุพัดมา ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ก้อนศิลาปลิวพัดว่อนมา ตามกระแสลมตรงไปที่กองทัพเมืองเสฉวน ขงเบ้งได้เตรียมการมาเป็นอย่างดีแล้ว จึงสั่งทหารเมืองเสฉวนให้สงบจิตสงบใจ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวด้วยมายาแห่งไสยเวทย์นั้น

            ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงแตรเขาควายดังขึ้นจากบนหลังช้างเผือก บรรดาสิงสาราสัตว์เป็นอันมากได้ส่งเสียงคำรามคำรนลั่น มีทีท่าจะตรงมาที่กองทัพของขงเบ้ง

            สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายความการรบของขงเบ้งว่า “ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ร่ายมนตร์โบกพัด ลมพายุก็พัดกลับไป สัตว์ร้ายก็หยุดอยู่” ในขณะที่สามก๊กฉบับสมบูรณ์ระบุความเป็นทำนองเดียวกันว่า “ขงเบ้งใช้พัดขนนกโบกไปทีเดียว ลมพายุก็หวนพัดไปทางขบวนข้าศึก” สัตว์ร้ายทั้งปวงก็หยุดชะงักอยู่กับที่

            ทหารเมืองเสฉวนเห็นมหาอุปราชจูกัดเหลียงขมังเวทย์มิได้ด้อยไปกว่าบกลกไต้อ๋องก็มีความชื่นชมยินดี พากันโห่ร้องดังกึกก้องไปทั้งกองทัพ ขงเบ้งเห็นดังนั้นจึงสั่งทหารให้เข็นเกวียนกลแล้วขนเอาสัตว์กลทั้งหลายซึ่งเตรียมไว้ออกมา จุดเพลิงเข้าที่ชนวนแล้วเข็นให้เดินไปยังสัตว์ร้ายของบกลกไต้อ๋อง

            สัตว์กลจากเกวียนทั้งสิบเอ็ดเล่มมีเพลิงลุกโชติช่วง พุ่งตรงเข้าหาสัตว์ร้ายอย่างรวดเร็ว สามก๊กฉบับสมบูรณ์ระบุว่า “สัตว์ตัวมหึมาฝ่ายเสฉวนที่ปากต่างพ่นไฟแดงฉาน ที่จมูกมีควันดำลอยออกมา เสียงกระดิ่งทองแดงตามตัวดังลั่น อ้าเขี้ยวรำเล็บเข้าต่อสู้ บรรดาสัตว์ร้ายต่างมิกล้าบุกหน้า พากันหลบหนีเข้าถ้ำ”

            ในขณะที่สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า “ขงเบ้งก็ให้เอาเพลิงจุดเสือกสัตว์กลนั้นเข้าไปในกองทัพเบ้งเฮ็ก แล้วให้ตีม้าล่อฆ้องกลองยกทหารล้อมเข้าไป สัตว์ร้ายซึ่งบกลกไต้อ๋องเรียกมานั้นถูกลูกพลุแลประทัดเจ็บปวดเป็นสาหัส ก็ตื่นกันวิ่งวุ่นวายไป ทหารทั้งปวงก็แตกตื่นกันอื้ออึงขึ้น”

            กองทัพของเบ้งเฮ็กถูกแก้กลไสยและถูกจู่โจมโหมรอบเข้ามาทุกทิศทางก็พากันแตกตื่น ทหารเมืองเสฉวนซึ่งเป็นทหารที่ทำการรบแบบแผนและมีระเบียบวินัยทัพยิ่งกว่าทหารเมืองหมั่นอ๋อง และทหารชนกลุ่มน้อย ได้รุกเข้าโจมตีกองทัพเมืองหมั่นอ๋องและพันธมิตรอย่างดุเดือด ฆ่าฟันทหารเมืองหมั่นอ๋องและทหารพันธมิตรบาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ทหารรักษาเท้าช้างของบกลกไต้อ๋องถูกเกาทัณฑ์ของทหารเมืองเสฉวนถึงแก่ความตาย

            ช้างศึกของบกลกไต้อ๋องเห็นเพลิงและควันคละคลุ้งก็แตกตื่น ควานคุมทิศทางไม่ได้ จึงรวนเรไม่เป็นขบวน อุยเอี๋ยนเห็นดังนั้นจึงเอาเกาทัณฑ์ยิงไปที่บกลกไต้อ๋อง ถูกบกลกไต้อ๋องพลัดตกจากหลังช้างถึงแก่ความตาย

            ทหารเมืองเสฉวนได้รุกไล่โจมตีอย่างรวดเร็ว เบ้งเฮ็กเห็นจะต่อสู้ไม่ได้ ก็พาสมัครพรรคพวกถอยหนีจะกลับเข้าเมือง แต่ถูกทหารเมืองเสฉวนไล่ตามอย่างกระชั้นชิดไม่สามารถเข้าเมืองได้ จึงพาทหารหนีเลี่ยงเมืองไป

            ขงเบ้งจึงสั่งให้ทหารไล่ตามเบ้งเฮ็ก ตัวขงเบ้งคุมทหารเข้ายึดเมืองงินแขไว้ได้ แล้วให้ปูนบำเหน็จแก่ทหารเป็นอันมาก

            เบ้งเฮ็กพาสมัครพรรคพวกหนีไปได้ร้อยกว่าเส้นเป็นป่าเขาทุรกันดาร และไม่มีที่ทางซึ่งจะหนีไปแน่นอน ตั้วไหลซึ่งเป็นน้องภรรยาเบ้งเฮ็กเห็นสภาพดังนั้นก็คิดว่าซึ่งจะหลบหนีต่อไปก็จะได้ความยากลำบาก ชอบที่จะคิดกลอุบายใช้สถานการณ์ที่พ่ายแพ้ให้เป็นประโยชน์ จึงกล่าวกับเบ้งเฮ็กว่าซึ่งเราจะหนีต่อไปนั้น เห็นจะไม่พ้นความตาย ด้วยเป็นป่าทุรกันดาร เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมีพิษต่างๆ นานา ข้าพเจ้าจะคิดกลอุบายสังหารขงเบ้งให้จงได้ เราจึงจะไม่เป็นอันตรายสืบไป

            เบ้งเฮ็กกำลังอับจนปัญญา ครั้นได้ฟังตั้วไหลเสนอว่ามีแผนอุบายที่จะสังหารขงเบ้งได้ จึงถามว่าอุบายของท่านเป็นประการใด

            ตั้วไหลจึงว่า ข้าพเจ้าขออาสาเอาทหารฝีมือดีร้อยคนซ่อนอาวุธไว้ในเสื้อ แล้วมัดตัวท่านพี่กับเบ้งฮิวพร้อมพี่สาวของข้าพเจ้า ทำทีไปอ่อนน้อมกับขงเบ้งว่าแผ่นดินเดือดร้อนก็เพราะพวกท่านเป็นเหตุ ข้าพเจ้าจึงจับพวกท่านมามอบแก่ขงเบ้ง เมื่อขงเบ้งทราบความก็จะประมาท ออกมาต้อนรับและข้าพเจ้าจะถือโอกาสนั้นจับตัวขงเบ้งฆ่าเสีย

            เบ้งเฮ็กได้ฟังกลอุบายของตั้วไหลแล้วไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่าขงเบ้งเป็นผู้มีเล่ห์เหลี่ยมจัดจ้าน แต่อุบายของน้องท่านลึกซึ้งนัก ขงเบ้งคงคิดไม่ถึงแล้วเห็นจะเสียทีแก่เราเป็นมั่นคง

            เมื่อปรึกษาพร้อมกันดังนั้นแล้วตั้วไหลจึงให้ทหารมัดตัวเบ้งเฮ็ก เบ้งฮิวและนางจกหยงและจัดทหารฝีมือดีร้อยคนซ่อนอาวุธอาบยาพิษไว้ในเสื้ออย่างมิดชิด แล้วคุมตัวกลับมาที่กองทัพของขงเบ้ง

            ตั้วไหลยกพลมาถึงกลางทางก็สวนทางกับทหารของขงเบ้งซึ่งไล่ติดตาม ตั้วไหลจึงแจ้งแก่ทหารเมืองเสฉวนว่า “ข้าพเจ้าห้ามปรามเบ้งเฮ็กว่าให้อ่อนน้อมต่อมหาอุปราชเถิดก็ไม่ฟัง ขืนสู้รบจนไพร่พลได้ความเดือดร้อนเป็นอันมาก ข้าพเจ้าจึงจับตัวเบ้งเฮ็ก เบ้งฮิว กับภรรยามาให้มหาอุปราช”

            ตั้วไหลกล่าวพลางก็ชี้มือไปที่เบ้งเฮ็ก เบ้งฮิวและนางจกหยง ทหารเมืองเสฉวนเห็นดังนั้นก็มีความยินดี ไม่มีความสงสัยใด ๆ ให้ทหารควบคุมตัวเชลยศึกพากลับมาที่เมืองงินแขแล้วนำความไปรายงานให้ขงเบ้งทราบ

            ขงเบ้งทราบความแล้วก็แจ้งในกลอุบายของตั้วไหล จึงเรียกเตียวหงีและม้าตงมาสั่งว่า ให้จัดแจงทหารคนละพัน ยืนเรียงรายสองข้างทางที่จะมายังศาลาว่าราชการเมืองงินแข เมื่อตั้วไหลพาเบ้งเฮ็กกับพวกมาถึงก็ให้จับกุมแล้วมัดตัวไว้ทั้งสิ้น จากนั้นจึงค่อยคุมตัวมาให้เรา

            เตียวหงีและม้าตงรับคำสั่งขงเบ้งแล้วจึงคำนับลาไปจัดแจงตามคำสั่ง ขงเบ้งจึงใช้ทหารให้ไปพาตั้วไหลมาที่ศาลาว่าราชการเมืองงินแข พอตั้วไหลและพรรคพวกมาถึงก็ถูกเตียวหงีกับม้าตงคุมทหารเข้าจับกุมตัวมัดไว้จนหมดสิ้น แล้วคุมตัวไว้ที่หน้าศาลาว่าราชการ และให้ทหารเข้าไปรายงานให้ขงเบ้งทราบ

            ขงเบ้งทราบความแล้วจึงสั่งให้ทหารออกไปพาตัวตั้วไหล เบ้งเฮ็ก เบ้งฮิวและนางจกหยงพร้อมกับทหารเข้ามาในศาลาว่าราชการ

            พอขงเบ้งเห็นเบ้งเฮ็กก็หัวเราะเยาะ และกล่าวว่า “เมื่อครั้งก่อนนั้นเอียวหองเพื่อนของท่านเห็นว่าท่านทำผิดก็จับตัวมาให้เรา เราก็ไว้ชีวิตปล่อยเสียมิได้เอาโทษ มาบัดนี้เล่าตั้วไหลน้องภรรยาจับตัวมาให้เรา หวังจะคิดกลอุบายฆ่าเราเสียเราก็รู้ถึง”

            ขงเบ้งกล่าวสำทับสืบไปว่า ตั้วไหลหมิ่นสติปัญญาเราจึงคิดอ่านอุบายแต่ตื้น ๆ มาลวงเรา กล่าวแล้วก็สั่งทหารให้ค้นตัวทหารของเบ้งเฮ็ก พบอาวุธที่ซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ขงเบ้งชี้ไปที่อาวุธซึ่งค้นได้นั้นแล้วกล่าวกับตั้วไหลว่า “ซึ่งกลอุบายท่านคิดทำนี้เราคิดเล่นลืมเสียก็ดีกว่า บัดนี้ตัวก็สิ้นความคิดอยู่แล้ว หรือจะว่าประการใดต่อไปบ้าง”

            ตั้วไหลถูกจับกลอุบายได้คาหนังคาเขาก็ให้รู้สึกละอายใจ ก้มหน้านิ่ง แต่เบ้งเฮ็กนั้นกลับฮึดฮัดแล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้าถูกท่านจับตัวทั้งนี้ใช่ว่าจะพ่ายแพ้แก่ฝีมือก็หาไม่ หากเป็นเพราะข้าพเจ้าคิดผิดจึงหลงเข้ามาติดบ่วงของท่านเอง ท่านจะฆ่าข้าพเจ้าก็ฆ่าเถิด แต่จะให้ยอมพ่ายแพ้ด้วยความยินยอมพร้อมใจนั้นข้าพเจ้าไม่ยินยอมโดยเด็ดขาด

            ขงเบ้งจึงว่า เราจับท่านได้หกครั้งแล้วท่านยังเจรจาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมแพ้ จะให้เราจับตัวท่านอีกสักกี่ครั้งเล่า จึงจะยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี

            เบ้งเฮ็กจึงว่า ข้าพเจ้าจะขอกลับไปซ่องสุมผู้คนยกมารบกับท่านอีกครั้งหนึ่ง หากครั้งนี้พ่ายแพ้แล้วก็จะยอมอ่อนน้อมต่อท่านตลอดชั่วลูกหลาน หากแม้นท่านไม่เชื่อคำข้าพเจ้าก็จะกระทำความสัตย์เป็นสำคัญไว้ต่อหน้าท่าน

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็เห็นว่าเบ้งเฮ็กเริ่มใจอ่อนลงเป็นอันมากแล้ว จึงกล่าวว่าเมื่อท่านปรารถนาจะต่อสู้กันอีกสักครั้งหนึ่งให้ประจักษ์แก่ฝีมือ โดยจะกระทำความสัตย์ไว้ต่อเราเราก็ยินดี ว่าแล้วขงเบ้งจึงสั่งทหารให้แก้มัดเบ้งเฮ็ก เบ้งฮิว ตั้วไหลและนางจกหยงพร้อมทหารทั้งร้อยคนนั้น แล้วกล่าวว่าเราจะเชื่อคำพูดท่านอีกครั้งหนึ่ง และจะปล่อยตัวพวกท่านกลับไป

            เบ้งเฮ็กจึงคุกเข่าคำนับฟ้าดิน แล้วปฏิญาณว่าจะกลับไปรวบรวมไพร่พลยกกลับมารบกับขงเบ้งอีกครั้งหนึ่ง หากครั้งนี้เสียทีถูกจับได้อีกก็จะยอมอ่อนน้อมแต่โดยดีตลอดไป หากไม่ทำตามคำสัตย์นี้ขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาและเทวดาทั้งหลายได้ลงโทษให้ประสบภัยพิบัตินานาประการ

            ขงเบ้งจึงว่า ท่านจงพาพรรคพวกกลับไปเถิด คราวหน้าถ้าแม้นเราจับตัวท่านได้และท่านตระบัดสัตย์เสียเราก็จะประหารชีวิตท่านถึงเจ็ดชั่วโคตร เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นจึงคำนับลาขงเบ้งแล้วพาสมัครพรรคพวกกลับออกไปจากเมือง เดินทางไปทางด้านตะวันออก ขงเบ้งได้เดินออกมาส่งเบ้งเฮ็กถึงหน้าประตูศาลาว่าราชการแล้วยืนดูเบ้งเฮ็กและพรรคพวกเดินกลับออกไปจนลับตา

            เบ้งเฮ็กพาพรรคพวกออกจากประตูเมืองแล้วจึงปรารภว่าเมืองงินแขของเราก็เสียแก่ขงเบ้งแล้ว จึงสิ้นที่อาศัยตั้งหลักปักฐานทำการสู้รบกับขงเบ้ง จะคิดอ่านประการใดดี

            ตั้วไหลจึงว่า ทางด้านตะวันออกของเมืองงินแขเจ็ดพันเส้นเป็นเมืองออโกก๊ก ซึ่ง ลุดตัดกุดเป็นเจ้าเมือง มีทหารเป็นอันมาก ถ้าหากเราไปขอให้ลุดตัดกุดยกกองทัพมาช่วยเห็นจะได้ชัยชนะแก่ขงเบ้ง ตัวลุดตัดกุดนั้นเล่าก็มีกำลังกล้าแข็งยิ่งนัก “สูงวาสามศอก กินแต่เนื้อสัตว์เป็นแลผลไม้ต่างอาหาร แล้วก็มีวิชาคงทนสารพัดอาวุธ ทหารซึ่งจะเข้าสู้สงครามนั้นก็เข้มแข็งสามารถ เอาหวายแช่น้ำมันหกเดือนมาถักทำเป็นเกราะ แม้ถึงทางกันดารจะข้ามน้ำก็ลอยตัวข้ามฟากไปได้ ถึงถูกอาวุธธนูเกาทัณฑ์ก็มิได้เข้าเป็นอันขาด จึงเรียกทหารเหล่านั้นชื่อว่าตีนกะเป๋งหรือกองทัพเกราะหวาย”

            เบ้งเฮ็กได้ฟังสรรพคุณของกองทัพลุดตัดกุดก็มีความชื่นชมยินดีเป็นอันมาก จึงถามว่าทำไฉนลุดตัดกุดจึงจะยกมาช่วยเรา ตั้วไหลจึงว่าข้าพเจ้าพอมีไมตรีกับลุดตัดกุดมาแต่ก่อน จะอาสานำทางพี่ท่านไปเมืองออโกก๊กเชิญลุดตัดกุดมาช่วยตีเอาเมืองงินแขกลับคืนให้จงได้

            เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี เร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนไปที่เมืองออโกก๊ก ครั้นถึงเมืองก็เข้าไปหาลุดตัดกุด หลังจากคำนับทักทายกันตามธรรมเนียมแล้วเบ้งเฮ็กจึงปรารภความซึ่งกองทัพจีนยกมารุกรานเมืองงินแขให้ลุดตัดกุดฟังทุกประการ และขอให้ลุดตัดกุดยกกองทัพไปช่วยตีเอาเมืองงินแขกลับคืน สำเร็จแล้วจะแบ่งดินแดนเมืองหมั่นอ๋องให้แก่ลุดตัดกุดครึ่งหนึ่ง.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓