จิตวิทยากับการลงทุน (1)

ในทางปฏิบัติหุ้นก็เป็นสินค้าที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันเช่นเดียวกับ สินค้าปกติ โดยนักลงทุนเป็นผู้กำหนดราคาของหุ้นตามอุปสงค์และอุปทานของนักลงทุนในแต่ละ ช่วงเวลาด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยเชิงเทคนิค การวิเคราะห์เชิงปริมาณ สภาพคล่อง หรือกระทั่งข่าวลือ
      
ด้วย เหตุนี้ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจึงมีส่วนถูกผลักดันด้วยจิตวิทยามวลชนของ นักลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเชิงวิชาการมีการศึกษาผลกระทบของปัจจัยด้านจิตวิทยามวลชนที่มีต่อราคาของ หลักทรัพย์ที่รู้จักกันในชื่อ Behavioral Finance ซึ่งเป็นที่แพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา
       
Behavioral Finance เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำเอาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางสังคม อารมณ์ และความรู้สึกของมนุษย์ มาอธิบายการตัดสินใจของนักลงทุนในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงผลกระทบของการตัดสินใจดังกล่าวที่มีต่อราคาสินทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลา
      
การ ศึกษาด้าน Behavioral Finance ได้แสดงให้เห็นข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องกับสมมุติฐานประสิทธิภาพของตลาดทุน (Efficient market hypothesis) พร้อมทั้งอธิบายถึงสาเหตุด้านจิตวิทยาที่ทำให้ตลาดทุนไร้ประสิทธิภาพ เช่น พฤติกรรมตอบสนองมากเกินไปหรือน้อยเกินไป (Over-react and Under-react) พฤติกรรมแห่ตามกัน (Herding effect) และพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่อ้างอิงปัจจัยพื้นฐาน (Noise trading) เป็นต้น
      
ดัง นั้นการศึกษา Behavioral Finance จะทำให้นักลงทุนเข้าใจถึงพฤติกรรมการลงทุนที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยปรับปรุงและพัฒนาวิธีการลงทุนของนักลงทุนให้ดียิ่งขึ้นได้ เนื่องด้วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Behavioral Finance ทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพมีอยู่มากมาย
      
ประกอบกับหัวข้อที่ทำการศึกษาก็มี อยู่อย่างกว้างขวาง เพื่อให้กระชับและง่ายต่อการเข้าใจผู้เขียนจึงขอยกเอาหัวข้อพฤติกรรมที่น่า สนใจและพบได้บ่อยในกลุ่มนักลงทุนมาอธิบายแต่พอสังเขป
Overconfidence บางครั้งนักลงทุนก็มีความเชื่อมั่นสูงเกินไป โดยมองโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงกว่าความเป็นจริง
      
สาเหตุ อาจเกิดจากความสำเร็จของนักลงทุนในอดีตที่ผ่านมา หรือสภาพแวดล้อมของการลงทุนในขณะนั้น โดยส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปของความเชื่อมั่นว่าตนสามารถหาข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และความรวดเร็วกว่านักลงทุนทั่วไป หรือสามารถตีความและนำข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่านักลงทุนทั่วไป ความเชื่อมั่นที่มากเกินไปนี้จะส่งผลประทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนใน หลายประการดังต่อไปนี้
      
1)  ประเมินความเสี่ยงของความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ต่ำจนเกินไป  ทำให้พอร์ตการลงทุนมักมีความเสี่ยงมากกว่าที่นักลงทุนยอมรับได้ และผลลัพธ์จากการลงทุนก็มักจะอยู่นอกเหนือจากที่คาดการณ์
      
2)  ประเมินความเสี่ยงไม่รอบด้าน  ทำให้ระบุปัจจัยเสี่ยงที่กระทบกับการลงทุนไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาความเสี่ยงของตราสารที่มีความซับซ้อน เช่น ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) หรือหุ้นกู้อนุพันธ์ (Structured notes) เป็นต้น
3)  เชื่อมั่นในการวิเคราะห์ พยากรณ์มากเกินไป  ทำให้นักลงทุนขาดการติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ และปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อเหตุการณ์ แม้ว่าความเป็นจริงที่ปรากฏจะผิดไปจากที่พยากรณ์อย่างมีนัยสำคัญก็ตาม ความเชื่อมั่นดังกล่าวทำให้พอร์ตการลงทุนเป็นการลงทุนที่กระจุกตัว และมีการกระจายความเสี่ยงน้อยกว่าที่ควร
      
4) เชื่อว่าตนสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ และสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้นักลงทุนมักมีพฤติกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ถี่เกินความจำเป็น
      
พฤติกรรม ดังกล่าวข้างต้นจะส่งผลให้การลงทุนขาดประสิทธิภาพ และมีความเสี่ยงมากกว่าที่ควร นักลงทุนจึงพึงระมัดระวัง และสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่ามีเชื่อมั่นมากเกินไปหรือไม่ โดยอาจสังเกตได้จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้
1) หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนน้อยลง การตัดสินใจส่วนใหญ่มักอ้างอิงจากประสบการณ์
      
2) รับฟังความเห็นที่แตกต่างน้อยลง ให้ความสำคัญกับความเห็นของตนมากกว่าผู้อื่นเสมอ
      
3) หาข้ออ้างให้กับการตัดสินใจลงทุนหรือการพยากรณ์ที่ผิดพลาดมากกว่าการหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดพลาด
      
4) ลงทุนในตราสารที่มีความผันผวนสูงขึ้น และลงทุนเกินตัวมากขึ้น (Leveraged)
      
5) พอร์ตการลงทุนกระจุกตัว และมีพฤติกรรมการซื้อขายบ่อยครั้ง
      
แม้ ว่าความเชื่อมั่นมากเกินไปเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนที่มีประสบการณ์ยาวนาน หรือนักลงทุนที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นที่มากเกินไปอาจทำลายความสำเร็จ ที่เคยได้รับให้หมดไปได้อย่างรวดเร็ว การตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาทจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนพึงกระทำ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕