ตอนที่ 436. อาวุธโลกธรรม

 กวนอูยกกองทัพไปประชิดเมืองอ้วนเซียแต่ประมาทแก่ข้าศึก ใส่เสื้อเกราะปิดแต่หน้าอก ขี่ม้าเข้าไปใกล้กำแพงเมือง จึงถูกโจหยินสั่งทหารใช้เกาทัณฑ์อาบยาพิษยิงได้รับบาดเจ็บ เดชะบุญได้หมอเทวดาฮัวโต๋มาผ่าตัดรักษา ในขณะที่โจโฉก็เร่งรัดให้ซุนกวนรีบยกไปตีเมืองเกงจิ๋ว

            เตียวเจียวได้ยินซุนกวนปรึกษาดังนั้น จึงว่าซึ่งโจโฉเร่งรัดมาดังนี้ก็เพราะได้แต่งให้ อิกิ๋มและบังเต๊กยกทหารไปช่วยเมืองอ้วนเซียแต่เสียทีแก่กวนอู โจโฉเกรงกวนอู ไม่กล้ายกกองทัพไปช่วยเมืองอ้วนเซียเอง จึงให้ท่านเป็นหนังหน้าไฟไปทำการแทน ขอท่านจงไตร่ตรองให้จงดี เพราะเมืองเราจะกลายเป็นสมรภูมิรับเคราะห์กรรมแทนโจโฉ

            ในขณะนั้นลิบองซึ่งยกทหารไปตั้งอยู่ที่ด่านลกเค้าได้เข้ามาด้วยข้อราชการที่เมืองกังตั๋ง ทราบว่าซุนกวนกำลังออกว่าราชการจึงรีบเข้ามาคำนับซุนกวนตามธรรมเนียม ซุนกวนเห็นลิบองมาต้องด้วยเวลาจึงแสร้งถามว่า ท่านเข้ามาเมืองกังตั๋งครั้งนี้มีกิจธุระสิ่งใด

            ลิบองจึงว่าบัดนี้กวนอูยกกองทัพไปเมืองอ้วนเซีย เมืองเกงจิ๋วนั้นว่างอยู่ จึงมาขออนุญาตท่านยกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว เห็นจะได้โดยง่าย

            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็แสร้งถามลิบองว่า เมืองชีจิ๋วซึ่งขึ้นแก่โจโฉก็ว่างดุจเดียวกัน เราจะให้ท่านยกไปตีเมืองชีจิ๋วก่อน ได้เมืองชีจิ๋วแล้วจึงค่อยยกไปตีเมืองเกงจิ๋ว

            ลิบองได้ฟังซุนกวนว่าดังนั้นจึงกล่าวว่า ซึ่งจะตีเมืองชีจิ๋วก็คงจะได้เช่นเดียวกัน แต่ทว่าเมืองชีจิ๋วเป็นแดนไกลกว่าเมืองเกงจิ๋ว ทั้งเส้นทางเดินทัพก็ทุรกันดาร หากยึดเมืองชีจิ๋วได้ก็ยากที่จะรักษาเมืองเอาไว้เพราะไม่มีฐานสนับสนุน หากยึดเมืองเกงจิ๋วได้แล้วยกไปตีเมืองชีจิ๋วก็จะได้โดยง่าย และสามารถใช้เมืองเกงจิ๋วเป็นฐานส่งกำลังบำรุงในการรักษาเมืองชีจิ๋วไว้ต่อไป

            ซุนกวนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า ซึ่งเราจะให้ท่านไปตีเมืองชีจิ๋วนั้นเป็นการลองชิมความคิดของท่านดูว่าจะคิดอ่านประการใด ใจจริงของเราต้องการจะตีเมืองเกงจิ๋วก่อน จึงให้ท่านคิดอ่านแผนการยกไปตีเอาเมืองเกงจิ๋วให้จงได้ ส่วนเมืองชีจิ๋วนั้นไว้คิดอ่านต่อภายหลังเถิด

            บรรดาขุนนางทั้งปวงเห็นซุนกวนตัดสินใจดังนั้น ทุกคนก็เห็นชอบพร้อมกัน ลิบองจึงคำนับลาซุนกวนแล้วกลับไปด่านลกเค้า แต่พอไปถึงด่านหน่วยสอดแนมก็กลับมารายงานว่า บัดนี้กวนอูได้ให้ทหารสร้างป้อมไฟตั้งแต่ด่านเมืองแฮเค้าเรียงรายไปจนถึงเมืองอ้วนเซีย ห่างกันป้อมละสองร้อยเส้นบ้าง สามร้อยเส้นบ้าง และวางกำลังประจำป้อมไฟทั้งกลางวันและกลางคืน แม้เมืองเกงจิ๋วเล่าก็มีทหารเฝ้ารักษาค่ายคูประตูหอรบอย่างเข้มงวดกวดขัน

            ลิบองได้ฟังรายงานดังนั้นก็พรั่นใจ คิดว่าหะแรกเราคิดจะไปตีเมืองเกงจิ๋วเพราะคิดว่ากวนอูยกไปเมืองอ้วนเซีย จะยกกลับมารักษาเมืองเกงจิ๋วไม่ทันท่วงที แต่กวนอูให้สร้างป้อมไฟไว้ดังนี้แม้นเรายกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว ก็จะทราบสัญญาณจากป้อมไฟโดยรวดเร็ว แล้วจะยกกองทัพกลับมาช่วยเมืองเกงจิ๋วได้ทัน การซึ่งคิดไว้ก็จะขัดสน

            ลิบองคิดดังนั้นแล้วก็หวั่นใจว่าจะยกไปตีเมืองเกงจิ๋วไม่สำเร็จตามที่อาสา แต่ครั้นจะขอยกเลิกไม่ไปตีเมืองเกงจิ๋วก็เกรงอาญาของซุนกวน ลิบองคิดไม่ตกดังนั้นแล้วจึงให้คนใกล้ชิดปล่อยข่าวลือว่าลิบองป่วย ยังไม่สามารถยกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋วได้ และให้ทหารคนสนิทแจ้งข่าวป่วยให้ซุนกวนทราบ

            ซุนกวนทราบว่าลิบองป่วยก็เป็นทุกข์ใจ เกรงว่าหากกวนอูเสร็จศึกเมืองอ้วนเซียแล้วยกกลับมารักษาเมืองเกงจิ๋ว การซึ่งจะยกไปตีเอาเมืองเกงจิ๋วก็ยิ่งยากลำบาก พอดีลกซุนเข้าไปปรึกษาข้อราชการกับซุนกวน ซุนกวนเห็นลกซุนผู้เป็นบัณฑิตหนุ่มมีสีหน้าแจ่มใส แววตาเฉลียวฉลาดก็แสร้งถามลกซุนว่าบัดนี้ลิบองซึ่งเราใช้ให้ไปตีเมืองเกงจิ๋วป่วยอยู่ จึงไม่สามารถยกไปตีเมืองเกงจิ๋วได้ ท่านจะคิดอ่านประการใด

            ลกซุนได้ฟังคำซุนกวนก็ตอบไปในทันทีว่า ซึ่งลิบองอ้างว่าป่วยทั้งนี้เห็นจะไม่ป่วยจริง แต่จะเป็นอุบายสักสิ่งหนึ่ง ซุนกวนได้ยินดังนั้นก็แปลกใจ จึงว่าถ้าเช่นนั้นท่านจงไปเยี่ยมอาการของลิบอง สังเกตการณ์ดูให้รู้ความจริงว่าป่วยหรือไม่ประการใด

            ลกซุนจึงคำนับลาซุนกวนเดินทางไปที่ด่านลกเค้า รีบบุกเข้าไปหาลิบองถึงในค่าย เห็นลิบองมีใบหน้าแจ่มใสเป็นปกติอยู่ จึงคำนับตามธรรมเนียมแล้วว่าซุนกวนนายเรามีความห่วงใยท่าน จึงใช้ให้ข้าพเจ้ามาเยี่ยมอาการไข้ว่าหนักเบาประการใด

            ลิบองได้ยินลกซุนว่าดังนั้นก็พรั่นใจ แต่ข่มใจตอบว่าอาการซึ่งป่วยนั้นไม่หนักหนาเท่าใดนัก

            ลกซุนจึงถามรุกต่อไปว่า ซึ่งซุนกวนสั่งให้ท่านยกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว เหตุไฉนท่านจึงนิ่งเฉยอยู่ฉะนี้

            ลิบองได้ฟังคำลกซุนดังนั้นก็รู้ว่าลกซุนแจ้งในกลอุบายที่บิดพลิ้วว่าป่วย จึงจ้องดูตาลกซุนแล้วนิ่งอยู่ เพราะมิรู้จะตอบถ้อยคำประการใด

            ลกซุนเห็นลิบองอับจนจำนนดังนั้น ก็ไม่รุกเร้าสืบไป พลางกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามียาขนานหนึ่งจะรักษาไข้ของท่านให้หายได้ ท่านจะให้รักษาหรือประการใด”

            ลิบองได้ฟังคำเป็นความนัยก็รู้ที จึงบอกทหารในค่ายให้ออกไปข้างนอก แล้วถามลกซุนว่ายาซึ่งท่านจะรักษาไข้ข้าพเจ้าคือสิ่งไร

            ลกซุนหัวเราะแล้วว่า อาการไข้ของท่านทั้งนี้เกิดแต่เหตุที่ทางเมืองเกงจิ๋วได้ตระเตรียมระวังเหตุแน่นหนา ทั้งยังปลูกป้อมไฟรายเรียงตั้งแต่ด่านแฮเค้าเป็นทางไกลไปถึงเมืองอ้วนเซีย ท่านจึงเกรงว่าชาวเมืองเกงจิ๋วจะป้องกันรักษาเมืองเอาไว้ได้ และกวนอูก็จะยกกองทัพกลับมาป้องกันเมืองได้ทันท่วงที จึงวิตกอยู่ด้วยสิ่งอันนี้

            แล้วลกซุนจึงกล่าวสืบไปว่า ยาซึ่งข้าพเจ้าจะรักษาไข้ท่านก็คืออุบายทำลายความระมัดระวังของชาวเมืองเกงจิ๋ว แล้วท่านจึงยกกองทัพไปตีเมืองเกงจิ๋วก็จะได้โดยสะดวก

            ลิบองได้ยินดังนั้นก็ตกใจ จ้องมองหน้าลกซุนแล้วรีบถามว่าอุบายของท่านเป็นประการใด

            ลกซุนจึงว่า “ซึ่งเมืองเกงจิ๋วตระเตรียมทหารแลจัดแจงเมืองไว้ทั้งนี้ เพราะกวนอูคิดวิตกอยู่ด้วยท่านมาตั้งอยู่ที่นี่จึงไม่ไว้ใจ ถ้าท่านรู้อุบายทำเป็นป่วยไปเสียจากที่นี้ แลจัดแจงให้ผู้อื่นมาอยู่แทน แล้วให้พูดสรรเสริญกวนอู กวนอูก็จะทะนงใจ จะอยู่รบเอาเมืองอ้วนเซียให้ได้ ไม่คิดระวังหลัง เราจึงคิดวกไปตีเอาเมืองเกงจิ๋วก็จะได้โดยง่าย”

            อุบายของลกซุนครั้งนี้ประกอบด้วยสองส่วน คือลวงให้หลงโดยแสร้งปล่อยข่าวว่าลิบองป่วย ไม่สามารถทำการสงครามได้ เพื่อให้กวนอูคลายใจ คลายความระมัดระวัง อีกส่วนหนึ่งทำทีเป็นให้คนใหม่มารักษาด่าน แล้วใช้การสรรเสริญเป็นอาวุธ ยกย่องสรรเสริญกวนอูให้ทะนงหลงลืมตัว ซึ่งก็คือการใช้โลกธรรมเป็นอาวุธ เมื่อกวนอูและชาวเมืองเกงจิ๋วประมาทขาดความระมัดระวังแล้ว จึงค่อยยกกองทัพไปยึดเอาเมืองเกงจิ๋ว ดังนี้โลกธรรมนั้นใช่ว่าจะประดุจดังคุกที่จำขังผู้คนเหมือนเมื่อครั้งที่จิวยี่คิดอุบายโลกธรรมอย่างเดียวก็หาไม่ หากสามารถใช้เป็นอาวุธในการทำลายความระมัดระวังเพื่อให้ตั้งอยู่ในความประมาทอันเป็นทางแห่งความตายได้อีกด้วย

            ลิบองเป็นนายทหารเอกเมืองกังตั๋ง ถนัดการคิดอ่านวางแผน พอได้ฟังอุบายของ ลกซุนแต่คร่าว ๆ ก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ลุกขึ้นคำนับลกซุนทั้ง ๆ ที่ลกซุนเป็นผู้น้อยกว่า แล้วว่าขอบใจท่านที่ให้ยาวิเศษรักษาไข้แก่ข้าพเจ้า อุบายของท่านครั้งนี้ดีนัก เห็นทีจะได้เมืองเกงจิ๋วเพราะอุบายของท่านครั้งนี้เป็นแน่แท้

            ว่าแล้วลิบองจึงทำหนังสือถึงซุนกวน เป็นเนื้อความว่าข้าพเจ้าลิบองได้รับบัญชาจากท่านให้ยกไปตีเมืองเกงจิ๋ว แต่บัดนี้ข้าพเจ้าป่วยมีอาการหนัก ไม่สามารถรับราชการสนองพระคุณได้สืบไป จึงขอลาออกจากราชการ ขอท่านได้อนุญาตให้ข้าพเจ้ากลับไปเมืองกังตั๋งด้วยเถิด

            ลิบองทำหนังสือเสร็จแล้วจึงส่งให้ลกซุนอ่าน ลกซุนอ่านหนังสือแล้วก็ทราบความคิดของลิบองว่าต้องการสร้างข่าวลวงเพื่อให้ความล่วงรู้ไปถึงกวนอูก็หัวเราะ เก็บหนังสือของลิบองไว้ในแขนเสื้อ แล้วคำนับลาลิบองกลับไปเมืองกังตั๋ง เอาหนังสือนั้นให้แก่ซุนกวน

            หลังจากวันนั้นก็มีข่าวลือแพร่สะพัดในค่ายของลิบองว่าลิบองป่วยหนัก ได้ขอลาออกจากราชการ กำลังรอฟังคำสั่งจากซุนกวน อยู่มาอีกไม่กี่วันซุนกวนก็มีหนังสือให้หาลิบองเข้าไปในเมืองกังตั๋งเพื่อรักษาพยาบาล

            ลิบองได้รับหนังสือซุนกวนแล้ว จึงแสร้งให้ทหารพยุงขึ้นเกวียนแล้วเดินทางไปเมืองกังตั๋ง และเข้าไปรายงานตัวแก่ซุนกวน

            ซุนกวนเห็นลิบองเข้ามาหา มีคนพยุงราวกับคนป่วยหนักก็ประหลาดใจ จึงว่าเราจะให้ท่านยกไปตีเมืองเกงจิ๋ว แต่ท่านมาป่วยเสียกลางคันดังนี้ จึงจำที่ต้องแต่งตั้งคนดีมีฝีมือให้ออกไปทำการแทนตัวท่าน

            ลิบองจึงว่า หากแม้นท่านให้คนดีมีฝีมือลือชาไปตั้งอยู่ที่เมืองลกเค้า กวนอูก็จะไม่ไว้วางใจ แล้วจะรักษาเมืองเกงจิ๋วไว้อย่างแข็งแรงแน่นหนา การซึ่งจะยกไปทำการก็จะขัดสน เห็นว่าลกซุนมีสติปัญญาแต่ทว่ายังไม่มีคนรู้จัก จึงชอบที่ท่านจะแต่งให้ลกซุนไปรักษาด่านลกเค้า กวนอูเมื่อทราบว่าท่านให้ทหารที่ไม่มีชื่อเสียงลือชาปรากฏไปรักษาด่านก็จะประมาท เห็นจะได้เมืองเกงจิ๋วโดยง่าย

            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงแต่งตั้งให้ลกซุนเป็นแม่ทัพไปรักษาด่านลกเค้าแทนลิบอง ลกซุนพอทราบว่าซุนกวนแต่งตั้งให้รับภาระสำคัญก็ตกใจ รีบเข้ามาหาซุนกวนแล้วว่าการครั้งนี้สำคัญใหญ่หลวงนัก ตัวข้าพเจ้าเป็นแต่บัณฑิตหนุ่ม ยังไม่มีฝีมือลือชาปรากฏในทางการทหาร เกรงว่าจะบังคับบัญชาทหารไม่ได้ การของท่านก็จะเสียไป ขอให้ท่านแต่งตั้งผู้อื่นออกไปแทนเถิด

            ซุนกวนจึงว่าเมื่อครั้งจิวยี่ยังมีชีวิตอยู่ได้เสนอให้เราตั้งโลซกไปรักษาด่านลกเค้า เราก็ทำตาม หลังจิวยี่ตายแล้วโลซกได้เสนอให้ตั้งลิบองไปรักษาด่านแทน เราก็ทำตาม มาบัดนี้ลิบองได้เสนอให้แต่งตั้งท่านไปรักษาด่านลกเค้า ตัวท่านนี้มีสติปัญญาเป็นอันมาก แม้ว่ายังหนุ่มอยู่ กลับจะเป็นคุณแก่การ เพราะกวนอูไม่รู้กิตติศัพท์ก็จะตั้งอยู่ในความประมาท ท่านอย่าได้บิดพลิ้วอีกเลย

            ลกซุนได้ฟังซุนกวนดังนั้นก็ไม่อาจขัดใจ จึงจำใจรับตราตั้งจากซุนกวนแล้วออกไปรักษาด่านลกเค้า

            ครั้นลกซุนไปถึงด่านลกเค้าจึงแต่งหนังสือถึงกวนอู และใช้ให้ทหารนำของกำนัลพร้อมกับหนังสือนั้นเดินทางไปมอบให้แก่กวนอูที่ชายแดนเมืองอ้วนเซีย

            กวนอูรับหนังสือของลกซุนออกมาอ่านดู ปรากฏความว่า “บัดนี้ซุนกวนให้ข้าพเจ้าออกมารักษาค่ายลกเค้าแทนลิบอง ข้าพเจ้าขัดมิได้ก็ออกมาอยู่ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้าด้วย”

            กวนอูทราบความตามหนังสือแล้วจึงถามผู้ถือหนังสือว่าแล้วลิบองซึ่งซุนกวนให้มารักษาด่านลกเค้านั้นไปไหนเสียเล่า จึงให้ลกซุนมารักษาด่านแทน ผู้ถือหนังสือก็แจ้งว่าลิบองป่วยหนัก ได้ขอลาออกจากราชการ ซุนกวนจึงให้ลกซุนซึ่งเป็นญาติมารักษาด่านแทน

            กวนอูไม่รู้กล ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วกล่าวว่าซุนกวนนี้ดีจริงหนอ เอาใจใส่ในญาติมิตร ให้ครองตำแหน่งสำคัญ โดยไม่คำนึงว่าเป็นลูกเล็กเด็กน้อย ไม่เคยมีกิตติศัพท์ลือชาปรากฏมาแต่ก่อนดังนี้

            คนถือหนังสือทำเป็นไม่เข้าใจว่ากวนอูดูหมิ่นซุนกวน คำนับกวนอูแล้วกล่าวว่า ลกซุนเป็นผู้น้อย มีความเคารพนับถือท่านว่าเป็นผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงเกียรติภูมิเลื่องลือไกล จึงมีหนังสือมาขอฝากตัวเพื่อเป็นไมตรีไว้สืบไป พร้อมกับให้ข้าพเจ้านำของขวัญมาคำนับท่านแทนตัวด้วย ว่าแล้วจึงมอบของขวัญที่ลกซุนฝากมานั้นให้แก่กวนอู

            กวนอูได้ยินดังนั้นก็มีความยินดี หัวเราะแล้วให้ทหารรับเอาของขวัญไว้ และกล่าวกับผู้ถือหนังสือว่าท่านจงกลับไปบอกลกซุนเถิดว่าเราขอบใจ คนถือหนังสือนั้นจึงคำนับลากวนอูแล้วเดินทางกลับไปด่านลกเค้า แล้วรายงานแก่ลกซุนว่าอากัปกิริยาของกวนอูประจักษ์ชัดว่าดูแคลนท่าน เห็นจะคิดว่าท่านคงไม่กล้ายกกองทัพไปตีเอาเมืองเกงจิ๋ว

            ลกซุนได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงให้หน่วยสอดแนมติดตามข่าวสารต่อไป ไม่นานหน่วยสอดแนมก็รายงานว่าบัดนี้ตามป้อมไฟและในเมืองเกงจิ๋วได้คลายความระมัดระวังลง และกวนอูได้สั่งให้เกณฑ์ทหารจากเมืองเกงจิ๋วยกหนุนไปช่วยรบเอาเมืองอ้วนเซีย.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓