รวบรวม25กฎของอาจารย์บุญชัย 14

14. Verb Patternนิยาม Verb Pattern คือ กลุ่ม Verb แท้ที่ตามหลังด้วย Verb ไม่แท้

ความรู้เบื้องต้น

1. Verb แท้Verb = Verb แท้ ซึ่ง Verb แท้คือ Verb ที่ผันได้ตาม Tense (อยู่ในหัวข้อที่ 1 Tense)

2. Verb ไม่แท้
คือ Verb ที่ไม่มีการผันตาม Tense
มีอยู่ 4 ชนิด
   1) Ving
   2) V3
   3) to-infinitive (to-inf) = to+V1
   4) infinitive without to(inf w/o to) = V1

จากที่เรียนมาทั้งหมดจะมีทั้งสิ้น 12 สูตรซึ่งเพื่อให้ง่ายต่อการจำ
ทางผมจึงจัดกลุ่มใหม่ตาม Verb ไม่แท้จึงเหลือ 4 กลุ่มใหญ่
แล้วก็แตกย่อยเป็น 12 กลุ่มอีกทีหนึ่ง

รูป/สูตรสูตรทื่ 1) Verb+Ving หรือ Verb+to-inf แต่ความหมายเปลี่ยน
สูตรทื่ 2) Verb+Ving ได้อย่างเดียว และ Verb+(one's)+Ving
สูตรทื่ 3) Preposition+Ving หรือ Noun (อันนี้ผมแทรกเพิ่ม)
สูตรทื่ 4) Verb+to-inf
สูตรทื่ 5) Verb+(Obj)+to-inf
สูตรทื่ 6) Verb+to-inf
สูตรทื่ 7) Verb+Obj+inf w/o to หรือ Verb+Obj+V3
สูตรทื่ 8) Verb+Obj+inf w/o to อย่างเดียว และ Verb+Obj+Adj
สูตรทื่ 9) Helping Verb+ inf w/o to
สูตรทื่ 10) Adj+ (for s/n หรือ of s/n)+to-inf
สูตรทื่ 11) Wh-words+to-inf
สูตรทื่ 12) Verb+Obj+to be หรือ to have

หมายเหตุตัวย่อ
Verb = Verb แท้ที่มีการผัน tense
Ving = Verb ที่มีการใช้รูป ing มาต่อท้าย
V1 = Verb ช่องที่ 1 ที่ไม่มีการผัน คือ การเติม s หรือ es ต่อท้าย = do (เวลาเขียนเป็นโครงสร้างเช่น make s/n do sth --> do = V1)
V3 = Verb ช่องที่ 3 ส่วนมากจะเห็นพวก เติม ...ed
to-inf = to infinitive = to+V1
inf w/o to = infinitive without to = V1
Helping Verb = Verb ช่วย ได้แก่ can, could, will, would, shall, should, may, might เป็นต้น (ดูรายละเอียด helping verb อีกทีนะครับ)
s/n = someone = ใช้แทนคน หรือชื่อคน เช่น my, your, his, her เป็นต้น
one's = แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น yours, his, hers, its เป็นต้น
Wh-word = พวกที่ขึ้นต้นด้วย Wh รวม  how เช่น what, where, when, why, who, which, how, whose เป็นต้น
Obj = Object = กรรมของประโยค ส่วนมากเป็นคำนาม
to be = verb to be ได้แก่ is/am/are/be/was/were/been ---> รูปเชิงไวยกรณ์ใช้ be/were/been
to have = verb to have ได้แก่ has/have/had --> รูปเชิงไวยกรณ์ใช้ have/had
เทคนิคการจดจำของผมจะอิงจากการจัดกลุ่มแล้วก็อิงตามความรู้เดิมสรุปได้ดังนี้ครับ
กลุ่มที่ 1: กลุ่มที่ทราบกันอยู่แล้ว หรือใช้ได้กับทุก ๆ กรณี1) Preposition+N หรือ Ving เท่านั้น = สูตรที่ 3)กรณีเฉพาะที่ใช้กับ Ving เท่านั้น
    - devote to+Ving (อุทิศให้กับ)
    - object to+Ving (คัดค้าน)
    - be opposed to+Ving (คัดค้าน)
    - be no good+Ving (ไม่มีประโยชน์กับ)
    - be no use+Ving (ไม่มีประโยชน์กับ)
    - เคยชิน be/get/become+ used/accustomed + N หรือ Ving (ดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่อง Use เพิ่มเติมท้ายหัวข้อครับ)
    - do+[a lot of/a little/(not) much/some/the/Possessive adj(one's)]+Ving
      (ไว้จะมาขยายความให้อีกทีครับในหัวข้อ do+....+Ving)
2) Helping Verb+inf w/o to = สูตรที่ 9)3) กลุ่ม Wh-words+ to-inf = สูตรที่ 11)4) กลุ่ม Adj+(for s/n หรือ of s/n)+to-inf ทั้งหมด
    ยกเว้น adj ที่เป็น busy และ worth+Ving
5) กลุ่ม Mental Process Verb+Obj+(to be หรือ to have) = สูตรที่ 12)
    ตัวอย่างกลุ่ม Mental Process = กระบวนการเชิงความคิด
จำหมวดหลักง่าย ๆ ดังนี้ --> เห็นว่า,เชื่อว่า,เดาว่า,ประมาณการ,รู้อยู่แก่ใจ
   - เห็นว่า = see, find, consider
   - เชื่อว่า = believe, maintain, take, reckon
   - เดาว่า = rpesume, reckon, guess
   - ประมาณการ = estimate(ประเมินว่า), calculate(คำนวณว่า)
   - รู้อยู่แก่ใจ = know(รู้ว่า), acknowledge(รู้ว่า), understand(เข้าใจว่า)

กลุ่มที่ 2: มี inf w/o to ร่วมแบ่งเป็น 3 Sections
1) กล่มควบ 2 มี make, let, have + inf w/o to หรือ V3 = สูตรที่ 7)    ข้อแตกต่างในการใช้งาน inf w/o to --> ใช้ในกรณี Active; V3 ---> ใช้ในกรณี Passive
โครงสร้าง
   make s/n do sth --> บังคับใครให้ทำอะไร
   make sth done --> เป็นที่รู้จัก (โครงสร้าง make ทั้งหมดจะแสดงไว้ในเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยท้ายบทครับ)
   let s/n do sth --> ปล่อยใครให้ทำอะไร
   let sth done ---> (ไม่มั่นใจความหมายไว้จะหามาเสริมให้อีกทีครับ)
   have/get s/n do sth ---> ให้ใครทำอะไร
         หรือ  s/n to do sth
   have/get sth done by s/n ---> ให้ใครทำอะไรโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำ

2) กลุ่มควบ 3 คือ Verb+Obj+inf w/o to หรือ Ving หรือ V3 = สูตรที่ 8/1)    ข้อแตกต่างการใช้งาน inf w/o to = เน้น result (Active)
                                         Ving = เน้น Process (Active)
                                            V3 = ถูกกระทำ (Passive)
    มี 7 คำ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
         - กลุ่มประสาทรับรู้ see(เห็น), hear(ได้ยิน), feel(รู้สึก), smell(ได้กลิ่น)
         - กลุ่มสังเกต watch, notice, observe

3) กลุ่ม Verb+Obj+Adj เป็นกลุ่มเพิ่มเติมของกลุ่มควบ 3 = สูตรที่ 8/2)สูตรนี้เราจะเห็นบ่อยและใช้เยอะ (ควรจำอย่างยิ่งครับ) มี 7 กลุ่มย่อย
  นำมาจากกลุ่มควบ 3 (กระสาทรับรู้และสังเกต), ชอบ, ต้องการ, ลงมือทำ, กระทำบางอย่าง, นอกกลุ่ม
   - นำมาจากกลุ่มควบ 3 --> see, hear, feel, smell, watch, notice, observe
   - กลุ่มชอบ --> like, love
   - กลุ่มต้องการ --> want, consider, wish
   - กลุ่มลงมือทำ --> make, get, set
   - กลุ่มการกระทำ (แปลตรงตัว) --> paint(ทาสี), wipe(เช็ดปัดกวาด), keep(รักษา), lick(เลีย)
   - นอกกลุ่ม 2P --> perfer(ชอบมากกว่า), precive(รับรู้)

กลุ่ม 3: กลุ่ม Ving
1) ความหมายเปลี่ยนใช้ Ving หรือ to-inf = สูตรที่ 1
    ข้อแตกต่างการใช้งาน to-inf ใช้ในกรณีต้องการเน้น และเป็นภาพนิ่ง
                                  Ving ใช้ในกรณีที่เป็นการกระทำ ภาพเคลื่อนไหว
มี 6 กลุ่ม
   - กลุ่มชอบ like, love, hate
               - Ving แปลว่า ใช้ในกรณีทั่ว ๆ ไป
               - to-inf แปลว่า เน้นย้ำ ชี้เฉพาะ [มี to เพิ่ม พยางค์เหมือนเน้น ๆ]
   - หยุด Stop
               - Ving = หยุดในการทำสิ่งนั้น ๆ [เป็นภาพขยับแล้วก็ต้องตัดฉากเป็นภาพนิ่ง]
               - to-inf = หยุดเพื่อจะทำอะไรต่อ [ภาพนิ่งแล้วก็จะมีการทำต่อ]          
   - พยายาม/ลอง try
               - Ving = ลอง [เช่น ลองเสื้อ จะเห็นว่าขณะลองจะต้องมีการขยับเนื้อขยับตัว]
               - to-inf = พยายาม [ภาพนิ่ง ในการคิดว่าจะต้องทำอะไรต่อ]
    - จำได้/เสียใจ/ลืม remember, regret, forget
               - Ving = สิ่งที่เป็นอดีต ทำมาแล้ว [ภาพที่มีการทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ผ่านมาแล้ว]
               - to-inf = สิ่งที่เป็นอนาคต [ภาพนิ่งเป็นจุด ๆ คิดถึงอนาคต]
    - เรียน/เรียนรู้ learn
               - Ving = เรียน [สิ่งที่คนอื่นสอน]
               - to-inf = เรียนรู้ [รู้ได้ด้วยตนเองจากประสบการณ์ส่วนตัว]
    - จำเป็นต้อง need [อยู่ใน helping verb ให้จำสลับที่กันจะจำง่ายกว่า]
               - to-inf = จำเป็นต้อง --> รูป active
               - Ving = need to be+V3 --> รูป passive
    - ตั้งใจ/หมายความว่า mean
               - Ving = ตั้งใจที่จะ [ทำบางอย่าง จะดูเหมือนภาพขยับ]
              - to-inf = หมายความว่า [การบรรยายเรื่อง]

2) กลุ่ม Verb+Ving อย่างเดียว = สูตรที่ 2/1)มี 5 กลุ่มย่อย --> ทนไม่ได้, จิตนาการ, พฤติกรรม, รังเกียจ, ขอโทษ
    - ทนไม่ได้ที่จะ not bare, not help, not stand
    - จินตนาการ imagine, fancy
    - พฤติกรรม practise(ฝึกฝน), risk(เสี่ยง), enjoy(สนุก)
    - ปิดกั้น/รังเกียจ mind#not mind(รังเกียจ#ไม่รังเกียจ), hinder(ขัดขวาง), excuse(ห้าม), prevent(ป้องกัน)
    - อภัย/ขอโทษ drop(หล่น,ปล่อย), pardon(ขอโทษ), forgive(ให้อภัย), confess(สารภาพ), finish(จบ,เสร็จ)

3) กลุ่ม Verb+Possesive(one's)+Ving = สูตรที 2/2)แยกย่อยเป็น 4 หมวด
    - มาจาก 2/1--> enjoy, mind, risk
    - เลื่อน put off --> postpone(เลื่อนเวลา), defer(ขอเลื่อน), delay(ชักช้า,ช้าลง)
    - หนี/ปฏิเสธ (เชิงลบ) --> avoid(หลีกเลี่ยง), deny(ปฏิเสธ)
    - แนะนำ/พิจารณา --> suggest(แนะนำ), consider(พิจารณา)

กลุ่มที่ 4: กลุ่ม Verb+to-infเป็นกลุ่มสุดท้ายผมแยก เป็น 3 section ย่อยดังนี้ครับ
1) ตามหลัง to-inf อย่างเดียว = สูตรที่ 4)    - ดูเหมือนว่า --> seem, appear
    - ตั้งใจ/เอาใจใส่ --> ตั้งใจ(determine, decide, mean), เอาใจใส่(care)
    - คาดหวัง/ได้โดยบังเอิญ --> คาดหวัง(hope, wish), บังเอิญ(happen)
    - จัดให้ได้ = afford, manage
    - กลุ่มเอกสาร
         จัดเรียง(arrange), เสนอ(offer), รับรอง(undertake), สัญญา(promise), หลอกลวง(pertend), พิสูจน์(prove), ปฏิเสธ(refuse)
    - อื่น ๆ แปลตามตัว
         มา(come), กำหนด(be bound), รีบเร่ง(hurry), พลาดพลั้ง(fail), กล้า(dare), เปลี่ยนแปลง(change)

2) Verb+(Obj)+to-inf = สูตรที่ 5)    - ตั้งใจ --> ask, intend, mean
    - กลุ่มชอบ/รัก/เกลี่ยด --> like, love, hate
    - กลุ่มคาดหวัง/หวังว่า --> expect(คาดหวัง), wish(ปรารถนา), want(ต้องการ), beg(อ้อนวอน), choose(เลือก)

3) Verb+s/n+to-inf = สูตรที่ 6)
    แบ่งเป็น 5 ส่วนย่อย
   
- บังคับ/สั่ง/บอก/ขอร้อง
          - บังคับ --> compel, force, oblige, press
          - สั่ง = order, บอก = tell, ขอร้อง = request
    - สอน/ตักเตือน --> teach(สอน), instruct(สอน), advise(แนะนำสั่งสอน), warn(ตักเตือน)
    - เชื้อเชิญ/ยั่วยวน --> tempt(ยั่วยวน), persuade(เชื้อเชิญ), invite(เชิ้อเชิญ)
    - ยอม/อนุญาต --> allow(ยอม), permit(อนุญาต)
    - นอกเหนือ --> cause(สาเหตุ), encourage(ให้กำลังใจ)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
1.  เรื่อง Use (ดูใน หัวข้อ 31) Used to/be Used to ประกอบอีกทีครับ)
Use มี 4 ความหมาย
เคย = used to+V1
เคยชิน = be/get/become+ used/accustomed to+N/Ving
ใช้ = use+Obj
ถูกใช้ = be used (รูป passive voice)

2.  เรื่อง Makeมี 5 โครงสร้างหลัก
    - make s/n do sth --> บังคับใครให้ทำอะไร
      Ex. He made me stay at school until 5 PM. (เขาบังคับให้ผมอยู่ที่โรงเรียนจนถึง 5 โมงเย็น)
    - make+Obj+adj ---> ทำให้...
      Ex. The teacher makes the lession interesting. (ครูคนนี้ทำให้ประเด็นการสอนดูน่าสนใจ)
    - make it + adj + (for s/n) + to-inf --> ทำให้มัน... (เป็นการเน้น)
      Ex. The teacher makes it easy to understand the lecture. (ครูคนนี้ทำให้มันง่ายต่อความเข้าใจใน lecture นี้)
    - make+อาชีพ = V to be + อาชีพ --> ทำอาชีพ...
      Ex. I am an engineer. = I make an engineer. (ผมทำอาชีพวิศวกร)
    - make+s/n+ตำแหน่ง(w/o artical) = ทำในตำแหน่ง... (ไม่ต้องใส่ artical a/an/the)
      Ex. We made him captain of the team. (พวกเราแต่งตั้งให้เขาเป็นกัปตันทีม)
make เสริมจาก verb pattern
    - make sth done --> เป็นที่รู้จัก

สรุป
เนื้อหาของ verb pattern ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้ว่าตอนแรกผมจะไม่คิดว่าสำคัญเลย
แต่พอเมื่อเราใช้พูด อ่าน เขียน เราก็เลยรู้เลยว่า หลาย ๆ ทีเราใช้ไวยกรณ์ผิด
และหลายครั้งความหมายมีการผิดเพี้ยนไปได้
รวมถึงหากเราสามารถจำ pattern ได้มันจะเป็นเหมือนกลุ่มคำในภาษาไทยที่เราสามารถหยิบ
เป็นจิ๊กซอต่อประโยค ต่อคำได้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘