ตอนที่ 414. แรงมานะของคนแก่

หลังจากเตียวหุยคิดอ่านซ้อนกลเตียวคับสำเร็จแล้ว เตียวคับก็ใช้กลยุทธ์ตั้งรับอยู่ในด่านบองเทาเหงียม เตียวหุยจึงต้องถอยทหารมาตั้งค่ายคุมเชิงไว้ในระยะสองร้อยเส้น ครั้นสำรวจภูมิประเทศกระจ่างแล้วจึงกำหนดแผนการเหนือคาดคิดเข้าโจมตีด่านบองเทาเหงียม

            เตียวคับขี่ม้าฝ่าทหารของตัวเองย้อนกลับเข้ามาในประตูด่าน แต่ไม่ทันที่ทหารของเตียวคับส่วนที่ออกนอกด่านไปแล้วจะกลับเข้าด่านได้หมดสิ้น อุยเอี๋ยนก็คุมทหารเมือง เสฉวนจู่โจมตามตีเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทหารของเตียวคับถูกจู่โจมดังนั้นก็แตกตื่นตกใจ เหยียบกันเอง บาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            เตียวคับขี่ม้ากลับเข้ามาในด่านได้ไม่ถึงเส้น เตียวหุยก็ขี่ม้านำทหารตีฝ่ากระทบเข้ามา ในขณะที่ด้านประตูด่านอุยเอี๋ยนก็ขี่ม้านำทหารตีกระทบเข้าไป ทหารของเตียวคับตกอยู่ในท่ามกลางวงล้อมจึงถูกทหารของเมืองเสฉวนฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเกือบหมดสิ้น

            เตียวคับเห็นดังนั้นก็ตกใจ ชักม้ากลับแล้วตีฝ่าออกไปทางประตูด่านโดยเหลือทหารเพียงสิบเอ็ดสิบสองคนติดตามไป ทหารเมืองเสฉวนได้ทีก็ล้อมจับทหารของเตียวคับที่อยู่ภายในด่าน ยึดศาสตราวุธ ม้าและอาหารไว้ได้เป็นจำนวนมาก ด่านบองเทาเหงียมซึ่งเป็นด่านสำคัญที่โจโฉวางใจให้เป็นด่านที่จะรับมือกับกองทัพเมืองเสฉวนจึงเสียแก่เตียวหุยด้วยประการฉะนี้

            เตียวคับพาทหารซึ่งสนิทหนีออกจากด่านอย่างทุลักทุเลแล้ว จึงขี่ม้าลัดเลาะไปตามซอกเขาจนถึงเมืองฮันต๋ง แล้วเข้าไปรายงานความทั้งปวงแก่โจหอง

            โจหองได้ฟังดังนั้นก็โกรธเตียวคับ ลำเลิกขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อครั้งก่อนเราห้ามท่านแต่ท่านก็ไม่ฟัง จึงพ่ายแพ้แก่กองทัพเมืองเสฉวน เราได้คาดโทษไว้ครั้งหนึ่ง มาครั้งนี้ก็เสียทีข้าศึกยับเยินกลับมาอีกเล่า เป็นการผิดคำทัณฑ์บนที่ให้ไว้ จำเป็นต้องลงโทษท่านตามอาญาศึก ว่าแล้วโจหองจึงสั่งทหารให้คุมตัวเตียวคับไปประหาร

            เตียวคับเสียทีแก่ข้าศึก ได้รับความอัปยศเป็นอันมาก ครั้นได้ฟังคำตัดสินของโจหองก็ก้มหน้าคอตก มิรู้ที่จะว่ากล่าวประการใด

            ในขณะที่ทหารเข้าคุมตัวเตียวคับนั้น โกฉุยซึ่งเป็นทหารคนสำคัญของโจโฉได้คำนับโจหองแล้วว่า บัดนี้เป็นเวลาหน้าศึกอยู่ ซึ่งท่านจะประหารชีวิตนายทหารเอกนั้นไม่สมควร ทหารเลวหมื่นแสนนั้นหาง่าย แม้นเสียหายตายไปก็หาได้ใหม่ไม่ลำบาก แต่ทหารเอกสิหายาก ทั้งเตียวคับก็มีความชอบมาแต่หนหลังเป็นที่โปรดปรานของวุยอ๋อง ขอท่านจงงดโทษเตียวคับไว้อีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าขอเสนอให้เตียวคับทำการแก้ตัวยกทหารไปตีด่านแฮบังก๋วนเพื่อรั้งกองทัพเมืองเสฉวนไม่ให้ทำอันตรายแก่เมืองฮันต๋งสืบไป หากครั้งนี้เตียวคับเสียทีแก่ข้าศึกแล้ว ท่านจะลงโทษประหารข้าพเจ้าก็จะไม่ทักท้วงขัดขวางอีกต่อไป

            โจหองพอได้ยินความว่าเตียวคับเป็นที่โปรดปรานของวุยอ๋องก็ได้ยั้งคิด เพราะรู้ดีว่าเตียวคับเป็นทหารเอกมีฝีมือ และทำการอยู่กับวุยอ๋องเป็นเวลาช้านาน มีความชอบเป็นอันมาก หากลงโทษประหารอาจไม่เป็นที่ต้องใจของโจโฉ ดังนั้นโจหองจึงจำใจต้องอดโทษเตียวคับไว้ก่อน และอนุญาตให้เตียวคับยกทหารไปตีด่านแฮบังก๋วนเพื่อแก้ตัว และให้ภาคทัณฑ์ความผิดของเตียวคับทั้งสองครั้งไว้ หากเสียทีกลับมาในครั้งนี้อีกก็จะลงโทษประหารชีวิต

            เตียวคับรอดตายมาได้ก็มีความยินดี รับคำโจหองแล้วออกไปจัดแจงทหารห้าพันยกไปด่านแฮบังก๋วน

            อันแผนการของโกฉุยที่เสนอให้เตียวคับยกทหารไปตีด่านแฮบังก๋วนนั้น ก็คือแผนการตีเมืองเว่ย ช่วยเมืองเจ้านั่นเอง เพราะอาณาเขตซึ่งเป็นแดนต่อแดนระหว่างแคว้นฮันต๋งกับแคว้นเสฉวนนั้น ทางแคว้นเสฉวนมีด่านสำคัญเป็นแนวรับทางด้านใต้คือด่านแฮบังก๋วน และมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญอีกจุดหนึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปคือเมืองปาเส ส่วนทางแคว้นฮันต๋งมีด่านสำคัญเป็นแนวรับทางด้านเหนือคือด่านบองเทาเหงียม และมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญอีกจุดหนึ่งอยู่ใต้ลงมาคือเขาเตงกุนสัน เมื่อครั้งที่ โจโฉจะถอนทัพจากเมืองฮันต๋งไปรบกับซุนกวนที่เมืองหับป๋านั้น ได้กำชับอย่างแข็งขันว่าให้รักษาด่านบองเทาเหงียมและเขาเตงกุนสันไว้ให้ได้ เมืองฮันต๋งก็จะไม่มีอันตราย จึงสั่งให้เตียวคับเป็นผู้รักษาด่านบองเทาเหงียม และให้แฮหัวเอี๋ยนเป็นผู้รักษาเขาเตงกุนสัน ซึ่งทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นทหารเสือที่โจโฉไว้วางใจ และมีประสบการณ์ในสงครามอย่างโชกโชน บัดนี้เตียวคับเสียด่านบองเทาเหงียมแล้ว โกฉุยจึงเกรงว่ากองทัพเมืองเสฉวนจะยกเข้าตีเมืองฮันต๋ง นั่นคือยกเข้าตีเขาเตงกุนสันแล้วประสานกำลังกับเตียวหุยที่ยึดด่านบองเทาเหงียมไว้ได้ แล้วรุกเข้าเมืองฮันต๋ง จึงกำหนดแผนการให้เตียวคับยกทหารไปตีด่านแฮบังก๋วนของเมืองเสฉวน ด้วยหวังจะดึงกำลังกองทัพเมืองเสฉวนให้ไปป้องกันด่านแฮบังก๋วนไว้ ทำให้เมืองฮันต๋งไม่เป็นอันตราย

            เตียวคับยกทหารไปใกล้ด่านแฮบังก๋วนก็ให้ตั้งค่ายประชิดด่านไว้ แล้วให้ทหารออกไปท้ารบ ฝ่ายเบ้งตัดและงักจุ้นซึ่งเล่าปี่ได้แต่งตั้งให้รักษาด่านแฮบังก๋วนทราบข่าวศึก จึงปรึกษาหารือกันว่าจะใช้กลยุทธ์อันใดในการรับมือกับกองทัพเมืองฮันต๋งในครั้งนี้

            งักจุ้นซึ่งสุขุมลุ่มลึกและมีประสบการณ์ในการสงครามได้เสนอว่า การรับมือกับข้าศึกครั้งนี้ควรใช้กลยุทธ์ตั้งรับเพื่อป้องกันรักษาด่านไว้มิให้เป็นอันตราย แต่เบ้งตัดเห็นว่าข้าศึกยกมาเพียงห้าพันจะมามัวรักษาด่านการศึกก็จะยืดเยื้อเรื้อรังสืบไป ชอบที่จะยกทหารออกไปโจมตีข้าศึกให้แตกพ่ายไปจะดีกว่า

            งักจุ้นจะห้ามปรามประการใดเบ้งตัดก็ไม่ฟัง ดึงดันคุมทหารยกออกไปรบกับเตียวคับ แต่เพราะเหตุที่เตียวคับมีฝีมือการรบที่เข้มแข็งแกร่งกล้ากว่าเบ้งตัดเป็นอันมาก ดังนั้นพอทหารทั้งสองกองประจัญบานกันเบ้งตัดก็ไม่สามารถต้านทานฝีมือของเตียวคับได้จึงชักม้าหนี เตียวคับได้ทีจึงคุมทหารไล่ฆ่าฟันทหารของเบ้งตัดบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            เบ้งตัดพาทหารหนีกลับเข้าไปในด่านได้ก็ให้รู้สึกละอายใจต่องักจุ้น งักจุ้นเห็นว่าเมื่อมีศึกมาประชิดด่านและเสียทีข้าศึกดังนี้จำต้องรายงานให้เล่าปี่ทราบ จึงแต่งหนังสือรายงานความศึกให้ม้าเร็วถือเข้าไปในเมืองเสฉวน

            เล่าปี่แจ้งความในหนังสือรายงานของงักจุ้นแล้วจึงเชิญขงเบ้งมาปรึกษาว่าจะคิดอ่านประการใด ขงเบ้งจึงว่าการศึกครั้งนี้ท่านจะได้เมืองฮันต๋ง ดังนั้นอย่าได้ปรารมภ์เลย ในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันที่ท่านออกว่าราชการ ข้าพเจ้าจะคิดอ่านแต่งทหารฝีมือออกไปตีกองทัพเตียวคับให้แตกไปจงได้

            เล่าปี่ได้ฟังคำขงเบ้งดังนั้นก็ค่อยคลายใจ พอวันรุ่งขึ้นเล่าปี่ออกว่าราชการบรรดาที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและขุนนางทั้งปวงต่างมาประชุมพร้อมกันตามตำแหน่ง เล่าปี่จึงปรารภว่าบัดนี้เตียวคับยกกองทัพมาตีด่านแฮบังก๋วน ท่านทั้งปวงจะคิดอ่านสู้รบประการใด

            ขงเบ้งคำนับเล่าปี่แล้วกล่าวว่า “อันเตียวคับนั้นมีฝีมือกล้าหาญนัก ขอให้มีหนังสือไปหาตัวเตียวหุยมาจึงจะสู้ฝีมือเตียวคับได้” ว่าแล้วขงเบ้งก็มองไปที่ฮองตง

            ฮองตงขุนศึกผู้เฒ่าได้ฟังคำขงเบ้งดังนั้นก็รู้นัยว่ามีความวิตกว่าฝีมือทหารในเมืองเสฉวนนั้นไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรกับเตียวคับได้ จึงจำต้องหมายเรียกเตียวหุยจากด่านบองเทาเหงียมมารับมือกับเตียวคับ เมื่อทราบความนัยดังนี้ฮองตงก็มีมานะว่าตัวเรานี้แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่กำลังวังชาและฝีมือการรบก็สามารถต่อสู้กับเตียวคับได้อย่างสบาย

            ฮองตงคิดดังนั้นแล้วจึงลุกออกไปคำนับเล่าปี่และขงเบ้ง พลางกล่าวว่า “ท่านอาจารย์หลู่ทหารทั้งปวงดังนี้จะมิเสียน้ำใจไปสิ้นหรือ แต่ตัวข้าพเจ้าชรานี้จะขออาสาไปตัดศีรษะเตียวคับมาให้ได้”

            ขงเบ้งจึงตอบกลับมาว่า ฮองตงท่านมีฝีมือกล้าหาญก็จริงอยู่ แต่บัดนี้อายุล่วงเลยสู่วัยชราแล้ว ข้าพเจ้าเป็นห่วงว่าจะต้านทานกำลังเตียวคับไม่ได้

            ฮองตงถูกจี้ใจดำก็มานะโกรธ กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่าถึงแม้ข้าพเจ้าจะมีอายุชราแล้ว แต่กำลังวังชาก็ยังทรงพลัง สามารถขึ้นเกาทัณฑ์อันแกร่งได้ สามารถยกของหนักถึงสามร้อยชั่งได้ ไม่ชอบที่ท่านจะปรามาสว่าข้าพเจ้าสู้ฝีมือเตียวคับข้าศึกมิได้

            ขงเบ้งยังคงยืนยันคำเดิมว่าตัวท่านอายุเจ็ดสิบเศษแล้ว จะอ้างว่ามีกำลังเสมอคนหนุ่มนั้นข้าพเจ้าวิตกว่าท่านจะประมาทแล้วเสียทีแก่ข้าศึกให้เสียราชการไป

            ฮองตงได้ยินดังนั้นก็โกรธจนหน้าแดงกล่ำ ความทนงและมานะในใจชายชาติทหารโหมโชติช่วงขึ้นในใจ ฮองตงได้ก้าวเดินออกมาทางด้านหลังที่ว่าราชการด้วยฝีเท้าอันหนักแน่น เดินไปหาทหารซึ่งถือง้าวประจำตัว ชิงเอาง้าวนั้นถือกลับเข้าไปในที่ว่าราชการ  แล้วร่ายรำเพลงง้าวอย่างแคล่วคล่องว่องไวจนสิ้นกระบวนเพลง

            พอสิ้นเพลงง้าวเล่าปี่ ขงเบ้ง และขุนนางทั้งปวงได้ปรบมือขึ้นพร้อมกัน ต่างสรรเสริญฮองตงเป็นอันมากว่ามีกำลังฝีมือเข้มแข็งกล้าหาญนัก ฮองตงไม่สนใจฟังถ้อยคำคงเดินออกมาทางด้านหลังที่ว่าราชการ หยิบเอาคันเกาทัณฑ์สองคันถือเข้าไปในที่ว่าราชการ แล้วน้าวคันเกาทัณฑ์จนโก่งหักทั้งสองคัน

            เล่าปี่ ขงเบ้ง และขุนนางทั้งปวงก็ปรบมือสรรเสริญฮองตงอีกครั้งหนึ่งว่ามีความชำนาญในอาวุธและมีกำลังวังชาหาผู้เสมอเหมือนมิได้

            พอสิ้นเสียงสรรเสริญขงเบ้งจึงกล่าวว่า “ท่านจะไปก็ไปเถิด แต่เอาทหารรองไปด้วยสักคนหนึ่งจะได้ช่วยกันทำการ”

            ฮองตงได้ยินคำขงเบ้งอนุญาตตามที่อาสาก็มีความยินดีแต่ก็ยังขุ่นใจที่ถูกปรามาสว่าเป็นคนแก่ ครั้นขงเบ้งบอกให้เอาทหารรองไปร่วมการอีกคนหนึ่ง ฮองตงจึงว่า “เงียมหงันนั้นก็เป็นคนชราเหมือนกับข้าพเจ้าจะขอเอาไปด้วย ถ้าไม่ได้ราชการก็ให้ตัดศีรษะหงอกนี้เสียเถิด”

            เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี อนุญาตให้ฮองตงและเงียมหงันยกทหารหนุนไปป้องกันด่านแฮบังก๋วน แต่ยังไม่ทันที่จะสิ้นกระแสความ จูล่งได้ลุกออกไปคำนับเล่าปี่แล้วว่า อันเตียวคับทหารเอกโจโฉผู้นี้มีฝีมือกล้าแข็งยิ่งนัก ซึ่งท่านได้ให้ฮองตงและเงียมหงันยกทหารหนุนไปรักษาด่านแฮบังก๋วนในครั้งนี้ เกรงว่าหากพลาดพลั้งประการใดก็จะเป็นอันตรายถึงเมืองเสฉวนเพราะด่านแฮบังก๋วนเป็นด่านสำคัญ หากเสียด่านแฮบังก๋วนก็อาจเสียเมืองเสฉวนด้วย

            ขงเบ้งจึงว่า “ท่านอย่าดูหมิ่นฮองตง เงียมหงัน ว่าเป็นคนชราเลย อันเมืองฮันต๋งนั้นจะได้ด้วยความคิดและฝีมือคนชราทั้งสองเป็นมั่นคง”

            คำกล่าวของขงเบ้งตอนนี้ได้บ่งบอกถึงความมั่นใจอย่างยิ่งว่าการยั่วยุให้ฮองตงและเงียมหงันคุมทัพออกไปรับศึกกับเตียวคับครั้งนี้ ไม่เพียงแค่แต่จะมุ่งหวังป้องกันรักษาด่านแฮบังก๋วนเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังเลยไปถึงการยึดเมืองฮันต๋งทั้งแคว้นเสียทีเดียวอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าขงเบ้งได้รู้จักกำลังสติปัญญา กำลังฝีมือของขุนพลผู้เฒ่าทั้งสองเป็นอย่างดี

            จูล่งได้ยินคำขงเบ้งดังนั้นก็รู้ว่ามีความนัยอันลึกซึ้งเกินที่จะคาดคิดอยู่เบื้องหลัง จึงคำนับแล้วกลับมายืนอยู่ที่เดิม

            ฮองตงและเงียมหงันคำนับลาเล่าปี่และขงเบ้งออกมาจัดแจงทหาร แล้วยกไปที่ด่านแฮบังก๋วน

            ฝ่ายงักจุ้นและเบ้งตัดหลังจากให้ม้าเร็วถือหนังสือไปถึงเมืองเสฉวนแล้วก็ได้ใช้กลยุทธ์ตั้งรับไม่ออกไปรบกับเตียวคับอีกต่อไป พอทหารรักษาการณ์เข้ามารายงานว่าบัดนี้เล่าปี่ให้ฮองตงและเงียมหงันคุมทหารห้าพันยกหนุนมาช่วยก็มีความยินดี พอดี ฮองตงและเงียมหงันมาถึงก็ได้คำนับทักทายกันตามธรรมเนียม

            งักจุ้นและเบ้งตัดประหลาดใจว่าบรรดาทหารเอกในเมืองเสฉวนก็มีอยู่หลายคน ไฉนจึงให้ทหารแก่สองคนนำทัพมาดังนี้ จึงแอบซุบซิบกันแล้วหัวเราะ

            ฮองตงเห็นอาการของงักจุ้นและเบ้งตัดดังนั้นก็รู้ทีว่าเป็นการหัวเราะเยาะเย้ย จึงคุมความโกรธอยู่ในใจ พอกลับออกมาที่ค่ายฮองตงจึงกล่าวกับเงียมหงันว่า “ท่านเห็นแล้วหรือเบ้งตัดกับงักจุ้นหัวเราะเยาะเราว่าคนชราหามีฝีมือไม่ เราจำจะคิดอ่านเอาชนะเตียวคับให้ได้ คนทั้งนั้นจึงจะเกรงเราสืบไป”.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓