ตอนที่ 412. แผนเกี่ยวเงี่ยงปลาดุก

โจหองกลัวคำพยากรณ์ของกวนลอที่ว่าวุยอ๋องจะเสียเชื้อวงศ์ในศึกเมืองฮันต๋ง จึงยินดีให้เตียวคับยกทหารไปรบกับเตียวหุย เตียวคับยกทหารไปตั้งค่ายกลพยุหะธนูพิฆาตยันกองทัพเตียวหุยไว้ ทำให้เตียวหุยขุ่นแค้นขัดเคืองเพราะรุกเข้าตีค่ายเตียวคับไม่ได้ หวังจะให้เตียวคับเป็นฝ่ายรุก เตียวคับก็ไม่ยกทหารออกมารบ เตียวหุยจึงได้แต่ให้ทหารด่าปรามาสเตียวคับแล้วร่ำสุราทุกวัน

            เตียวหุยได้รับสุราบำเหน็จจากขงเบ้ง ก็รู้ว่าขงเบ้งแจ้งในกลอุบายที่เตียวหุยลวงให้ข้าศึกประมาทแล้วยกทหารออกมาโจมตี และเห็นว่าการที่ขงเบ้งส่งสุราพิเศษมาเป็นบำเหน็จนั้นก็คือการให้สัญญาณว่าเห็นชอบในแผนการอุบายของเตียวหุย

            ดังนั้นเตียวหุยจึงมีความมั่นใจและมีความยินดียิ่งนัก กล่าวกับอุยเอี๋ยนว่าการที่กุนซือส่งสุราชั้นดีมาให้แก่ข้าพเจ้าคือการให้สัตยาบันว่าแผนการอุบายที่ข้าพเจ้าคิดอ่านกระทำต่อเตียวคับนั้นถูกต้อง และการที่ท่านนำขบวนส่งสุราปักธงมาอย่างเอิกเกริกนั้นความก็จะล่วงรู้ไปถึงข้าศึก และเตียวคับคงคิดอ่านโจมตีกองทัพของเราเป็นมั่นคง

            อุยเอี๋ยนและลุยต๋องได้ฟังคำเตียวหุยดังนั้นจึงถามว่า ท่านจะคิดอ่านแผนการประการใดจึงจะโจมตีข้าศึกให้แตกพ่ายไปได้

            เตียวหุยจึงว่า เตียวคับยกทหารมาตั้งค่ายกลพยุหะธนูพิฆาตบนภูมิประเทศที่ได้เปรียบดังนี้ จำจะต้องล่อเตียวคับให้ยกทหารออกมารบอย่างหนึ่ง และต้องใช้แผนการยุทธ์เกี่ยวเงี่ยงปลาดุกโจมตีทำลายค่ายปีกขวาซ้าย อย่าให้ช่วยเหลือค่ายหน้าได้อีกอย่างหนึ่งการจึงจะสำเร็จ

            เตียวหุยกล่าวสืบไปว่า ค่ายบองเทาและค่ายบองเซ็กซึ่งเป็นค่ายปีกซ้ายขวาพิงเชิงเขาอยู่ด้านหลังค่ายเพ็กเงียมนั้น เหมือนคมเกาทัณฑ์แต่ก็คล้ายกับเงี่ยงปลาดุก การเข้าตีซึ่งหน้ายากที่จะได้ชัยชนะ เพราะค่ายของข้าศึกตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่สูงกว่าและได้เปรียบ ดังนั้นจึงให้ท่านคุมทหารคนละกองวกอ้อมไปทางด้านหลัง ปีนขึ้นภูเขา แล้วไต่ลงมาทางด้านหลังค่ายบองเทาและค่ายบองเซ็ก เมื่อได้ยินสัญญาณจากข้าพเจ้าแล้วก็ให้จู่โจมยึดค่ายทั้งสองพร้อมกัน เหมือนกับเกี่ยวเงี่ยงปลาดุกไว้มิให้ทำอันตรายหรือหนีหลุดรอดไปได้ ส่วนตัวข้าพเจ้าจะรับหน้าที่โจมตีค่ายเพ็กเงียมเอง

            อุยเอี๋ยนและลุยต๋องจึงกล่าวกับเตียวหุยว่า แผนการของท่านลึกซึ้งนัก เห็นจะได้ชัยชนะแก่ข้าศึก ท่านจะทำการตามแผนการนี้เมื่อใดเล่า

            เตียวหุยจึงว่า หลายวันมานี้เตียวคับเห็นกองทัพเราอ่อนล้าอิดโรย และไม่เป็นระเบียบวินัย ทั้งเห็นเราดื่มสุราเล่นกับทหารทุกวันก็มีความประมาทอยู่แล้ว คงจะเตรียมการยกมาปล้นค่ายเราในวันหรือสองวันนี้ ดังนั้นในวันนี้เราจะล่อเตียวคับให้หนักขึ้น ลวงให้เตียวคับยกทหารออกมาโจมตีในคืนวันนี้ ให้ท่านทั้งสองเตรียมการไว้ให้พร้อม และให้จัดทหารที่ชำนาญภูมิประเทศเป็นผู้นำทางในการเข้าตีค่ายข้าศึกด้วย

            อุยเอี๋ยนและลุยต๋องได้ฟังดังนั้นก็รับคำ และคำนับลาเตียวหุยออกไปจัดแจงทหารตามแผนการที่เตียวหุยกำหนดทุกประการ

            ทางฝ่ายเตียวหุยได้สั่งทหารผูกหุ่นเหมือนกับรูปเตียวหุย และให้ทหารออกไปท้ารบด่าว่าเตียวคับเหมือนกับวันก่อน ส่วนเตียวหุยนั้นตั้งกระโจมแล้วนั่งเสพสุราอยู่ในค่าย ทำทีประหนึ่งว่าเบื่อหน่ายที่เตียวคับไม่ยกออกมารบ

            ทางฝ่ายกองทัพของเตียวคับเห็นขบวนทหารและการลำเลียงสุราจากเมืองเสฉวนมาส่งที่ค่ายเตียวหุย ก็นำความไปรายงานให้เตียวคับทราบ เตียวคับให้รู้สึกแปลกประหลาดใจเพราะหลายวันมานี้เห็นทหารเมืองเสฉวนออกมาร้องด่าว่าจนเหนื่อยอ่อน และเตียวหุยเองก็ขุ่นเคืองขัดใจ เอาแต่เสพสุราทุกวัน การที่มีขบวนมาจากเมืองเสฉวนจะมีนัยยะประการใด จึงให้ทหารติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

            ในเวลาเย็นหน่วยสอดแนมของเตียวคับก็กลับมารายงานว่าในค่ายของเตียวหุยเลี้ยงฉลองกันอย่างเอิกเกริก เตียวคับได้ฟังดังนั้นก็สงสัยจึงขี่ม้าพาทหารขึ้นไปบนเนินเขาริมค่าย เห็นทหารในค่ายของเตียวหุยกินเลี้ยงเสพสุราเล่นดนตรีกันอึงคะนึงไป และที่หน้าค่ายเห็นเตียวหุยนั่งอยู่ในกระโจมดื่มสุราดูทหารสองคนเล่นปลุกปล้ำกัน

            เตียวคับเห็นดังนั้นจึงขี่ม้าลงมาที่ค่าย พลางคิดว่าเตียวหุยเห็นเราไม่ยกทหารออกไปรบจึงเกิดความประมาท ปล่อยปละละเลยให้ทหารกินเลี้ยงเสพสุรามิได้ระมัดระวังตัว วันนี้ได้รับเสบียงและสุรามาจากเมืองเสฉวน จึงเฉลิมฉลองกันเป็นการใหญ่ เห็นทหารในกองทัพของเตียวหุยจะเมามาย ไม่กวดขันเวรยามตามปกติ

            เตียวคับคิดดังนั้นแล้วก็มีความกระหยิ่มใจว่า ในค่ำคืนวันนี้จะตีกองทัพเตียวหุยให้แตกไปจงได้ พอกลับลงมาถึงค่ายเตียวคับจึงเรียกแม่ทัพนายกองมาสั่งการว่า ปลายยามแรกคืนวันนี้เราจะยกกองทัพไปปล้นค่ายเตียวหุย โดยเราจะยกทหารออกจากค่ายเพ็กเงียมไปโจมตีค่ายเตียวหุยด้วยตัวเอง เมื่อเรายกเข้าโจมตีก็ให้ทหารจากค่ายบองเทาและค่ายบองเซ็กยกหนุนสมทบเข้าไปล้อมและสกัดทหารเมืองเสฉวนอย่าให้หนีรอดออกไปได้

            ครั้นถึงปลายยามแรกแสงพระจันทร์ยังคงสลัว ๆ เตียวหุยจึงให้เอาหุ่นที่ทำเตรียมไว้ใส่เสื้อนั่งถือจอกสุราแทนที่เตียวหุยและมีทหารเลวคอยรับใช้เจ็ดแปดคน แต่ตัวเตียวหุยนั้นออกมาจัดแจงทหารซุ่มอยู่ด้านหลังค่าย แล้วสอบถามทหารว่าอุยเอี๋ยนและลุยต๋องยกทหารไปดำเนินการแล้วหรือไม่

            ครั้นเตียวหุยได้ทราบว่าอุยเอี๋ยนและลุยต๋องยกทหารไปเตรียมการตามคำสั่งและทหารทุกหน่วยได้เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็มีความยินดี

            พอถึงเวลาต้นยามสองเตียวคับก็ยกทหารเคลื่อนมาอย่างเงียบกริบจนถึงหน้าค่ายของเตียวหุย เห็นทหารเลวล้อมรอบเตียวหุย หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนานในกระโจมด้านหน้าค่าย ก็สำคัญว่าเตียวหุยนั่งเสพสุราตั้งแต่เวลาเย็นจนมืดค่ำจึงเมาสุราไม่ถือไพร่ถือนายแล้ว เตียวคับจึงจุดประทัดสัญญาณแล้วขี่ม้านำทหารบุกโจมตีเข้าไปในค่ายเตียวหุย

            เตียวคับขี่ม้าตรงรี่ไปที่กระโจม ทหารที่ล้อมรูปเตียวหุยอยู่ในกระโจมนั้นเห็นข้าศึกโจมตีก็แตกตื่นวิ่งหนี เตียวคับขี่ม้าเข้าไปถึงรูปเตียวหุยแล้วเอาทวนแทงไปที่รูปนั้น ฟางซึ่งผูกเป็นหุ่นเตียวหุยก็กระจัดกระจายไปตามแรงทวน

            เตียวคับเห็นดังนั้นก็ตกใจรู้ว่าต้องกลอุบาย จึงชักม้าจะควบหนีออกจากค่าย ในทันใดนั้นเสียงประทัดสัญญาณก็ดังขึ้นจากด้านหลังและด้านข้างทั้งสองด้าน ทหารของเตียวหุยได้โห่ร้องแล้วตีโอบเข้ามาจากทั้งสามด้าน ตัวเตียวหุยขี่ม้าตรงเข้ามาสกัดหน้าเตียวคับไว้ พลางร้องว่าเตียวคับจะหนีไปไหน กูคือเตียวหุยรออยู่นี่แล้ว

            เตียวคับได้ยินเสียงเตียวหุยก็ตกใจ พอดีเตียวหุยควบม้าตรงเข้ามาถึงแล้วแทงทวนตรงมา เตียวคับจึงจำเป็นต้องใช้ทวนปัดทวนของเตียวหุย

            ทางฝ่ายทหารของเตียวคับซึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่ค่ายบองเซ็กและค่ายบองเทาได้ยินเสียงประทัดสัญญาณที่เตียวคับเข้าโจมตีค่ายของเตียวหุยก็ยกทหารออกจากค่าย เหลือไว้แต่จำนวนน้อยเพื่อรักษาค่าย แต่พอยกพ้นออกจากประตูค่ายก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้นจากทางด้านหลังค่ายทั้งสอง แล้วได้ยินเสียงทหารโห่ร้องเป็นอันมาก กลายเป็นทหารเมืองเสฉวนรุกจู่โจมเข้ามาจากด้านหลังค่าย จุดไฟเผาค่ายขึ้น แล้วไล่ตามตีทหารซึ่งกำลังจะยกออกจากค่ายนั้นบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก พวกที่เหลือต่างพากันแตกหนีกระสานซ่านเซ็นไป อุยเอี๋ยนและลุยต๋องจึงพาทหารเข้าโจมตีค่ายเพ็กเงียมและให้ทหารเอาเพลิงเผาค่ายเพ็กเงียมวายวอดตามไปอีกค่ายหนึ่ง

            ทางฝ่ายเตียวคับรบกับเตียวหุยได้สามสิบเพลง เตียวคับก็เห็นแสงเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่ค่ายทั้งสาม และได้ยินเสียงทหารโห่ร้องเป็นอันมาก ก็รู้ว่าต้องกลเสียค่ายทั้งสามให้แก่ทหารเมืองเสฉวนแล้ว ทั้งทหารที่ยกเข้ามาโจมตีค่ายเตียวหุยก็ถูกทหารเตียวหุยฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก เตียวคับเห็นเหลือกำลังนัก จึงขี่ม้าพาทหารที่เหลือหนีกลับไปด่านบองเทาเหงียม

            เตียวหุยได้รับชัยชนะแก่กองทัพของเตียวคับอย่างงดงาม จับเชลยและศาสตราวุธเป็นสินศึกได้เป็นจำนวนมากก็มีความยินดี จึงให้ปูนบำเหน็จแก่ทหารอย่างทั่วถึงกัน และให้ม้าเร็วถือหนังสือแจ้งข้อราชการไปรายงานให้เล่าปี่ทราบ

            เล่าปี่ทราบรายงานแล้วจึงกล่าวแก่ขงเบ้งว่า กุนซือคาดสถานการณ์ได้แม่นยำราวกับเทพยดาเข้าดลใจ ซึ่งเตียวหุยเสพสุราก็เป็นกลอุบายที่จะเอาชนะข้าศึกตามคำท่านจริงแล้ว ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ

            การศึกครั้งนี้เตียวคับสูญเสียทหารร่วมสองหมื่นคน พอกลับถึงด่านบองเทาเหงียมเตียวคับก็ให้รู้สึกอัปยศยิ่งนัก ไม่กล้าไปพบหน้าโจหอง จึงให้ทหารคนสนิทไปรายงานความศึกทั้งปวงแก่โจหองที่ค่าย และขอให้โจหองช่วยยกกองทัพไปโจมตีเตียวหุย

            โจหองได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ตวาดใส่ทหารของเตียวคับว่าเตียวคับประมาทแก่ข้าศึก เราได้ห้ามปรามแล้วก็ไม่ฟัง จึงเสียทีให้ได้รับความอัปยศดังนี้ แล้วยังจะมีหน้ามาขอให้เรายกทหารไปช่วยอีกเล่า ให้เตียวคับเร่งทำการเอาชนะเตียวหุยให้จงได้ มิฉะนั้นเราก็จะลงโทษตามทัณฑ์บนที่ให้ไว้

            โจหองยังคงเกรงคำพยากรณ์ของกวนลออยู่จึงไม่ยอมยกกองทัพไปช่วยเตียวคับ กลับเร่งรัดให้เตียวคับทำศึกเอาชนะเตียวหุยให้จงได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่ากองทัพเตียวคับในขณะนี้เหลือทหารเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น แต่โจหองก็ไม่คำนึงถึง

            พอเตียวคับได้ทราบความจากทหารซึ่งใช้ไปหาโจหองก็ทุกข์อกตรอมใจ ทั้งน้อยใจว่าโจหองไม่รักทหาร เพราะทหารที่เหลืออยู่บัดนี้ก็น้อยนัก ไหนเลยจะต่อสู้กับทหารของเตียวหุยได้ แต่เตียวคับก็แรงด้วยมานะ คิดว่าโจหองหยามเราครั้งนี้ชอบที่เราจะต้องคิดอ่านทำการเอาชนะเตียวหุยลบความอัปยศให้จงได้

            เตียวคับคิดดังนั้นแล้วจึงเกณฑ์ทหารแบ่งออกเป็นสองกอง เตียวคับจะคุมทหารกองหนึ่งยกไปรบกับเตียวหุย ส่วนอีกกองหนึ่งเตียวคับสั่งให้ซุ่มอยู่ในซอกเขาใกล้หน้าด่าน และสั่งว่าเรายกไปรบกับเตียวหุยแล้วจะทำทีแตกถอยหนีมาทางซอกเขา ถ้า เตียวหุยไล่ตามมาก็ให้ยกทหารออกโจมตีล้อมจับตัวเตียวหุยให้จงได้

            ครั้นเวลารุ่งเช้าเตียวคับก็ยกทหารออกจากค่ายจะไปรบกับเตียวหุย พอดีกับเตียวหุยสั่งให้ลุยต๋องเป็นกองทัพหน้ายกมาที่ด่านบองเทาเหงียม จึงสวนทางกัน

            เตียวคับขี่ม้าเข้ารบกับลุยต๋อง พอรบกันได้ห้าเพลงเตียวคับก็ทำเป็นชักม้าหนี ลุยต๋องไม่รู้กลก็ขี่ม้าไล่ตามเตียวคับไป พอไปถึงจุดที่เตียวคับซุ่มทหารไว้ ทหารเหล่านั้นไม่รู้ว่าเป็นลุยต๋อง ยังคงสำคัญว่าเป็นเตียวหุย จึงยกทหารออกมาโจมตีและล้อมลุยต๋องไว้

            เตียวคับขี่ม้ากลับเข้ารบกับลุยต๋องอีกครั้งหนึ่ง แล้วเอาทวนแทงลุยต๋องตกม้าตาย บรรดาทหารของลุยต๋องเห็นตัวนายถึงแก่ความตายก็แตกหนีกลับไปรายงานให้เตียวหุยทราบ

            เตียวหุยทราบความก็โกรธ คุมทหารยกมาที่ด่านบองเทาเหงียม เห็นเตียวคับยกทหารตรงมา เตียวหุยจึงขี่ม้าเข้ารบกับเตียวคับ

            เตียวคับยังใช้อุบายเดิม พอรบกับเตียวหุยได้ห้าเพลงก็ชักม้าหนี แต่เตียวหุยรู้ทันจึงไม่ไล่ตามไป เตียวคับไม่เห็นเตียวหุยไล่ตามมาก็ชักม้ากลับมารบกับเตียวหุยอีก พอรบกันได้ห้าเพลงเตียวคับก็ทำเป็นชักม้าหนีอีกครั้งหนึ่ง

            เตียวหุยเห็นดังนั้นจึงขี่ม้าพาทหารกลับเข้าค่าย เตียวคับเห็นเตียวหุยยกทหารกลับไปก็พาทหารกลับค่ายเช่นเดียวกัน

            เตียวหุยกลับไปถึงค่ายแล้วเรียกอุยเอี๋ยนมาปรึกษาว่า เตียวคับวางอุบายลวงลุยต๋องและฆ่าลุยต๋องไปคนหนึ่งแล้วยังจะใช้อุบายเดิมลวงเราอีกเล่า หมิ่นน้ำใจเรานัก เราจะคิดอ่านอุบายซ้อนกลจับเตียวคับให้จงได้

            เตียวหุยในวันนี้กลายเป็นเตียวหุยเจ้ากลอุบายไปแล้ว อุยเอี๋ยนได้ฟังปรารภก็ประหลาดใจ จึงถามว่าท่านจะคิดอ่านประการใด

            เตียวหุยจึงว่า “เวลาพรุ่งนี้เราจะไปรบกับเตียวคับ ท่านจงคุมทหารไปซุ่มอยู่ข้างหลังทหารของเตียวคับซึ่งซุ่มไว้ทางน้อย และแบ่งทหารไปขนหญ้าบรรทุกเกวียนไว้จงมาก เราจะไล่เตียวคับไปถึงทางน้อย ท่านจงเผาหญ้าขึ้นสกัดต้นทาง ปลายทางเสีย เห็นเราจะจับตัวเตียวคับได้เป็นมั่นคง”.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘