ตอนที่ 420. ไขปริศนาคำพยากรณ์

แฮหัวเอี๋ยนจับตันเซ็กนายทหารรองของฮองตงได้ ในขณะที่ฮองตงก็จับแฮหัวชงนายทหารรองซึ่งเป็นหลานของแฮหัวเอี๋ยนได้ ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงตกลงแลกเชลยศึกกัน แต่พอแฮหัวชงจะกลับไปถึงแฮหัวเอี๋ยน ก็ถูกฮองตงใช้เกาทัณฑ์ยิงถึงแก่ความตาย และฮองตงได้เข้ายึดยอดเขาไทสันซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่คุกคามหุบเขาเตงกุนสัน จึงบังคับให้แฮหัวเอี๋ยนจำต้องยกทหารออกมารบกับฮองตง

            ฮองตงและทหารเตรียมพร้อมรอคอยโอกาสตลอดทั้งวัน ครั้นเห็นสัญญาณธงแดงของหวดเจ้งให้ลงไปโจมตีแฮหัวเอี๋ยน จึงให้สัญญาณแก่ทหารทุกกองให้รุกจู่โจมพร้อมกัน

            ทหารเมืองเสฉวนได้ตีม้าล่อฆ้องกลองโห่ร้องพร้อมกันแล้ว ฮองตงได้ขี่ม้านำหน้าทหารยกลงจากเนินเขา เข้าจู่โจมกองทหารของแฮหัวเอี๋ยนทุกด้าน เฉพาะตัวฮองตงนั้นนำทหารจำนวนหนึ่งจู่โจมตรงไปที่แฮหัวเอี๋ยนซึ่งนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ ถอดเกราะพาดไว้บนหลังม้า และเอาง้าวพิงไว้กับต้นไม้

            ฮองตงนำทหารจู่โจมรุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว แฮหัวเอี๋ยนและทหารไม่ทันตั้งตัว เห็นข้าศึกรุกจู่โจมมาดังนั้นจึงพากันแตกตื่นวิ่งหนีเป็นจ้าละหวั่น แฮหัวเอี๋ยนวิ่งไปที่ม้าจะหยิบเกราะขึ้นมาสวม ในทันใดนั้นฮองตงก็ปรี่เข้ามาใกล้ตัว แล้วตวาดขึ้นด้วยเสียงอันดัง แฮหัวเอี๋ยนผงะด้วยความตกใจ ง้าวของฮองตงก็กรีดฝ่าอากาศฟาดลงมาอย่างรุนแรง ฟันแฮหัวเอี๋ยนขาดสะพายแล่งถึงแก่ความตายในที่นั้น

            บรรดาทหารของแฮหัวเอี๋ยนเห็นผู้เป็นนายถึงแก่ความตายดังนั้นจึงพากันแตกตื่นวิ่งหนีกระจัดกระจายไป ที่ต่อสู้ก็ถูกทหารเมืองเสฉวนฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายจนหมดสิ้น พวกที่ยอมจำนนก็ถูกจับเป็นเชลย

            ฮองตงเห็นได้ทีจึงสั่งให้ทหารทุกหน่วยไล่ตามตีทหารของแฮหัวเอี๋ยนจนกระทั่งใกล้ถึงค่ายเขาเตงกุนสัน

            ฝ่ายเตียวคับรักษาค่ายเขาเตงกุนสันอยู่ ทราบว่าแฮหัวเอี๋ยนเสียทีแก่ฮองตงก็พาทหารยกออกจากค่ายจะไปช่วยแฮหัวเอี๋ยน ก็ปะกับทหารของแฮหัวเอี๋ยนที่แตกหนีมาถึง จึงทำให้ทหารของเตียวคับพลอยแตกตื่นตกใจตามไปด้วย 

            ในขณะนั้นฮองตงคุมทหารไล่ตามมาถึง ทหารเมืองเสฉวนตีม้าล่อฆ้องกลองโห่ร้องและรุกกระหน่ำโจมตีอย่างดุเดือด ทหารของเตียวคับซึ่งชุลมุนอยู่กับทหารของแฮหัวเอี๋ยนที่แตกหนีมาจึงถูกทหารของฮองตงฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ในทันใดนั้นเล่าฮองและเบ้งตัดซึ่งขงเบ้งสั่งให้ยกทหารมาตั้งซุ่มอยู่ในซอกเขา และปักธงทิวเป็นอันมาก หลอกลวงข้าศึกไว้ที่อีกด้านหนึ่ง ได้ทราบว่าฮองตงยกทหารรุกเข้ามาในเทือกเขาเตงกุนสัน และเตียวคับยกทหารออกไปสกัดไว้ จึงยกทหารออกจากที่ซุ่มเข้าโจมตีค่ายเขาเตงกุนสัน และจุดเพลิงเผาคลังเสบียงขึ้นหลายแห่ง ทหารของเล่าฮองและเบ้งตัดเห็นได้ทีก็โห่ร้องเสียงกึกก้องไปทั้งหุบเขา

            เตียวคับเห็นทหารเมืองเสฉวนรุกหนักมายากที่จะต้านทานได้ ทั้งทหารที่รักษาค่ายเขาเตงกุนสันก็แตกตื่นวิ่งหนีคุมกันไม่ติด  เตียวคับหันกลับไปมองจุดที่ตั้งคลังเสบียงเห็นเพลิงไหม้ขึ้นหลายแห่งก็ตกใจ เสียงทหารเมืองเสฉวนโห่ร้องข่มขวัญดังกึกก้อง ในขณะที่ทหารที่รักษาค่ายวิ่งหนีแตกตื่น จึงเห็นว่าจะไม่สามารถรักษาเขาเตงกุนสันไว้ได้ เตียวคับจึงทิ้งค่ายเขาเตงกุนสันแล้วพาทหารที่สนิทหนีไปเมืองลำเต๋ง

            ในขณะนั้นจูล่งซึ่งรับคำสั่งขงเบ้งให้ยกทหารหนุนมาคุมเชิงเพื่อช่วยเหลือฮองตง และซุ่มทหารอยู่ในซอกเขาข้างแนวเขาเตงกุนสัน ได้ยินเสียงทหารโห่ร้องกึกก้องก็สำคัญว่าทหารเมืองเสฉวนและทหารของโจโฉกำลังต่อสู้กัน ไม่รู้สถานการณ์จะเป็นประการใด ดังนั้นจูล่งจึงยกทหารออกจากที่ซุ่มจะเข้าไปที่ชุลมุนอยู่นั้น

            พอจูล่งยกทหารออกจากที่ซุ่มก็เห็นเตียวคับพาทหารแตกหนีฮองตงมา จึงขี่ม้านำหน้าทหารสกัดขวางทางไว้ แล้วร้องข่มขวัญด้วยเสียงอันดังว่า ตัวเราจูล่งชาวเมืองเสียงสันอยู่ที่นี่ เตียวคับจะหนีไปทางไหนพ้น

            เตียวคับเห็นดังนั้นจึงพาทหารหนีเข้าไปในป่าแล้วกระจัดกระจายไป จูล่งเห็นจะไล่ตามไม่ทันจึงพาทหารกลับไปที่ด่านแฮบังก๋วน

            ทางฝ่ายเล่าฮองและเบ้งตัดซึ่งยกทหารเข้าตีค่ายเขาเตงกุนสันนั้น โตสิบซึ่งเป็นนายทหารรองอยู่รักษาค่ายเห็นว่าจะรักษาจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้ไว้ไม่ได้เพราะทหารเมืองเสฉวนรุกรบเข้ามาพร้อมกันทุกด้าน จึงทิ้งค่ายเสียแล้วพาทหารที่สนิทหนีเข้าไปในป่าจะกลับไปเมืองลำเต๋ง ได้พบกับเตียวคับและทหารซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ในป่าเช่นเดียวกัน

            โตสิบได้รายงานความทั้งปวงให้เตียวคับทราบ ทางเตียวคับก็แจ้งสถานการณ์ที่แฮหัวเอี๋ยนถึงแก่ความตายให้โตสิบฟังทุกประการ แล้วพากันหนีไปทางแม่น้ำฮันซุย ได้พบกับทหารอีกจำนวนหนึ่งซึ่งแตกหนีมาเช่นเดียวกัน เตียวคับจึงให้ตั้งค่ายอยู่ที่บริเวณแม่น้ำฮันซุย แล้วให้ม้าเร็วไปเมืองลำเต๋งรายงานความศึกให้โจโฉทราบ

            โจโฉพอได้ทราบว่าแฮหัวเอี๋ยนถึงแก่ความตายก็ตกใจ อาลัยรักแฮหัวเอี๋ยนเป็นอันมาก โจโฉถึงกับร้องไห้เสียงดังสนั่น ด้วยรำลึกถึงความชอบแต่หนหลังของแฮหัวเอี๋ยนและความใกล้ชิดในฐานที่เป็นญาติสนิทและได้ร่วมการกันมาตั้งแต่เริ่มตั้งตัว

            พลันโจโฉก็รำลึกถึงคำพยากรณ์อันเป็นปริศนาของกวนลอที่ว่า “ฝูงสุกรเที่ยวซ่อนอยู่ในป่า เสือโคร่งตัวกล้าไล่กระจัดพลัดพราย จะมีศึก ณ เขาเตงกุนสัน ท่านจะเสียแขนซ้ายข้างหนึ่ง” และเริ่มเข้าใจความหมายของคำพยากรณ์นั้นได้แจ่มแจ้งว่าหมายถึงวันเวลาที่จะเกิดเหตุร้าย เพราะในปีเจี้ยนอันศกที่ยี่สิบสี่นี้เป็นปีกุน ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นสุกรนักษัตร ส่วนเดือนอ้ายของจีนหรือเดือนสามทางจันทรคติของไทยหมายถึงเดือนเสือ นั่นคือจะเกิดศึกที่เขาเตงกุนสันในปีกุนเดือนสาม และแขนซ้ายก็หมายถึงขุนพลคนสนิทซึ่งเป็นญาติ ได้แก่แฮหัวเอี๋ยนนั่นเอง

            โจโฉยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นจึงสั่งให้เคลื่อนกองทัพสี่สิบหมื่นจากเมืองลำเต๋งไปที่แม่น้ำฮันซุยด้านตะวันตก สมทบกับกองทัพของเตียวคับซึ่งตั้งค่ายรออยู่ก่อนแล้ว

            เตียวคับและโตสิบทราบข่าวว่าโจโฉกรีฑาทัพใหญ่มาที่ทุ่งฮันซุย จึงพาทหารออกไปต้อนรับโจโฉ แล้วทูลรายงานความศึกทั้งปวงให้โจโฉทราบโดยละเอียด และว่า “บัดนี้เขาบิชองสันยังมีเสบียงอาหารอยู่เป็นอันมาก ขอให้ท่านไปย้ายเสบียงมาไว้ก่อนจึงยกทหารไปรบกับฮองตง”

            อันคลังเสบียงใหญ่ของเมืองฮันต๋งเดิมตั้งอยู่ในหุบเขาที่ปลอดภัยสามแห่ง คือเขาเตงกุนสัน เขาเทียนตองสัน และเขาบิชองสัน เมื่อเริ่มต้นศึกชิงเมืองฮันต๋งนั้น ฮองตงและหวดเจ้งตรวจสอบพบคลังเสบียงที่เขาเทียนตองสันก่อนจึงเข้าโจมตียึดคลังเสบียงใหญ่ที่เขาเทียนตองสันได้ จากนั้นจึงรุกเข้ายึดเขาเตงกุนสันซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดที่จะรุกเข้าสู่เมืองฮันต๋ง และยังเป็นคลังเสบียงใหญ่อีกด้วย สถานการณ์สงครามในขณะนี้ทางฝ่ายโจโฉสูญเสียจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเสียคลังเสบียงใหญ่ไปสองแห่งแล้ว คงเหลือคลังเสบียงใหญ่ที่เขาบิชองสันอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเตียวคับเกรงว่าจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของทหารเมืองเสฉวนต่อไปอีก จะทำให้การทำสงครามของฝ่ายเมืองฮันต๋งลำบากขัดสน ดังนั้นจึงเสนอให้โจโฉรีบย้ายคลังเสบียงจากเขาบิชองสันเอาไปไว้ในที่ปลอดภัยจากข้าศึกเสียก่อน

            โจโฉได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงถามทหารที่ชำนาญภูมิประเทศว่า ซึ่งจะเคลื่อนย้ายคลังเสบียงออกจากเขาบิชองสันนั้น จะนำไปเก็บไว้ที่ใดจึงจะปลอดภัยที่สุด ทหารซึ่งชำนาญภูมิประเทศได้ทูลรายงานว่า พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดและสะดวกที่สุด ใกล้ที่สุด ก็คือเขาปักสัน เพราะกองทัพใหญ่ของท่านมหาอุปราชสามารถคุ้มครองป้องกันได้ทันท่วงทีและยากที่ข้าศึกจะเข้าโจมตี

            โจโฉฟังรายงานสภาพภูมิประเทศแล้วจึงเห็นชอบและออกคำสั่งให้เตียวคับคุมทหารไปขนย้ายเสบียงออกจากเขาบิชองสันนำไปเก็บไว้ที่เขาปักสัน แล้วให้ทหารรักษาคุ้มกันเสบียงอย่างเข้มแข็ง

            ทางฝ่ายฮองตงเมื่อได้ชัยชนะแก่ข้าศึกแล้ว ได้ให้เล่าฮองและเบ้งตัดรักษาค่ายเขาเตงกุนสันไว้ ตัวฮองตงตัดเอาศีรษะของแฮหัวเอี๋ยนแล้วชวนหวดเจ้งกลับไปหาเล่าปี่ที่ด่านแฮบังก๋วน รายงานความทั้งปวงให้เล่าปี่ทราบ

            เล่าปี่ทราบความศึกทั้งปวงแล้วมีความยินดีเป็นยิ่งนัก ปูนบำเหน็จเงินทองแก่ฮองตงและแต่งตั้งให้ฮองตงเป็น “เจงไล้ไตจงกุ๋น แปลว่านายทหารปราบศัตรูฝ่ายตะวันตก” และให้ปูนบำเหน็จแก่แม่ทัพนายกองและทหารทั้งปวงอย่างทั่วถึงกัน

            ในขณะนั้นเตียวคีซึ่งเป็นนายทหารสื่อสารและรับผิดชอบหน่วยสอดแนมได้เข้ามารายงานเล่าปี่ว่า บัดนี้โจโฉได้สั่งการให้เคลื่อนย้ายคลังเสบียงจากเขาบิชองสันไปเก็บรักษาไว้ที่เขาปักสันในบริเวณใกล้เคียงกับแม่น้ำฮันซุย และโจโฉได้นำกองทัพใหญ่ยกจากเมืองลำเต๋งมาตั้งค่ายอยู่ที่ฟากตะวันตก หวังจะแก้แค้นให้แก่แฮหัวเอี๋ยน

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่า “อันโจโฉยกทัพมาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แม้ทหารผู้ใดเข้มแข็งลอบยกทหารไปเผาเสบียงอาหารโจโฉ ณ ค่ายฮันซุยเสียได้ โจโฉก็จะเสียทีแก่เราเป็นมั่นคง”

            แนวคิดกลยุทธ์ของขงเบ้งในครั้งนี้คือการทุบท้องของกองทัพข้าศึก ทำลายคลังเสบียงที่เขาปักสัน ซึ่งเพิ่งย้ายมาจากเขาบิชองสันให้หมดสิ้น เพื่อตัดกำลังกองทัพโจโฉ เพราะเมื่อใดที่คลังเสบียงใหญ่ดังกล่าวถูกทำลายแล้ว กองทัพโจโฉก็จะขาดเสบียง เกิดระส่ำระสายและพ่ายแพ้ในที่สุด ขงเบ้งชี้กลยุทธ์ทำลายเสบียงของข้าศึกแล้วก็แสร้งยั่วยุฮองตงและบรรดาทหารว่าผู้ใดหนอมีฝีมือที่จะไปทำการครั้งนี้ได้

            คำยั่วยุของขงเบ้งกระทบใจฮองตงอีกครั้งหนึ่ง จึงลุกขึ้นคำนับเล่าปี่แล้วขันอาสาว่า การเพียงเท่านี้จะปรารมภ์ไปไย ข้าพเจ้าขออาสายกทหารไปผลาญเสบียงข้าศึกเสียให้สิ้นเอง                                                                    

            ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะแล้วว่าฮองตงท่านได้รับชัยชนะมาหลายครั้งมีความชอบเป็นอันมากก็จริงอยู่ แต่การครั้งนี้นายทัพฝ่ายข้าศึกคือโจโฉ ซึ่งชำนาญการสงครามยิ่งกว่าขุนทหารทุกคนที่ผ่านมา ท่านอย่าเพิ่งประมาทแก่โจโฉเป็นอันขาด และในการศึกครั้งนี้โจโฉยังมีซิหลงสมทบด้วยเตียวคับอีกเล่า ทหารทั้งสองคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งกว่าแฮหัวเอี๋ยนมากนัก

            เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็รู้ที จึงเสริมคำขงเบ้งว่า “แฮหัวเอี๋ยนมีกำลังกล้าหาญก็จริง แต่ความคิดน้อยกว่าเตียวคับนัก ถึงจะฆ่าคนอย่างแฮหัวเอี๋ยนได้สักสิบคน ก็ยังหาเท่าเตียวคับคนหนึ่งไม่”

            คนแก่อย่างฮองตงเป็นคนที่แรงด้วยมานะอันกล้า ครั้นได้ยินคำเล่าปี่ ขงเบ้ง ดังนั้นก็ยิ่งมุมานะ กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่าถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าจะขอพิสูจน์ฝีมือให้ปรากฏ จะตัดศีรษะเตียวคับมามอบแก่ท่านให้จงได้ โปรดอนุญาตให้ข้าพเจ้ายกทหารไปทำการครั้งนี้เถิด

            ขงเบ้งจึงว่า เมื่อท่านตัดสินใจเด็ดเดี่ยวจะอาสาไปทำการครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ขัด แต่จะขอให้จูล่งร่วมไปทำการด้วย จะได้ช่วยกันคิดอ่านมิให้พลาดพลั้งเสียทีแก่ข้าศึก และจะได้เห็นฝีมือของทั้งสองคนว่าผู้ใดยิ่งหย่อนกว่ากัน

            ฮองตงและจูล่งได้ฟังดังนั้นจึงคำนับเล่าปี่และขงเบ้ง ออกไปจัดแจงทหารจะยกไปตีเขาปักสันทำลายคลังเสบียงโจโฉเสียให้สิ้น พอสองทหารเสือออกไปแล้วขงเบ้งจึงสั่งเตียวคีให้คุมทหารเป็นกองหนุนยกตามไปอีกกองหนึ่ง เพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันหากจะมีเกิดขึ้น

            ฮองตงและจูล่งยกทหารออกจากด่านแฮบังก๋วนไปตั้งค่ายอยู่ใกล้บริเวณแม่น้ำฮันซุย ระยะห่างจากกองทัพโจโฉสองร้อยเส้น เมื่อตั้งค่ายแล้วจูล่งจึงปรารภกับฮองตงว่าโจโฉยกทัพมาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก มีกำลังทหารถึงสี่สิบหมื่น แลตั้งค่ายรายเรียงกันถึงสิบกระบวน จะทำประการใดจึงจะลอบรุกเข้าไปทำลายคลังเสบียงที่เขาปักสันได้สำเร็จ

            ฮองตงได้ฟังคำจูล่งก็สำคัญว่าจูล่งต้องการยกทหารไปทำลายคลังเสบียงเพื่อเอาความชอบแต่ผู้เดียว จึงว่าข้าพเจ้าได้ขันอาสานำทหารไปตีคลังเสบียงในครั้งนี้ ส่วนท่านเป็นผู้ช่วยของข้าพเจ้า จงรักษาค่ายไว้ให้มั่นคง ข้าพเจ้าจะนำทหารเข้าปล้นคลังเสบียงก่อนจึงจะชอบ.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘