ตอนที่ 207. มารพ่ายอุบายหญิง

อิหลำหลงเชื่อคำของนางชีฮูหยินที่ว่ายินยอมพร้อมใจจะเป็นภรรยาเพียงแต่ขอเวลาให้การศพและการเซ่นไหว้ศพสามีผู้ล่วงลับเสร็จสิ้นเสียก่อนจะได้ไม่เป็นที่ครหาแก่ผู้คนทั้งปวงจึงมีความยินดี แล้วกลับออกไปตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันเวลาที่นางชีฮูหยินจะไปอยู่กินด้วยกัน

            ดูไปแล้วอิหลำผู้นี้เป็นผู้มีรสนิยมอย่างเดียวกับโจโฉ คือมีรสนิยมพึงพอใจในดอกกระดังงาลนไฟ และเป็นรสนิยมอย่างเดียวกันกับแกนนำหลายคนของพรรคการเมืองพรรคใหญ่ เป็นรสนิยมที่ไม่พึงใจดรุณีแรกรุ่นเพราะเห็นว่าดรุณีแรกรุ่นนั้นเหมือนดังหนึ่งกุหลาบแรกเริ่มแย้ม มีหนามอันแหลมคม ดังความที่ว่า

“กุหลาบแรกเริ่มแย้ม    หนามคม
นระจะเด็ดดม    กลัวช้ำ
สิงห์ผยองลองชม    ชืดจืดแดเอย
เอ๋ยเอ่ยใครอาจซ้ำ     หลาบแล้วจำนาน”
         
            เป็นแต่ว่ากระดังงาดอกที่อิหลำหมายปองนี้ยังสดและใหม่กว่ากระดังงาดอกที่โจโฉปรารถนา เพราะนางชีฮูหยินนั้นอยู่ในวัยเพียงไม่ถึงยี่สิบห้า ในขณะที่ภรรยาม่ายของเตียวเจอยู่ในวัยล่วงสี่สิบเศษแล้ว เป็นวัยระดับเดียวกับกระดังงาดอกที่แกนนำพรรคการเมืองของพรรคใหญ่หมายปองครองครอบอยู่นั้น

            โจโฉแตกทัพแทบเอาชีวิตไม่รอดก็เพราะล่วงคุณธรรม ช่วงชิงเอาภรรยาของผู้อื่น ในขณะที่ผู้เป็นสามีเพิ่งตาย อยู่ในระยะไว้ทุกข์ไม่ถึงเดือน อิหลำในครั้งนี้ดำเนินตามหนทางที่โจโฉเคยเดินมาแล้ว ชะตากรรมของอิหลำจึงย่อมไม่แตกต่างกับโจโฉเท่าใดนัก

            ฝ่ายนางชีฮูหยินเมื่อลวงอิหลำสำเร็จแล้ว ก็คิดอ่านหาทางเอาตัวรอด พิทักษ์รักษาศักดิ์และศรีสะใภ้ตระกูล “ซุน” แห่งกังตั๋ง หลังจากไตร่ตรองอยู่พักหนึ่งแล้วก็รำลึกได้ว่าซุนโก๋และเปาเอ๋งเป็นข้าเก่าของซุนเซียงผู้สามี มีความภักดีมั่นคงต่อตระกูล “ซุน” เห็นจะพึ่งพาอาศัยในยามยากได้ จึงให้หญิงรับใช้ลอบออกไปตามซุนโก๋และเปาเอ๋งมาพบ

            สองข้าเก่าของซุนเซียงทราบความก็ตกใจ รีบลอบเข้ามาพบนางชีฮูหยินตั้งแต่ค่ำวันนั้น พอนางชีฮูหยินพบหน้าซุนโก๋และเปาเอ๋งก็ร้องไห้ แล้วว่าอิหลำและไต้อ้วนสองคนนี้คิดกบฏต่อตระกูล “ซุน” วางแผนร่วมกับเปียนหองคนสนิทของซุนเซียงแล้วสังหารซุนเซียงเสีย 

            ซุนโก๋และเปาเอ๋งทราบความนัยยะดังนั้นแล้วก็ตกใจ จึงว่าความทั้งนี้จะเป็นจริงได้หรือไฉน เพราะความตามที่ปรากฏในทางราชการนั้นเปียนหองแต่ผู้เดียวคิดคดสังหารนาย ส่วนอิหลำและไต้อ้วนเป็นผู้มีความชอบที่สามารถปราบปรามฝ่ายกบฏได้สำเร็จ

            นางชีฮูหยินจึงว่าความอันปรากฎในทางราชการนั้นเป็นเรื่องที่อิหลำและไต้อ้วนเสกสรรปั้นแต่งแปลงเรื่องราวเอาเป็นความชอบของตัว ความจริงทั้งสามคนร่วมคบคิดกัน ครั้นสังหารซุนเซียงเสร็จแล้วอิหลำและไต้อ้วนจึงหักหลังโยนความผิดให้เปียนหอง ว่าเป็นขบถแล้วสังหารเปียนหองเสีย

            แล้วว่าหลังจากสังหารเปียนหอง เข้าครองอำนาจเมืองตันเอี๋ยงแล้ว โฉมหน้ากบฏของอิหลำและไต้อ้วนจึงเผยให้เห็นคือได้ยึดเอาบรรดาทรัพย์สิ่งสินของสามีเราไปเป็นสิทธิเสียทั้งสิ้น แลบัดนี้อิหลำยังข่มเหงน้ำใจเราอีก บังคับเราให้ยอมเป็นภรรยา ทำให้เราได้รับความอัปยศอดสูนัก ตัวเราเป็นหญิงไม่มีกำลังจะรบราต่อสู้จึงได้คิดเป็นอุบายผันผ่อนเอาตัวรอด อิหลำหลงเชื่อจึงผ่อนปรนเวลา อีกไม่ช้าคงจะมารับตัวเราไป ตัวเราเป็นหญิงไม่เห็นผู้ใดเป็นที่พึ่งนอกจากท่านทั้งสองซึ่งเป็นคนเก่าของซุนเซียงผู้สามี จึงขอให้ท่านทั้งสองหาทางลอบส่งข่าวให้ซุนกวนทราบ แล้วช่วยคิดอ่านให้เราพ้นจากอันตราย

            สองข้าเก่าของซุนเซียงได้ฟังความดังนั้นแล้วก็โกรธอิหลำและไต้อ้วนเป็นอันมาก แล้วว่าท่านอย่าได้ปรารมภ์วิตกเรื่องนี้อีกต่อไปเลย ข้าพเจ้าทั้งสองจะหาทางส่งข่าวให้ซุนกวนทราบเพื่อจะยกกำลังมาช่วยเหลือทางหนึ่ง และอีกทางหนึ่งนั้นเห็นว่าแทนที่จะรอให้อิหลำกำเริบ สมควรคิดอ่านวางแผนสังหารอิหลำและไต้อ้วนเสียก่อนท่านจึงจะปลอดภัย

            นางชีฮูหยินได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี ถามว่าแผนการความคิดของท่านเป็นประการใด

            ซุนโก๋และเปาเอ๋งจึงว่าจากนี้ไปอีกสามวันให้ท่านแจ้งอิหลำว่าตัวท่านพร้อมแล้วให้มารับตัวไปอยู่กินตามประเพณีต่อไป โดยให้เชิญอิหลำมาในตอนพลบ ในขณะเดียวกันก็ให้เชิญไต้อ้วนมากินโต๊ะในยามค่ำ พวกข้าพเจ้าทั้งสองจะแอบมาซุ่มอยู่ในเรือนของท่าน ได้โอกาสเป็นทีแล้วก็จะสังหารอิหลำและไต้อ้วนเสีย

            นางชีฮูหยินได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี เห็นชอบกับแผนการความคิดของซุนโก๋และเปาเอ๋ง ปรึกษากันเสร็จสิ้นแล้วสองข้าเก่าของซุนเซียงจึงคำนับลานางชีฮู หยินแล้วลอบกลับไปที่พัก รุ่งขึ้นก็แต่งหนังสือให้ทหารถือไปเมืองกังตั๋งแจ้งความให้ซุนกวนทราบ

            นางชีฮูหยินรับแผนการของสองข้าเก่าซุนเซียงแล้ว ก่อนถึงวันกำหนดวันหนึ่งจึงให้หญิงรับใช้ไปบอกความให้อิหลำทราบและให้หญิงรับใช้อีกคนหนึ่งลอบไปเชิญไต้อ้วนมากินโต๊ะ

            อิหลำทราบความก็มีความยินดีที่วันเวลาแห่งความสุขที่รอคอยมาถึงเร็วเกินความคาดหมายก็รับคำ ส่วนไต้อ้วนนั้นไม่รู้ความนัยก็รับว่าจะไปกินโต๊ะตามคำเชิญนั้น

            พอถึงวันกำหนดนัดหมายเวลาหลังเที่ยงซุนโก๋และเปาเอ๋งจึงมาที่เรือนของนางชีฮูหยิน เข้าไปแอบซุ่มอยู่ในห้องนอนคอยทีอยู่

            ครั้นได้เวลาอิหลำก็มาที่เรือนของนางชีฮูหยินตามนัดหมาย   ภริยาม่ายของซุนเซียงแสร้งทำสีหน้ายินดีที่จะได้มีสามีใหม่ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ในเมืองตันเอี๋ยง เจรจาและแสดงกิริยาท่าทีประโลมใจอิหลำจนคึกคะนองนักและยังปรนเปรอด้วยสุราจนอิหลำกำเริบด้วยฤทธิ์สุรา นางชีฮูหยินเห็นเป็นทีจึงแสร้งเชิญอิหลำเข้าไปชมห้องนอน

            อิหลำไม่รู้มารยาหญิงก็สำคัญผิดคิดว่าภริยาม่ายของซุนเซียงมีความร้อนด้วยแรงปรารถนาที่ห่างมือชาย ทั้งฤทธิ์สุราและฤทธิ์พิษสวาทโหมเข้าประดัง อิหลำก็มีความรื่นเริงในอารมณ์สุดประมาณ เดินเคียงคู่กับนางชีฮูหยินจะเข้าไปในห้องนอน

            พอก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอน นางชีฮูหยินก็รีบปลีกตัวออกห่าง ในทันใดนั้นซุนโก๋และเปาเอ๋งก็เอากระบี่ที่ถือคอยทีอยู่ก่อนแทงและฟันอิหลำล้มลงถึงแก่ความตาย ณ ที่นั้น โดยมิทันที่จะได้เอ่ยความประการใด

            ซุนโก๋ เปาเอ๋ง และนางชีฮูหยินช่วยกันลากเอาศพของอิหลำเข้าไปไว้ที่อีกมุมหนึ่งของห้องนอนแล้วเอาผ้าห่มคลุมไว้อย่างมิดชิด จากนั้นซุนโก๋และเปาเอ๋งจึงมาแอบคอยทีอยู่ที่หลังประตูทางเข้าเรือนของนางชีฮูหยิน และนางชีฮูหยินก็ตั้งหน้าคอยท่าไต้อ้วนเพื่อจะกำจัดเป็นคนถัดไป

            ครั้นถึงเวลานัดหมายกินโต๊ะ ไต้อ้วนมิได้ระแคะระคายว่ามีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นก็เดินทางมาที่เรือนของนางชีฮูหยินตามกำหนด นางชีฮูหยินพอเห็นไต้อ้วนลงจากหลังม้าก็กระวีกระวาดออกไปคำนับต้อนรับไต้อ้วน โอภาปราศรัยทักทายกันตามธรรมเนียมแล้วว่าข้าพเจ้าเชิญท่านมาเลี้ยงโต๊ะในวันนี้เพื่อเป็นการขอบคุณที่ท่านได้สังหารเปียนหองคนคิดร้ายสามีของข้าพเจ้า

            แล้วกล่าวเป็นนัยต่อไปว่า คนทรยศต่อตระกูล “ซุน” จะต้องรับโทษถึงตาย ไม่มีข้อยกเว้น

            ไต้อ้วนไม่รู้ความนัย ยังคงเข้าใจว่านางชีฮูหยินเชื่อความอันเสกสรรปั้นแต่งขึ้นใส่ร้ายเปียนหองว่าเป็นผู้สังหารซุนเซียงก็พยักหน้าแล้วว่า ฮูหยินกล่าวความทั้งนี้ชอบแล้ว

            นางชีฮูหยินเดินนำไต้อ้วนเข้ามาในประตูเรือนแล้วรีบก้าวเท้าล่วงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พอไต้อ้วนเดินพ้นประตูเรือนเท่านั้น ซุนโก๋และเปาเอ๋งก็รุมกันเอากระบี่ฟันแทงไต้อ้วนถึงแก่ความตาย

            นางชีฮูหยินเห็นแผนการสำเร็จโดยง่ายดายดังนั้นก็มีความยินดี และสั่งให้ซุนโก๋และเปาเอ๋งคุมทหารไปจับกุมตัวสมัครพรรคพวกของอิหลำและไต้อ้วนโดยที่ไม่ให้ทันรู้ตัว เพื่อป้องกันมิให้คิดอ่านแก้แค้นสืบไป

            ซุนโก๋และเปาเอ๋งรับคำสั่งแล้วก็ออกไปที่โรงทหาร อ้างคำสั่งของนางชีฮูหยินพาทหารไปที่บ้านของอิหลำและไต้อ้วนจับบุตรภรรยาและสมัครพรรคพวกของอิหลำและไต้อ้วนเกือบสองร้อยคนเอาไปประหารเสียทั้งสิ้น

            ครั้นทำการตามคำสั่งเสร็จสิ้นแล้ว ซุนโก๋และเปาเอ๋งจึงเข้ามารายงานให้นางชีฮูหยินทราบ นางชีฮูหยินเห็นเสี้ยนหนามหมดสิ้นแล้วจึงสั่งให้ตัดศีรษะของอิหลำและไต้อ้วนเอาไปเป็นเครื่องเซ่นดวงวิญญาณของซุนเซียงผู้เป็นสามีตั้งแต่คืนวันนั้น

            ส่วนศพของอิหลำ ไต้อ้วน ตลอดจนบุตรภรรยาและพรรคพวก นางชีฮูหยินสั่งให้เอาไปฝังไว้ที่นอกเมือง

            ทางฝ่ายซุนกวนเมื่อทราบความตามหนังสือของซุนโก๋และเปาเอ๋งแล้วก็ตกใจที่ผู้น้องถูกผลาญชีวิตเสียตั้งแต่วัยหนุ่ม ให้รู้สึกโกรธแค้นอิหลำและไต้อ้วนเป็นอันมาก สั่งให้จัดทหารแล้วรีบยกไปเมืองตันเอี๋ยงตั้งแต่เพลานั้น

            ครั้นซุนกวนยกทหารไปถึงเมืองตันเอี๋ยงแล้วแจ้งว่านางชีฮูหยินได้วางอุบายสังหารฝ่ายกบฏหมดสิ้นแล้วก็มีความยินดี สั่งให้ปูนบำเหน็จความชอบแก่ซุนโก๋และเปาเอ๋ง ตั้งให้ทั้งสองคนนี้เป็นเจ้าเมืองว่าราชการเมืองตันเอี๋ยงร่วมกัน

            หลังจากจัดแจงการบริหารเมืองตันเอี๋ยงเป็นปกติแล้ว ซุนกวนจึงยกทหารกลับไปเมืองกังตั๋ง โดยให้รับนางชีฮูหยินผู้เป็นน้องสะใภ้กลับไปเมืองกังตั๋งพร้อมกันด้วย

            เจี้ยนอันศกปีที่สิบสอง เดือนสิบ ซุนกวนได้แต่งตั้งให้จิวยี่เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ บังคับบัญชาทหารเรือทั้งปวงของทั้งแคว้นกังตั๋ง และให้ฝึกซ้อมกองทัพเรือทั้งเจ็ดพันลำให้พร้อมที่จะทำการศึกสงครามอยู่ทุกเมื่อ

            ต่อมาเดือนสิบสองข้างขึ้น นางงอฮูหยินผู้เป็นมารดาซุนกวนซึ่งป่วยกระเสาะกระแสะมาชั่วระยะหนึ่ง อาการไข้กำเริบหนัก เห็นว่าชีวิตจะไม่ยืนยาว ให้มีความคิดวิตกห่วงด้วยเมืองกังตั๋งเพราะซุนกวนเจ้าเมืองหนุ่มยังอ่อนประสบการณ์นัก จึงให้หาซุนกวน เตียวเจียวและจิวยี่มาพร้อมกันถึงเตียงที่นอน

            แล้วว่าตัวเรานี้เป็นชาวเมืองตองง่อ กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่เด็ก ยังอยู่แต่สามพี่น้องเลี้ยงดูกันมาจนเติบใหญ่ แล้วมาได้ซุนเกี๋ยนเป็นสามี มีบุตรด้วยกันถึงสี่คน เมื่อครั้งที่ตั้งครรภ์ซุนเซ็กบุตรหัวปีนั้นเราได้ฝันเห็นว่าดวงจันทร์คล้อยจากฟ้าลงมาอยู่ในครรภ์ แต่เมื่อคราวที่ตั้งครรภ์ซุนกวนกลับฝันเห็นดวงพระอาทิตย์ทรงกลดจรัสแสงแจ่มจ้าอยู่ในครรภ์ โหรหลวงได้ทำนายว่าบุตรเราทั้งสองเป็นผู้มีบุญ นานไปจะเป็นใหญ่ในบ้านเมือง

            แต่ซุนเซ็กวาสนาน้อย อายุจึงสั้นนัก ทิ้งเมืองกังตั๋งอันหนักอึ้งไว้กับซุนกวนผู้น้อง มาบัดนี้ตัวเราป่วยหนัก เห็นว่าชีวิตจะไม่ยืนยาวข้ามวันนี้ไปได้ ว่าแล้วก็จ้องหน้าไปที่เตียวเจียวและจิวยี่ แล้วว่าเราจำต้องขอลาท่านทั้งสองล่วงหน้าไปก่อน แต่วิตกกังวลด้วยห่วงซุนกวนว่ายังอ่อนความเมืองนัก ไม่เห็นใครใดเป็นที่พึ่ง เห็นอยู่แต่ท่านทั้งสองที่จะเป็นกำลังของซุนกวนไปในวันหน้า ดังนั้นเราหาบุญไม่แล้ววานท่านทั้งสองช่วยเป็นธุระทำนุบำรุงสั่งสอนซุนกวนให้ตั้งอยู่ในธรรม ธำรงรักษาแดนกังตั๋งนี้ให้มั่นคง บำรุงราษฎรให้เป็นสุขสืบไป

            เตียวเจียวและจิวยี่เห็นอาการของนางงอฮูหยินและยินคำสั่งเสียดังนั้นก็คำนับเป็นเชิงรับคำวอนแล้วร้องไห้ นางงอฮูหยินจึงหันมาว่ากับซุนกวนว่ามารดาจะลาเจ้าไปในวันนี้แล้ว ตัวเจ้ายังอ่อนวัยนัก ภารกิจการบ้านงานเมืองของกังตั๋งและตระกูล “ซุน” ของเรานี้มอบไว้แก่เจ้าแล้ว จะคิดอ่านทำการสิ่งใดจงปรึกษาหารือด้วยเตียวเจียวและจิวยี่ จงตั้งตัวอยู่ในธรรม เห็นแก่ประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎรเป็นที่ตั้ง ทำการใดจงตรองเอาแต่ที่ชอบ อย่าตั้งอยู่ในทิฐิมานะ จงคารวะเตียวเจียวและจิวยี่เสมือนเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ อย่าได้ทำการใดแต่อำเภอน้ำใจเป็นอันขาด เจ้าจงคำนับเตียวเจียวและจิวยี่เสียต่อหน้าเรา ณ บัดนี้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘