ตอนที่ 277. ต้นแบบกามิกาเซ่

ลมสลาตันพัดหนักมา ทั้งลมแลคลื่นพัดเรือขนานของโจโฉให้เบนขบวนตามแรงลมและคลื่น หัวขบวนเรือขนานซึ่งเป็นเรือรบขนาดใหญ่และทอดสมออยู่ด้านนอกค่ายน้ำทั้งห้าสิบขบวนร่วมพันห้าร้อยลำโต้คลื่นโดยไม่โคลงเคลง ในขณะที่เรือขนานขบวนขนาดกลาง ขบวนเรือธงของโจโฉ และเรือเร็วทั้งปวงทอดสมอโต้คลื่นอยู่ภายในแนวของค่ายน้ำตามโคมไฟสว่างไสวทั่วท้องน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ยามแรมที่สลัว เมื่อมองไปในทะเลระยะสิบเส้นก็เห็นขบวนเรือของอุยกายแล่นตามลมตรงมาอย่างรวดเร็ว

            บุนเพ่งรับคำสั่งจากโจโฉแล้วพาทหารสี่ห้าสิบคนลงเรือเร็วสองลำแจวโต้คลื่นออกไปจากค่ายน้ำตรงไปที่ขบวนเรือของอุยกาย แล้วร้องห้ามอุยกายว่าเวลานี้เป็นเวลากลางคืนทั้งลมสลาตันพัดกล้าอยู่ ท่านอัครมหาเสนาบดีมีคำสั่งให้อุยกายหยุดขบวนเรือแล้วทอดสมอไว้ที่ด้านนอกก่อน

            ในขณะนั้นขบวนเรือของอุยกายเข้ามาใกล้ขบวนเรือขนานห่างเพียงห้าเส้นและอยู่ห่างจากเรือบุนเพ่งเพียงยี่สิบวา อุยกายจึงสั่งให้พลเกาทัณฑ์ระดมยิงไปที่เรือบุนเพ่ง ตัวบุนเพ่งไม่ทันระวังจึงถูกเกาทัณฑ์ที่ไหล่ขวาล้มลงในเรือ และทหารของบุนเพ่งถูกเกาทัณฑ์บาดเจ็บล้มตายลงเกือบทั้งลำ

            อุยกายให้จุดประทัดสัญญาณขึ้น พลเกาทัณฑ์ในขบวนเรือทั้งห้าสิบลำก็แปรขบวนดาหน้าตรงเข้าไปที่ขบวนเรือขนานที่จอดทอดสมอโต้ลมอยู่ที่ด้านนอกแล้วระดมยิงธนูเพลิงไปที่ขบวนเรือขนานพร้อมกัน แสงไฟจากธนูเพลิงที่ระดมยิงไปราวกับห่าฝนดูเหมือนห่าฝนดาวตกที่ตกลงจากฟากฟ้าเหนือท้องทะเลแห่งสมรภูมิเซ็กเพ็ก

            ธนูเพลิงยิงไปต้องใบเรือซึ่งม้วนพับอยู่บนเรือขนานไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนูเพลิงที่ยิงถูกประทุนเรือแม้เพลิงจะลุกช้าไปบ้างแต่พอต้องแรงลมก็ไหม้ลามโชติช่วงขึ้น บนเรือขนานแต่ละลำก็ถูกธนูเพลิงปักติดหลายแห่ง เพลิงได้ลุกไหม้กองเรือขนานทุกขบวนเกือบจะพร้อมๆ กัน

            พอกองเรือธนูเพลิงของอุยกายแล่นเข้าไปไกล้เรือขนานในระยะยี่สิบวาอุยกายก็ให้โบกธงสัญญาณและจุดพลุขึ้นฟ้า พลเรือก็เอาเพลิงจุดขึ้นที่หญ้าฟางซึ่งเตรียมเป็นเชื้อเพลิงขึ้นพร้อมๆ กันทุกลำ ขบวนเรือของอุยกายจึงกลายเป็นขบวนเรือเพลิงไปในบัดดล

            ขบวนเรือเพลิงแล่นใบตามลมตรงเข้าไปที่ระหว่างกลางหัวเรือในขบวนเรือขนานอย่างรวดเร็ว เพลิงลุกท่วมเรือเพลิงทุกลำ แสงสว่างไสวจับท้องฟ้าแดงฉานทั่วท้องน้ำ อุยกายเห็นสมคะเนแล้วจึงสั่งพลเรือให้หนีเพลิงลงเรือเร็วซึ่งพ่วงตามไปแล้วถอยเรือเรือออกมาจากทะเลเพลิง ในขณะที่เรือเพลิงแล่นตามลมเสียบเข้าที่ระหว่างหัวเรือในขบวนเรือขนาน เพลิงลุกโชติช่วงไหม้หัวเรือในกองเรือขนาน แรงลมทำให้เพลิงลุกไหม้โหมกระหน่ำ รังสีความร้อนแผ่ปกคลุมไปทั่ว

            ขบวนเรือเพลิงของอุยกายในครั้งนี้สามารถรักษาชีวิตลูกเรือทุกคนไว้ได้โดยการหนีลงเรือเร็วซึ่งพ่วงตามไป แต่แนวความคิดที่พกพาเครื่องทำลายล้างเข้าจู่โจมข้าศึกก็ได้กลายเป็นแบบแม่บททางความคิดให้แก่โรงเรียนเสนาธิการทหารของญี่ปุ่นในการค้นคว้าและกำหนดเป็นยุทธวิธีให้แก่นักบินในฝูงบินกามิกาเซ่ขับเครื่องบินพาเอาลูกระเบิดบินพุ่งเข้าชนเรือรบของสหรัฐในสงครามโลกครั้งที่สอง และได้พัฒนาเป็นยุทธวิธีของขบวนการก่อการร้ายด้วยการให้หน่วยกล้าตายพกพาระเบิดสังหารเข้าประชิดเป้าหมายแล้วระเบิดไปพร้อมกัน

            ทหารโจโฉอยู่บนเรือขนานไม่ทันคิดตั้งตัว เห็นเพลิงติดขึ้นที่ใบเรือ ประทุนเรือและบนเรือโดยทั่วไปก็พากันตกใจร้องให้ช่วยกันดับเพลิง แต่ถังน้ำมีน้อยนักประกอบทั้งลมสลาตันพัดกล้าเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วเกินกว่าแรงน้ำที่จะดับได้ทัน ทั้งบนเรือก็ร้อนแรงขึ้นทุกที  ทั้งแรงร้อน  แรงเพลิงและแรงควันโหมกระหน่ำพร้อม ๆ กัน  ทหารของโจโฉดับไฟไม่ทัน ไฟก็ยิ่งลุกลามมากขึ้น โจโฉตกใจเป็นอันมากสั่งทหารให้เร่งแยกเรือรบออกจากขบวนเรือขนานเพื่อแยกเรือที่ยังไม่ไหม้ไฟหนีออกไป  แต่แยกเรือออกจากขบวนไม่ได้ด้วยห่วงโซ่สายยูและไม้กระดานที่ตรึงขบวนเรือขนานไว้นั้นแน่นหนาดังแผ่นดิน ทหารโจโฉบนเรือขนานตายลงในเพลิงนั้นเป็นอันมาก กลิ่นศพเหม็นเขียวคละคลุ้งไปกับกลิ่นควันไฟ ท้องทะเลแห่งสมรภูมิเซ็กเพ็กกลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว

            ฝ่ายอุยกายเมื่อหนีจากเรือเพลิงลงเรือเร็วพร้อมกับบรรดาทหารในกองเรือแล้วแลไปเห็นโจโฉกำลังกวัดแกว่งกระบี่บัญชาการให้ทหารดับเพลิงอยู่บนเรือธงในค่ายน้ำ จึงสั่งขบวนเรือเร็วให้ตีฝ่าเข้าไปในค่ายน้ำตรงไปที่เรือธงของโจโฉ

            ในขณะที่เพลิงลุกไหม้ขึ้นที่กองทัพเรือของโจโฉแสงเพลิงสว่างจับทองฟ้านั้น กองทัพบกของเมืองกังตั๋งซึ่งได้ยกไปถึงที่หมายตามคำสั่งของจิวยี่แล้ว เห็นแสงเพลิงสว่างจ้าจับท้องฟ้าข้างตำบลเซ็กเพ็กก็รู้ว่ากองทัพเรือเมืองกังตั๋งได้ลงมือปฏิบัติการแล้ว จึงยกเข้าปล้นคลังเสบียงและค่ายบกของโจโฉพร้อมกันและระดมยิงธนูเพลิงเข้าไปที่คลังเสบียงแลค่ายทหารของโจโฉพร้อมกันทุกด้าน เพลิงข้างกองทัพบกก็ลุกขึ้นเป็นหลายแห่งตลอดแนวทั้งสามพันเส้น

            ฝ่ายโจโฉบัญชาการให้ทหารดับเพลิงอยู่บนเรือธงเป็นอลหม่านอยู่แต่เพลิงกลับติดมากขึ้น ทหารที่ดับไฟก็ทนความร้อนไม่ได้พากันหนีลงเรือเล็ก ที่หนีไม่ทันก็ถูกไฟคลอกตายเป็นอันมาก บ้างก็ตัดสินใจกระโดดลงทะเลจมน้ำตายเป็นอันมาก บ้างที่หนีลงเรือเล็กแล้วเรือก็ล่มจมในทะเลตาย ที่จะไปถึงฝั่งมีน้อยนัก

            โจโฉเห็นไฟไหม้เรือขนานแสงไฟลุกท่วมทั้งลำ สายสมอก็ขาดลง ขบวนเรือขนานทั้งปวงจึงถูกแรงลมพัดซัดลอยเข้ามาปะทะกับเรือใหญ่ที่ทอดเป็นค่ายน้ำแล้วไหม้ตามกันอย่างรวดเร็ว ลมสลาตันพัดตีขบวนเรือขนานและเรือซึ่งทอดเป็นค่ายน้ำลอยเข้ามาปะทะกับกองเรือธงของโจโฉและเรือเร็วทั้งปวงที่จอดทอดสมออยู่ในค่ายน้ำ เพลิงจึงลามไหม้ทั่วทั้งกองทัพเรือในสมรภูมิเซ็กเพ็กนั้น โจโฉเห็นว่าจะต้านเพลิงต่อไปไม่ได้ จึงสั่งให้ทหารเอาเรือเล็กมาขนถ่ายคนลงจากเรือธงและเรือใหญ่

            ทหารของโจโฉที่ยังพอคุมกันได้จึงได้เปลี่ยนภาระจากการดับไฟเป็นภาระในการขนถ่ายคนลงเรือเล็กแล้วหนีขึ้นฝั่งให้เร็วที่สุด

            โจโฉหนีเพลิงมายืนที่กราบเรือ พอเตียวเลี้ยวเอาเรือเล็กเข้ามาเทียบโจโฉจึงรีบหนีจากเรือธงลงเรือเร็วของเตียวเลี้ยวนั้น โจโฉแลขึ้นไปบนบกเห็นแสงเพลิงทางค่ายบกตลอดระยะสามพันเส้นสว่างไสวแดงฉานจับท้องฟ้าดังเวลากลางวันก็ยิ่งตกใจรู้ว่าเสียทีแก่จิวยี่ทั้งกองทัพเรือแลกองทัพบก

            ในขณะที่โจโฉหนีลงเรือเร็วนั้นอุยกายคุมขบวนเรือเร็วแล่นเข้าไปไกล้ “เห็นโจโฉใส่เสื้อแดงหนีเพลิงลงเรือเร็วจะหนีขึ้นบก” จึงร้องว่าไอ้โจโฉศัตรูแผ่นดิน มึงจะหนีไปไหนพ้น โจโฉได้ยินเสียงจึงเหลียวไปดูเห็นอุยกายถือทวนยืนอยู่บนเรือเร็วไล่ตามมาก็ยิ่งตกใจ

            ฝ่ายเตียวเลี้ยวอยู่บนเรือคอยพิทักษ์โจโฉได้ยินเสียงอุยกายก็เหลียวหลังกลับไปดูเห็นอุยกายยืนบนหัวเรือประมาทอยู่จึงเอาเกาทัณฑ์ขึ้นพาดสายยิงไปถูกอุยกายตกลงไปในทะเล 

            เรือของอุยกายจึงชะงักลง เตียวเลี้ยวเห็นดังนั้นจึงเร่งเรือให้รีบแจวเข้าไปที่ตลิ่งเห็นทหารทั้งปวงต่างแตกตื่นหนีภัยกันเป็นจ้าละหวั่นคุมกันไม่ติด เตียวเลี้ยวจึงหาม้าให้โจโฉขี่แล้วพาหนีออกไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็ว

            ในขณะที่ขบวนเรือเพลิงของอุยกายพุ่งเข้าปะทะกับกองเรือขนานของโจโฉนั้นกองทัพเรือเมืองกังตั๋งทั้งสี่ขบวนได้แล่นใบตามลมเข้ามาถึง กระจายกำลังกองเรือเข้าโจมตีกองทัพเรือของโจโฉพร้อมกัน และระดมยิงธนูเพลิงใส่ทหารของโจโฉราวห่าฝน    ทหารโจโฉต้องทั้งเพลิงทั้งคมเกาทัณฑ์บาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ฝ่ายฮันต๋งซึ่งคุมกองเรือรบสามร้อยลำเข้าตีกองเรือธงของโจโฉนั้น พอเรือรบของฮันต๋งเข้าไปใกล้เรือธงโจโฉซึ่งกำลังไหม้อยู่ พลันได้ยินเสียงคนว่ายน้ำร้องเรียกอยู่ในทะเลจำได้ว่าเป็นเสียงอุยกายจึงให้ทหารเทียบเรือเข้าไปช่วยพยุงอุยกายขึ้นจากน้ำ เห็นเกาทัณฑ์เสียบอยู่ที่ไหล่เลือดไหลโทรม ฮันต๋งบอกให้อุยกายข่มความเจ็บไว้แล้วหักก้านเกาทัณฑ์ออก จากนั้นจึงเอามีดผ่าหัวเกาฑัณฑ์ออกจากไหล่ของอุยกายแล้วเอาผ้าพันแผลไว้ ฮันต๋งเห็นอุยกายหนาวสะท้านทั้งตัวจึงถอดเสื้อแลเกราะให้อุยกายใส่

            ในขณะเดียวกันนั้นกองเรือของเจียวขิมสามร้อยลำได้ยกหนุนกองเรือของฮันต๋งเข้าไป ส่วนตันบูคุมกองเรืออีกสามร้อยลำบุกเข้าโจมตีกองเรือของโจโฉทางด้านตะวันตก จิวท่ายคุมกองเรืออีกสามร้อยลำยกเข้าตีทางด้านตะวันออก

            พอกองทัพหน้าทั้งสี่ขบวนยกเข้าตีกองทัพหลวงของจิวยี่และเทียเภาก็ยกมาถึงพร้อมกับกองเรือของเตงฮองซึ่งทำหน้าที่ปีกซ้าย ชีเซ่งทำหน้าที่คุมกองเรือเป็นปีกขวา  กองทัพหลวงของเมืองกังตั๋งได้หนุนเนื่องกองทัพหน้าทำให้เรือรบเมืองกังตั๋งหนุนแน่นขนัดราวกับละลอกคลื่นในพระมหาสมุทรที่ซัดเข้าฝั่งฉะนั้น 

            สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้พรรณนาเหตุการณ์ตอนนี้อย่างชัดเจนเต็มไปด้วยชีวิตชีวาว่า “เพลิงนั้นติดเข้าที่ใดทหารของจิวยี่ก็ตามเข้าไปถึงที่นั่น  ทหารจิวยี่เข้าไปถึงไหนเพลิงก็ยิ่งไหม้ติดลามขึ้นที่นั่นเป็นอันมาก  เหล่าทหารโจโฉรบพุ่งต้องอาวุธเจ็บปวดล้มตายเป็นอันมาก ตกน้ำตายบ้าง ตายในเพลิงบ้าง” ความงดงามไพเราะแจ้งชัดของพรรณาโวหารในตอนนี้ยาขอบได้นำไปใช้พรรณนาความในหนังสือเรื่องผู้ชนะสิบทิศในตอนที่มังตรากษัตริย์หนุ่มแห่งตองอูแตกทัพเรือปราชัยแก่กองทัพเมืองแปรโดยถูกกองทัพเมืองแปรวางเพลิงเผากองทัพเรือเป็นสภาพอย่างเดียวกันชนิดคำต่อคำ

            ทางด้านกองทัพบก ครั้นกำเหลงยกทหารเข้าปล้นโจมตีและเผาคลังเสบียงของโจโฉที่ตำบลฮัวหลิมแล้ว ลิบอง ตังสิด และพัวเจี้ยง ซึ่งคุมทหารคอยทีอยู่เห็นแสงเพลิงเป็นสัญญาณก็ยกทหารเข้าปล้นเผาค่ายทหารโจโฉที่เรียงรายอยู่พร้อมกัน ฆ่าฟันทหารโจโฉตามค่ายต่าง ๆ บาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก ทหารโจโฉที่เหลือเห็นจะสู้ทหารเมืองกังตั๋งไม่ได้ต่างพากันแตกหนีไปคนละทิศละทางคุมกันไม่ติด

            ฝ่ายเตียวเลี้ยวพาโจโฉขึ้นจากริมตลิ่งแล้วจะหนีไปทางค่ายไหนค่ายนั้นเพลิงก็ไหม้ลุกลามไปเป็นอันมากจึงรีบหนีไปทางค่ายที่เพลิงยังไม่ติด แต่เพลิงก็ไหม้ลามตามมาทุกค่าย ทหารจิวยี่ก็ไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด กองทัพแปดสิบสามหมื่นซึ่งสร้างกิตติศัพท์ลือเลื่องไปว่ามีจำนวนถึงร้อยหมื่นนั้น บัดนี้เหลือทหารเพียงร้อยคนเศษเท่านั้นที่หนีติดตาม โจโฉผู้บัญชาการใหญ่อัครมหาเสนาบดีผู้เรืองอำนาจสูงสุดแห่งยุคไป

            ด้านบุนเพ่งเมื่อถูกเกาทัณฑ์ล้มลงในเรือแล้ว ทหารที่ติดตามอยู่ในเรือก็รีบพาเรือเข้าตลิ่งแล้วพยุงบุนเพ่งลงจากเรือจึงพบกับมอกายซึ่งลงเรือเร็วหนีขึ้นตลิ่งที่ใกล้กัน รวบรวมทหารได้ห้าสิบคนหนีออกจากสมรภูมิตามไปพบสมทบกับโจโฉแล้วพากันหนีต่อไปเพื่อให้พ้นจากการติดตามของทหารจิวยี่โดยเร็วที่สุด

            โจโฉได้ถามเตียวเลี้ยวว่าทหารติดตามเรามามีน้อยตัวนัก จะหนีไปตามเส้นทางใดจึงจะปลอดภัย

            เตียวเลี้ยวจึงเสนอให้หนีไปตามเส้นทางฮัวหลิมมุ่งหน้าไปทางเมืองเกงจิ๋วเพราะไกลจากกองทัพของจิวยี่เห็นจะปลอดภัย โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้เตียวเลี้ยวนำทางไปข้างหน้า

            ครู่หนึ่งได้ยินเสียงทหารม้าไล่ตามมาทางด้านหลัง โจโฉเหลียวหลังกลับไปดูเห็นลิบองทหารเมืองกังตั๋งยกติดตามร้องไล่หลังมาว่ากูชื่อลิบองเป็นทหารซุนกวนจะตามมาเอาชีวิตไอ้ศัตรูราชสมบัติในวันนี้ก็ยิ่งตกใจ  สั่งเตียวเลี้ยวให้ถอยลงมาระวังหลังแล้วโจโฉจึงรีบขี่ม้าหนีไปข้างหน้า

            โจโฉขี่ม้าหนีมาครู่หนึ่งเห็นข้างหน้ามีกองเพลิงขวางทางอยู่ พอเข้าไปไกล้ก็มีทหารเมืองกังตั๋งอีกกองหนึ่งยกออกมาขวางทางไว้ ตัวนายตวาดขึ้นด้วยเสียงอันดังว่าเราชื่อเล่งทองเป็นทหารซุนกวนมาสกัดคอยท่าจะเอาชีวิตไอ้โจรชั่วให้จงได้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘