ตอนที่ 415. สีลารบสองเสือเฒ่า

 หลังจากเตียวคับเสียด่านบองเทาเหงียมให้แก่เตียวหุยแล้ว ถูกโจหองภาคทัณฑ์โทษและให้ทำการแก้ตัวโดยยกกองทัพไปตีด่านแฮบังก๋วน เพื่อหวังจะดึงกองทัพเตียวหุยให้ลงมาช่วยด่านแฮบังก๋วน ทำให้เมืองฮันต๋งปลอดภัย แต่เล่าปี่ ขงเบ้ง ไม่หลงกล กลับตั้งให้ฮองตงและเงียมหงันสองขุนพลผู้เฒ่ายกกองทัพหนุนมาช่วยป้องกันด่านแฮบังก๋วน

            เงียมหงันเองก็ประจักษ์แก่ตาในท่าทีของเบ้งตัดและงักจุ้นซึ่งหัวเราะเยาะเย้ยนั้นว่าเป็นการดูหมิ่นสองขุนพลผู้เฒ่าว่าแก่ชราแล้ว ไหนเลยจะเอาชนะข้าศึกได้ ครั้นได้ยินคำฮองตงก็เห็นด้วยจึงว่า ท่านจะคิดอ่านประการใดข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะทำตามเพื่อลบรอยที่ถูกดูหมิ่นในครั้งนี้ให้จงได้

            ฮองตงจึงว่า ทางด้านหลังค่ายของเตียวคับมีซอกเขาเดินตลอดมาถึงด่านแฮบังก๋วน เป็นที่รกชัฏชอบกลอยู่ ให้ท่านคุมทหารยกไปซุ่มอยู่ในซอกเขาด้านหลังค่ายเตียวคับนั้น เมื่อใดที่ข้าพเจ้ายกทหารออกไปรบติดพันกับเตียวคับแล้ว ให้ท่านยกทหารออกจากจุดที่ซุ่มตีกระหนาบหลัง และสกัดอย่าให้เตียวคับหนีกลับเข้าไปในค่ายได้ก็จะได้ชัยชนะแก่ข้าศึกเป็นมั่นคง

            เงียมหงันได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบ คำนับลาฮองตงออกไปจัดแจงทหาร ครั้นเวลาใกล้สว่างก็ยกทหารออกจากด่านอย่างเงียบกริบ ไปตั้งซุ่มอยู่ในซอกเขาด้านหลังค่ายของเตียวคับตามแผนการของฮองตงทุกประการ

            พอฟ้าสว่างขึ้นฮองตงก็คุมทหารออกไปที่หน้าค่ายของเตียวคับ ให้ทหารร้องท้าทายให้เตียวคับยกทหารออกมาต่อสู้กันให้เห็นฝีมือ เตียวคับได้ทราบรายงานจากหน่วยลาดตระเวนว่าตัวนายทัพของเมืองเสฉวนเป็นทหารชราก็คิดประมาทว่าจะสามารถเอาชนะได้โดยง่าย ประกอบทั้งถูกร้องท้าทายก็โกรธ เตียวคับจึงคุมทหารยกออกมารบกับฮองตง

            เมื่อเผชิญหน้ากันเตียวคับเห็นฮองตงอยู่ในวัยชรา ผมบนศีรษะที่แลเห็นนอกหมวกเกราะนั้นขาวโพลนก็หัวเราะเยาะ แล้วว่า “ตัวชราถึงเพียงนี้ยังหาความละอายไม่ ช่างมีหน้าอาสาออกมาทำการสงคราม จะเอายศศักดิ์ไปถึงไหน”

            ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าตัวกูแก่เฒ่าชราก็จริง แต่ง้าวซึ่งกูถืออยู่นี้มิได้แก่ด้วย ระวังศีรษะของมึงไว้ให้จงดีก็แล้วกัน

            สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) พรรณนาคำโต้ตอบของฮองตงตอนนี้ว่า “ถึงตัวกูชราก็จริง แต่ง้าวซึ่งกูถืออยู่นี้ยังคมอยู่”

            ว่าแล้วฮองตงก็ชักม้าตรงเข้ารบกับเตียวคับ เตียวคับก็ชักม้าพุ่งเข้าหาฮองตง ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างตีม้าล่อฆ้องกลองและโห่ร้องขึ้นพร้อมกัน

            เตียวคับรบกับฮองตงได้สิบเพลง พลันได้ยินเสียงโห่ร้องของทหารดังสนั่นมาจากด้านหลัง และได้ยินเสียงทหารแตกฮือจึงเหลียวไปดู เห็นทหารเมืองเสฉวนที่มีธงประจำตัวนายทัพชื่อเงียมหงันยกกำลังออกจากซอกเขาเข้าจู่โจมทหารของเตียวคับจากด้านหลัง แล้วตีกระหนาบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทหารของเตียวคับแตกตื่นถูกทหารของเงียมหงันฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ทหารของฮองตงเห็นเงียมหงันคุมทหารตีกระทบหลังทหารเตียวคับเข้ามาก็รุกจู่โจมกระทบเข้าไป ทำให้เตียวคับและทหารตกอยู่ในท่ามกลางวงล้อมของทหารเมืองเสฉวน

            เตียวคับเห็นทหารเมืองเสฉวนล้อมโจมตีกระชับวงแคบเข้ามาและฆ่าฟันทหารของตัวบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมากเห็นจะต้านทานไม่ได้ จึงชักม้าผละออกจากวงรบแล้วตีฝ่ากลับไปทางด้านหลัง ทหารของเตียวคับที่เหลือก็แตกหนีตามเตียวคับไป

            ฮองตงและเงียมหงันคุมทหารไล่ตามตีไปเป็นระยะทางถึงเก้าร้อยเส้น เห็นไม่ทันเตียวคับแล้วจึงให้ตั้งค่ายลงไว้ ส่วนเตียวคับเมื่อพาทหารหนีพ้นจากการติดตามของฮองตงแล้วก็ให้ตั้งค่ายไว้เช่นเดียวกัน และให้ม้าเร็วรายงานความศึกให้โจหองทราบ

            โจหองทราบความศึกแล้วก็โกรธเตียวคับ เรียกทหารมาสั่งการให้ไปจับตัวเตียวคับมาประหารชีวิตตามที่ได้ภาคทัณฑ์โทษไว้ โกฉุยได้ยินโจหองสั่งการดังนั้นก็ตกใจ รีบห้ามปรามโจหองว่า “ซึ่งท่านจะทำการดังนี้ไม่ควร แม้รู้ไปถึงเตียวคับก็จะหนีไปเข้าด้วยกองทัพเมืองเสฉวน การศึกซึ่งจะทำสืบไปก็จะขัดสน ขอให้แต่งทหารไปช่วยกำกับไว้อย่าให้เตียวคับเอาใจออกหากได้”

            โจหองได้ฟังคำท้วงก็ได้คิดว่าเตียวคับแม้แตกทัพมาก็ยังคงประดุจดังเสืออยู่ในป่า หากถูกไล่ล่าก็จะหนีกระเจิดกระเจิงไป หากเตียวคับไปเข้าด้วยกองทัพเมืองเสฉวนแล้วกองทัพเมืองฮันต๋งก็จะยิ่งลำบาก เพราะเตียวคับรู้ตื้นลึกหนาบางทางด้านกองทัพเมืองฮันต๋งเป็นอย่างดี และยังมีสมัครพรรคพวกอยู่เป็นอันมาก

            โจหองได้คิดดังนั้นก็เห็นชอบกับข้อเสนอของโกฉุย จึงตั้งให้แฮหัวชงผู้เป็นหลานของแฮหัวตุ้นซึ่งนับเนื่องเป็นญาติของโจหองด้วยเช่นเดียวกันคุมทหารกองหนึ่ง และตั้งให้ฮันโฮซึ่งเป็นน้องของฮันเหียนคุมทหารอีกกองหนึ่ง รวมเป็นกำลังพลห้าพันคนยกหนุนไปช่วยเตียวคับ

            แฮหัวชงและฮันโฮเป็นนายทหารหนุ่ม มีน้ำใจคึกคะนอง ครั้นได้คุมกองทหารตามคำสั่งของโจหองแล้วต่างก็คิดสร้างความชอบให้เป็นเกียรติศักดิ์ไว้กับตัว พอไปถึงเตียวคับก็แจ้งความตามคำสั่งของโจหองแล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้าทั้งสองคนจะจับตัวนายทหารเมือง เสฉวนแก้ความอัปยศให้ท่านให้จงได้

            เตียวคับขุนศึกผู้เจนสนามเห็นสองนายทหารหนุ่มกล่าวความคึกคะนองดังนั้นจึงว่า อันฮองตงกับเงียมหงันนั้นเหมือนหนึ่งเสือ แม้ชราแล้วลายเสือก็หาได้สิ้นไปไม่ การที่จะประมาทสองทหารเฒ่าของเมืองเสฉวนนั้นไม่สมควร

            ฮันโฮจึงว่า ฮองตงผู้นี้ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์มาแต่ก่อนว่าเคยทำราชการอยู่ที่เมืองเตียงสา แปรพักตร์เข้าด้วยกวนอูแล้วยังคบคิดให้อุยเอี๋ยนฆ่าฮันเหียนพี่ชายข้าพเจ้าอีก ความแค้นข้าพเจ้ามีอยู่แก่ฮองตงเป็นอันมาก ข้าพเจ้ายกมาทำการครั้งนี้นอกจากจะหวังความชอบในราชการแล้ว ยังหวังทำการล้างแค้นให้กับพี่ชายข้าพเจ้าด้วย

            เตียวคับเห็นสองนายทหารหนุ่มดึงดันจะยกออกไปรบกับทหารเมืองเสฉวนก็ไม่อาจขัดขวางทัดทานได้ เพราะตัวเองเพิ่งพ่ายศึกมาหยก ๆ ยิ่งทัดทานก็ยิ่งถูกดูหมิ่นเหยียดหยามว่าเกรงกลัวข้าศึก ดังนั้นเตียวคับจึงจำใจจำยอมให้สองนายทหารหนุ่มยกทหารออกไปรบกับฮองตง

            ทางฝ่ายฮองตงและเงียมหงันเมื่อตั้งค่ายมั่นลงแล้ว ทุกวันเวลาได้พาทหารคนสนิทออกไปสำรวจตรวจตราภูมิประเทศอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนถึงภูเขาเทียนตองสัน เห็นทหารเมืองฮันต๋งเคลื่อนไหวอย่างคึกคักก็ลอบพาทหารเข้าไปสังเกตการณ์มิให้ฝ่ายทหารเมืองฮันต๋งได้รู้ตัว

            ในที่สุดฮองตงก็พบว่าบริเวณภูเขาเทียนตองสันนี้คือคลังเสบียงอาหารใหญ่ของเมืองฮันต๋ง มีอาณาเขตติดต่อกว้างไกลไปจนถึงเขาเตงกุนสัน และที่ลุ่มราบในอาณาบริเวณนั้น เมื่อเก็บเกี่ยวธัญญาหารแล้วก็จะนำมารวมไว้ที่คลังเสบียงใหญ่ ณ เขาเทียนตองสัน ดังนั้นการลาดตระเวนดูแลรักษาคลังเสบียงและพื้นที่เขาเทียนตองสันจึงเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ

            ฮองตงทราบสภาพดังนั้นจึงปรึกษากับเงียมหงันแจ้งสภาพภูมิประเทศและฐานะทางยุทธศาสตร์ของเขาเทียนตองสันให้เงียมหงันทราบทุกประการ

            เงียมหงันได้ทราบความดังนั้นจึงว่า “ถ้าคิดอ่านตัดเสบียงตำบลนี้เสียได้ ก็จะได้เมืองฮันต๋งโดยง่าย”

            ฮองตงได้ฟังคำเงียมหงันดังนั้นก็ปรบมือ หัวเราะ แล้วว่าความคิดของท่านต้องด้วยความคิดของข้าพเจ้า และว่าเราสองคนชราแล้ว คนทั้งปวงจึงปรามาส ศึกครั้งนี้เล่าปี่นายเราตั้งให้เรามาช่วยรักษาด่านแฮบังก๋วน แต่ดูท่วงท่ากุนซือแล้วคงหมายมุ่งยึดเมืองฮันต๋งอย่าได้สงสัยเลย ดังนั้นเราจำจะทำลายคลังเสบียงของเมืองฮันต๋งที่เขาเทียนตองสันให้จงได้ การศึกข้างหน้าก็จะไม่ขัดสน

            แล้วฮองตงจึงว่า ท่านจงคุมทหารกองหนึ่งยกไปซุ่มอยู่ในแนวป่าใกล้กับเขาเทียนตองสัน อย่าให้ข้าศึกได้รู้ตัว เมื่อใดที่ข้าพเจ้ายกทหารไปตีเขาเทียนตองสันแล้ว ก็ให้ท่านจุดเพลิงเผาคลังเสบียงแล้วตีกระหนาบเข้ามาคงจะได้ชัยชนะแก่ข้าศึกเป็นมั่นคง และการทั้งนี้อย่าได้แพร่งพรายให้ผู้ใดภายในด่านได้รู้เห็นเป็นอันขาด หากล่วงรู้ถึงข้าศึกแล้วท่านก็จะเสี่ยงอยู่ในอันตราย

            เงียมหงันจึงว่า ความคิดของท่านครั้งนี้สุขุมลุ่มลึกนัก การทั้งปวงคงจะสำเร็จดังความคิดท่านเป็นมั่นคง ว่าแล้วเงียมหงันจึงคำนับลาฮองตงออกไปเตรียมทหารพร้อมไว้ ครั้นเวลากลางคืนเงียมหงันจึงคุมทหารยกไปซุ่มอยู่ตามแผนการของฮองตงทุกประการ

            ทางฝ่ายแฮหัวชงและฮันโฮ เมื่อยกทหารมาถึงหน้าค่ายของฮองตงก็ให้ทหารร้องท้าทายให้ฮองตงออกมารบกันให้ประจักษ์ฝีมือ ฮองตงทราบรายงานแล้วก็พาทหารออกจากค่ายจะไปรบกับทหารเมืองฮันต๋ง

            แฮหัวชงและฮันโฮเห็นฮองตงขี่ม้านำหน้าทหารออกมาดังนั้นก็ร้องด่าฮองตงว่า อ้ายเฒ่าอายุปูนนี้แล้วไม่คิดอยู่กับลูกหลาน ยังกระหายในลาภยศ ไม่ละอายแก่คนทั้งปวงหรือ

            ว่าแล้วฮันโฮก็ขี่ม้าตรงเข้าไปหาฮองตง ส่วนฮองตงได้ยินคำด่าดังนั้นก็โกรธ ชักม้าเข้ารบกับฮันโฮ ส่วนแฮหัวชงเห็นฮองตงแม้จะอยู่ในวัยชราแต่มีกำลังวังชากล้าหาญนักก็เกรงว่าฮันโฮจะสู้ฮองตงไม่ได้ จึงชักม้าเข้าไปช่วยฮันโฮรบกับฮองตง

            ฮองตงรบกับฮันโฮและแฮหัวชงได้ยี่สิบเพลงก็ชักม้าหนีออกจากลานรบแล้วสั่งทหารให้ถอยทัพ ฮันโฮและแฮหัวชงเห็นได้ทีก็ไล่ตามตีและยึดค่ายของฮองตงไว้ แล้วสั่งทหารให้ลำเลียงเสบียงอาหารจากเขาเทียนตองสันมาไว้ที่ค่ายของฮองตงเพื่อเป็นเสบียงให้แก่กองทัพต่อไป

            ฮองตงพาทหารหนีไปเป็นระยะทางสองร้อยเส้นก็สั่งให้ตั้งค่ายขึ้นใหม่ วันรุ่งขึ้นแฮหัวชงและฮันโฮก็ยกทหารมาท้ารบกับฮองตงอีก ฮองตงรบกับแฮหัวชงและฮันโฮได้สิบสี่สิบห้าเพลงก็ทิ้งค่าย พาทหารหนีไปอีกสองร้อยเส้นแล้วตั้งค่ายใหม่ขึ้นอีก

            ฮันโฮและแฮหัวชงยึดได้ค่ายที่สองของฮองตงแล้วก็ให้ทหารรักษาค่าย และให้ลำเลียงเสบียงอาหารตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์หนุนเนื่องมาสำรองไว้ในค่ายที่สองนี้ และให้ม้าเร็วรีบไปแจ้งความศึกให้เตียวคับทราบ และให้กวดขันระมัดระวังหลัง ตลอดจนส่งเสบียงอาหารอย่าให้ขาด

            เตียวคับทราบความดังนั้นก็ตกใจ แจ้งแก่ม้าเร็วให้รีบกลับมาบอกฮันโฮและแฮหัวชงว่าซึ่งฮองตงแตกหนีทิ้งค่ายไปถึงสองครั้งสองคราดังนี้ผิดวิสัยนัก คงเป็นกลอุบายของฮองตงอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงให้แฮหัวชงและฮันโฮตั้งค่ายมั่นไว้อย่าได้ออกรบอีกต่อไปเลย

            แล้วเตียวคับจึงสั่งให้ม้าเร็วรีบกลับไปแจ้งความแก่ฮันโฮและแฮหัวชงในเพลานั้น ครั้นฮันโฮและแฮหัวชงทราบคำทักท้วงของเตียวคับก็โกรธ สั่งม้าเร็วให้กลับไปบอกเตียวคับว่า ตัวเตียวคับเสียทีพ่ายแพ้แก่ข้าศึกจนความกลัวเข้าครอบงำ เห็นอะไรก็เป็นกลอุบายไปสิ้น ตัวเราสองคนกำลังได้ทีแก่ข้าศึก และรู้เห็นความศึกกระจ่างชัด อย่าได้มาขัดขวางอีกเลย คอยส่งเสบียงและคอยจัดงานฉลองชัยชนะให้พร้อมเถิด

            เตียวคับได้ทราบความจากม้าเร็วดังนั้นก็รู้สึกอัปยศอดสูแก่บรรดาทหารทั้งปวง จึงเอาสุรามาดื่มเพื่อให้คลายความทุกข์

            ครั้นรุ่งขึ้นแฮหัวชงกับฮันโฮก็คุมทหารยกออกไปรบกับฮองตงอีกเป็นคำรบที่สาม ฮองตงรบกับฮันโฮและแฮหัวชงได้ห้าเพลงก็ทิ้งค่าย พาทหารหนีเข้าไปในด่านแฮบังก๋วน

            แฮหัวชงและฮันโฮจึงให้ทหารยึดค่ายของฮองตงไว้ และให้ลำเลียงเสบียงอาหารตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์มาสำรองไว้ในค่ายที่สามนี้เพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนในการโจมตีด่านแฮบังก๋วนต่อไป ในขณะเดียวกันนั้นแฮหัวชงและฮันโฮก็ได้คุมทหารที่เหลือยกไปตั้งค่ายประชิดด่านแฮบังก๋วนไว้

            สองสิงห์หนุ่มไม่รู้ลีลารบของสองขุนพลผู้เฒ่าของเล่าปี่ คิดว่าการศึกที่ผ่านมาคือศึกที่แท้จริงและเป็นฝ่ายกุมไว้ซึ่งชัยชนะ ในขณะที่สองเสือเฒ่ากำลังเตรียมเผด็จศึกถอนทั้งทุนและเก็บเกี่ยวกำไรเพื่อลบรอยปรามาสของคนทั้งปวงให้สำเร็จ.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓