ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants :DW)

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ Derivative Warrants (DW) เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ที่เพิ่งเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเมื่อราวๆปี 2552 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผลักดันให้บริษัทหลักทรัพย์หลายๆแห่งเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดนโยบาย และแนวทางการดำเนินงานในการออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์












  DW คืออะไร?


DW เป็นวอร์แรนต์ (Warrant : ใบสำคัญแสดงสิทธิ) ชนิดหนึ่ง ซื้อขายบนกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยแยกเป็นหมวดเฉพาะ คือ หมวดใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ DW มีลักษณะคล้ายสัญญาอนุพันธ์ คือ เป็นสิทธิ ในการซื้อ (Call option) หรือ สิทธิในการขาย (Put option) หลักทรัพย์อ้างอิงในอนาคต ตามราคา จำนวน วัน และเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามที่ผู้ออกกำหนด ทั้งนี้ ผู้ออก DW ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนผู้ออกหุ้นอ้างอิง

DW จะมีสัญลักษณ์ในการซื้อขายเฉพาะ (Ticker) ซึ่งปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดเกณฑ์ในการตั้งชื่อย่อของ DW ไว้ โดยให้มี 8 หลัก ได้แก่

UUUUIICA
UUUU หมายถึงชื่อหุ้นอ้างอิง
- กรณีที่หุ้นอ้างอิงมีชื่อสั้นกว่า 4 ตัวอักษร ใช้ชื่อนั้นได้เลย เช่น PTT
- กรณีที่หุ้นอ้างอิงมีชื่อยาวกว่า 4 ตัวอักษร ให้คงไว้เฉพาะอักษร 4 ตัวแรก
เช่น หุ้น KBANK จะใช้เพียง KBAN
II หมายถึงผู้ออก DW โดยใช้เลขรหัสสมาชิกของโบรกเกอร์ เช่น
บล.เอเซีย พลัส = 08
C
หมายถึงประเภทของ DW โดย
C หมายถึง Call DW 
P หมายถึง Put DW
A หมายถึงรุ่นที่ออก (Series) โดยใช้สัญลักษณ์ A-Z

DW มีอายุตั้งแต่ 2 เดือน - 2 ปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น เนื่องจากราคาของ DW ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) และมูลค่าเวลา (Time Value) เมื่อใกล้ครบกำหนดอายุ ส่วนที่เป็นมูลค่าเวลาจะค่อยๆลดน้อยลงไป เหลือแต่ส่วนที่เป็นมูลค่าที่แท้จริง

DW มี 2 ประเภท คือ

Call DW หรือ DW ที่ให้สิทธิในการซื้อหุ้นอ้างอิง นักลงทุนควรเลือกลงทุนใน Call DW เมื่อมีมุมมองเป็นบวกต่อราคาหุ้นอ้างอิง พูดง่ายๆก็คือ ถ้าคิดว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะขึ้น จึงจะซื้อ Call DW
ราคาของ Call DW = มูลค่าที่แท้จริง + มูลค่าเวลา 
                                  = [(ราคาหุ้นอ้างอิง – ราคาใช้สิทธิ) / อัตราใช้สิทธิ] + มูลค่าเวลา
ตัวอย่างเช่น
น้องเอ ซื้อ DW ที่อ้างอิงกับหุ้น ABC ออกโดย บล.เอเซีย พลัส รุ่นที่ 1 ซึ่งมีชื่อย่อเป็น ABC08CA อายุ 4 เดือน โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 100 บาท อัตราใช้สิทธิ 1 DW : 1หุ้นอ้างอิง ราคา DW 10 บาท

ในกรณีที่อายุคงเหลือเท่าเดิม แต่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
100 0 5 5
103 3 5 8
105 5 5 10
108 8 5 13
115 10 5 15

กรณีที่อายุคงเหลือน้อยลง และราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้
สัปดาห์ที่ ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
1 105 5 10
2 103 3 4.5 7.5
3 107 7 4 11
4 110 10 3.5 13.5
5 115 15 2.5 17.5
* ราคา DW ที่นำมาแสดงนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจกลไกลการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ง่ายขึ้น

ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Call DW ณ วันครบกำหนดอายุ
ผลตอบแทนของ Call DW = (ราคาหุ้นอ้างอิง – ราคาใช้สิทธิ) / อัตราใช้สิทธิ
ดังนั้น นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงสูงขึ้น

Put DW หรือ DW ที่ให้สิทธิในการขายหุ้นอ้างอิง นักลงทุนควรเลือกลงทุนใน Put DW เมื่อมีมุมมองเป็นลบต่อราคาหุ้นอ้างอิง นั่นคือ ถ้าคิดว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะลง จึงจะซื้อ Put DW
ราคาของ Put DW = มูลค่าที่แท้จริง + มูลค่าเวลา 
                                  = [(ราคาใช้สิทธิ – ราคาหุ้นอ้างอิง) / อัตราใช้สิทธิ] + มูลค่าเวลา
ตัวอย่างเช่น
น้องบี ซื้อ Put DW ที่อ้างอิงกับหุ้น ABC ออกโดย บล.เอเซีย พลัส รุ่นที่ 1 ซึ่งมีชื่อย่อเป็น ABC08PA อายุ 4 เดือน โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 100 บาท อัตราใช้สิทธิ 1 DW : 1หุ้นอ้างอิง  ราคา DW 10 บาท

ในกรณีที่อายุคงเหลือเท่าเดิม แต่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
102 -2  3
100 0 5 5
95 5 5 10
90 10 5 15
85 15 5 20

กรณีที่อายุคงเหลือน้อยลง และราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้
สัปดาห์ที่ ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
1 95 5 5 10
2 100 0 4.5 4.5
3 90 10 4 14
4 85 15 3.5 18.5
5 80 20 2.5 22.5
* ราคา DW ที่นำมาแสดงนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจกลไกลการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ง่ายขึ้น
 ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Put DW ณ วันครบกำหนดอายุ
ผลตอบแทนของ Put DW = (ราคาใช้สิทธิ– ราคาหุ้นอ้างอิง) / อัตราใช้สิทธิ
ดังนั้น นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงลดลง



  DW เหมือนหรือแตกต่างจากวอร์แรนต์ทั่วไปอย่างไร?

เมื่อเปรียบเทียบ DW กับวอร์แรนต์ทั่วไป จะเห็นความเหมือนและความแตกต่างดังนี้

  DW Warrant
เหมือน
  • สถานะเป็นหลักทรัพย์
  • ซื้อขายในกระดานหลักทรัพย์
  • ความเสี่ยงขึ้นกับเครดิตผู้ออก DW
  • ค่าคอมมิชชั่น เหมือนกับการซื้อขายหลักทรัพย์
  • สถานะเป็นหลักทรัพย์
  • ซื้อขายในกระดานหลักทรัพย์
  • ความเสี่ยงขึ้นกับเครดิตผู้ออก DW
  • ค่าคอมมิชชั่น เหมือนกับการซื้อขายหลักทรัพย์
แตกต่าง
  • อายุตั้งแต่ 2 เดือน – 2 ปี
  • หุ้นอ้างอิงเป็นหุ้นใน SET50
  • ผู้ออกเป็นธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน ก.ล.ต. และไม่ใช่ผู้ออกหุ้นอ้างอิง
  • มีผู้ดูแลสภาพคล่องอย่างน้อย 1 ราย
  • ไม่ต้องมีหุ้นเพิ่มทุนมารองรับการใช้สิทธิ ดังนั้น ไม่เกิด dilution effect ต่อหุ้นอ้างอิง
  • อายุน้อยกว่า 10 ปี
  • หุ้นอ้างอิงเป็นหุ้นของบริษัทนั้นๆ
  • ผู้ออกเป็นบริษัทผู้ออกหุ้นอ้างอิง
  • ไม่กำหนดให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง
  • มีการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรองรับการใช้สิทธิ ดังนั้นจะมี dilution effect ต่อหุ้นอ้างอิง



 ผู้ออก DW เป็นใคร?


ผู้ออก DW เป็นธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีคุณสมบัติดังนี้
    -  เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตราสารอนุพันธ์นอกตลาด (OTC License)
    -  มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท และมีอัตราเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิต่อหนี้สินทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 7
    -  มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ยอมรับได้ ( ตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป)
    -  ไม่เป็นบุคคลภายในของบริษัทที่ออกหุ้นอ้างอิง
    -  ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้จากการใช้สิทธิ DW
    -  ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุม ไม่อยู่ในรายชื่อควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต.

ดังนั้น นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่า DW ที่ออกมาสู่ตลาดทุนนั้น ผ่านการคัดกรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. มาแล้วระดับหนึ่ง ทั้งนี้ DW ที่อ้างอิงหุ้นตัวเดียวกัน มีเงื่อนไขอื่นๆเหมือนกัน นักลงทุนจึงต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ออกเป็นอีกปัจจัยหนึ่งด้วย



 ผลตอบแทนจากการลงทุนใน DW เป็นอย่างไร?


ผลตอบแทนจากการลงทุนใน DW มี 2 แบบคือ

1.กำไร-ขาดทุนจากการซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ ฯ
กำไร-ขาดทุนจากการซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเหมือนกับกำไร-ขาดทุนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ทั่วไป และได้รับการยกเว้นภาษีบนกำไรที่ได้จากการซื้อขาย (Free tax on capital gain) ทั้งนี้ หากนักลงทุนขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันซื้อขายวันสุดท้าย นักลงทุนจะขายได้ที่ราคาต่ำสุดเท่ากับมูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) ของ DW นั้นๆ

2.กำไร-ขาดทุนจากการใช้สิทธิ
ในกรณีที่ DW อยู่ในสถานะ In the Money นักลงทุนจะมีกำไรจากการใช้สิทธิ ทั้งนี้ นักลงทุนมีภาระภาษีจากส่วนต่างเงินสดที่ได้รับจากการใช้สิทธิด้วย
ในทางกลับกัน นักลงทุนจะมีการจำกัดขาดทุนอยู่ที่ต้นทุนของ DW นั่นหมายความว่า ถ้านักลงทุนถือ DW ไว้จนถึงวันครบกำหนดอายุ โดยไม่ใช้สิทธิ มูลค่าของ DW ที่ถืออยู่จะกลายเป็นศูนย์ และถูกเพิกถอนออกจากกระดานหลักทรัพย์ในวันทำการถัดจากวันครบกำหนดอายุ



 DW ซื้อขายยังไง?


การซื้อขาย DW ทำได้ 2 วิธี ได้แก่

1.ซื้อในตลาดแรก คือการซื้อ DW ในช่วงเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป หรือ IPO การซื้อด้วยวิธีนี้ จะคล้ายกับการจองซื้อหน่วยลงทุน คือนักลงทุนจ่ายเงินเข้ามาเป็นเงินก้อนก่อนการคำนวณจำนวนหน่วยที่จะได้รับ
ข้อดี
    - ในกรณีที่จำนวนผู้จองซื้อน้อยกว่าจำนวนที่เสนอขาย นักลงทุนจะได้รับ DW เต็มจำนวนที่จองซื้อนั้น
    - ไม่เสียค่าคอมมิชชั่น
ข้อเสีย
    - ราคาของ DW อาจสูงขึ้นหากราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนวันกำหนดราคา DW
    - ความเสี่ยงด้านราคาหุ้นอ้างอิงที่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่ DW ยังไม่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

2. ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ คือ การซื้อขาย DW ในกระดานหลักทรัพย์ ซึ่ง DW จะถูกจัดไว้ในหมวดใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
ข้อดี
    - สามารถกำหนดราคาที่ต้องการซื้อได้ทันที
    - ซื้อขายเหมือนหลักทรัพย์ทั่วไปซึ่งนักลงทุนมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว
ข้อเสีย
    - เสียค่าคอมมิชชั่นในอัตราที่โบรกเกอร์กำหนด



 DW มีประโยชน์ยังไงบ้าง?


1. เป็นสินค้าที่ให้ Leverage แก่นักลงทุน คือ ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นอ้างอิง แต่ให้ผล (Exposure) เสมือนกับการลงทุนในหุ้นอ้างอิง
ตัวอย่างเช่น เปรียบเทียบจำนวนเงินลงทุนของหุ้น ABC และ ABC08CA เมื่อกำหนดให้ ABC ราคาหุ้นละ 100 บาท และ ABC08CA ราคาหน่วยละ 1 บาท และมีอัตราใช้สิทธิ 10 DW ต่อ 1 หุ้นอ้างอิง

หลักทรัพย์ ราคาต่อหน่วย (บาท) จำนวน (หุ้น/หน่วย) รวมจำนวนเงินลงทุน (บาท)
ABC 100 100 10,000
ABC08CA 1 10 x 100 = 1,000 1,000
Average 10 เท่า

2. DW ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในหุ้นอ้างอิง
 ตัวอย่างเช่น กำหนดให้ ABC ราคาหุ้นละ 100 บาท และ ABC08CA ราคาหน่วยละ 1 บาท ราคาใช้สิทธิ 100 บาท และมีอัตราใช้สิทธิ 10 DW ต่อ 1 หุ้นอ้างอิง

ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุนในหุ้น ABC และ ABC08CA ณ วันครบกำหนดอายุ
ABC ABC08CA
ราคา ABC ผลตอบแทน กำไร/ขาดทุน ราคา ABC ผลตอบแทน กำไร/ขาดทุน
140 40 40% 140 40 – 10 = 30 300%
130 30 30% 130 30 – 10 = 20 200%
120 20 20% 120 20 – 10 = 10 100%
110 10 10% 110 10 – 10 = 0 0
100 0 0 100 0 – 10 = -10 -100%
90 -10 -10% 90 -10 -100%
80 -20 -20% 80 -10 -100%

3. เพิ่มทางเลือกในการลงทุน
DW เป็นตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการลงทุน เนื่องจาก DW ส่วนใหญ่มักมีราคาไม่สูง ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ทั้งยังซื้อง่าย ขายคล่อง เหมือนหลักทรัพย์ทั่วไป รวมทั้งยังใช้เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มผลตอบแทนโดยการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ด้วย เช่น นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นอ้างอิงอยู่แล้ว ต้องการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน สามารถกระจายการลงทุน โดยการแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ล่วนแรกลงทุนในหุ้นอ้างอิงเช่นเดิม แต่ส่วนที่สอง ลงทุนใน DW ของหุ้นอ้างอิงนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มอัตราผลตอบแทนในระยะสั้นๆ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘