101 ปฏิบัติการพลิกชีวิต ตอนที่ 46 "นักวางแผนทางการเงิน"

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ภายใต้สภาวะการณ์ปัจจุบัน ที่ตลาดเงิน-ตลาดทุน มีความผันผวนจนน่าเวียนหัว ถึงแม้จะมีการทำการบ้านอย่างหนัก ในการติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน แต่การบริหารเงินๆทองๆของเราให้ทำงานแทนเราได้อย่างเต็มที่ก็ไม่ใช่เรื่อง ง่ายๆ
 
     ถึงแม้จะมีบริการของ “กองทุนส่วนบุคคล” เพื่อช่วยทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาเรื่องเงินๆทองๆ และบริหารเม็ดเงินของเรา แต่ “ตัวช่วย”ประเภทนี้ก็จำเป็นต้องใช้ต้นทุนทางการเงินสูง ทำให้หลายคนอาจจะยังไม่อยู่ในสถานภาพ หรือ มีฐานะทางการเงินที่ มั่งคั่ง” เพียงพอที่จะไปเลือกใช้บริการที่แสนแพง 
          
     ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือ นักวางแผนทางการเงิน ก็ไม่ต่างอะไรกับ “โค้ชส่วนตัว”ที่จะคอยให้คำแนะนำที่เหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองให้กับคุณ  
           
     ลองเปรียบเทียบเรื่องนี้ดูกับ เรื่องใกล้ๆตัวหลายอย่างดูด็ได้ หากคุณต้องลงมือทำอะไรสักอย่างที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชี ภาษี กฏหมาย หรือแม้แต่ เรื่องสุขภาพ คุณก็ต้องใช้บริการของที่ปรึกษาในด้านนั้นๆ เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และตรงกับเป้าหมายที่คุณวางไว้ 
          
     สำหรับคนที่ชอบไปออกกำลังกายตาม “ฟิตเนส” หากต้องการที่จะดูดีและรักษารูปร่างให้สวยงาม ส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจาก ครูฝึกส่วนตัว (Personal Trainer) เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้อง และยังจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นที่ดีที่จะบังคับและกดดันให้เราก้าวเดินต่อไปไม่ ล้มเลิกกลางคัน ในยามที่เรารู้สึกขี้เกียจ
          
     เพราะอย่างนี้ การเลือกใช้บริการของนักวางแผนการเงิน ไม่ว่าคุณจะมีเวลาที่จะค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวคุณเอง หรือขยันขนาดไหน แต่การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ นักวางแผนการเงินจะทำให้คุณได้รับความสะดวกและให้ความช่วยเหลือได้อย่างมาก
          
     แต่คุณก็ไม่ควรจะรีบออกไปจ้างใครก็ได้ให้เป็นผู้วางแผนการเงินของคุณ การเลือกนักวางแผนการเงินก็เหมือนกับการเลือกครูฝึกส่วนตัวหรือสถาปนิก นี่เป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งหมดเป็นความต้องการของคุณ ดังนั้นคุณจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ และทราบถึงความต้องการของคุณก่อนที่จะเริ่มการว่าจ้าง
       
     ความรู้สึกประทับใจครั้งแรก (First impression) เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยสิ่งที่คุณควรรู้เป็นลำดับแรกก็คือ ระดับการทำงานหรือความสามารถ ซึ่งจะดูได้จากตัวอักษรที่ปรากฏหลังชื่อบนนามบัตรของเขา แต่ปัจจุบันมีประกาศนียบัตรหลายรูปแบบเหลือเกิน ซึ่งแต่ละแบบจะมีความสำคัญและน้ำหนักที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นคุณควรจะศึกษาให้ดีถึงความหมายของอักษรย่อต่างๆ
       
     คุณไม่ใช่คนเดียวที่อาจจะไม่สามารถที่จะบอกข้อแตกต่างระหว่าง CFP, CFA, ChFC หรือประกาศนียบัตรประเภทอื่นๆ อย่าง FP หรือ IP
       
     แต่เครดิตสำหรับคนที่จะทำหน้าที่นักวางแผนทางการเงินมืออาชีพจริงๆนั้น คือ Certified Financial Planner (CFP) ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยผ่านการจัดตั้งของ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (Thai Financial Planners Association, TFPA) โดยลูกค้าของ CFP สามารถตรวจสอบได้ว่านักวางแผนการเงินของตนได้รับการรับรองจากสมาคมฯหรือไม่
       
     คนที่จะได้เครดิตเป็น CFP ได้จะต้องแสดงความสามารถเกี่ยวกับการวางแผนการเงินในทุกรูปแบบ โดยผู้สมัครจะต้องผ่านการอบรมกว่า 100 หัวข้อ สามารถวิเคราะห์สุขภาพการเงิน พอร์ตการลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น พันธบัตร ภาษี ประกันภัย ไปจนถึงการช่วยในการวางแผนการเกษียณ และการวางแผนมรดก รวมทั้งต้องยอมรับที่จะปฏิบัติตามกฎจรรยาบรรณและวิชาชีพและมาตรฐานของการวาง แผนการเงินของคณะกรรมการ CFP
       
     เครดิตของ CFP ที่พิมพ์อยู่บนนามบัตร อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่คุณใช้ในการคัดเลือกนักวางแผนการเงิน แต่นักวางแผนการเงินที่มีประสบการณ์สูงและมีผลปฏิบัติงานที่ดี ก็มักจะได้รับค่าจ้างที่สูงกว่านักวางแผนการลงทุนที่เพิ่งจบการศึกษาและมี ประสบการณ์น้อย แต่อีกนั่นแหละคนที่มีประสบการณ์มากก็ใช่ว่าจะเป็นคนเก่งหรือเหมาะสมกับเรา เสมอไป
       
     ในการเปรียบเทียบนักวางแผนการเงินคุณควรจะมั่นใจว่า เขาเข้าใจเป้าหมายที่ตั้งไว้ของคุณหรือไม่ และเขาได้อธิบายแนวทางการลงทุนที่จะนำไปสูงเป้าหมายดังกล่าวอย่างละเอียด หรือไม่
       
     ความเป็นอิสระถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่สถาบันการเงินส่วนมากจะไม่ชอบให้ลูกค้าไปลงทุนใน สินค้านอกเหนือจากสินค้าของสถาบันตนเองสังกัด ทำให้ นักวางแผนการเงินมักจะไม่เสนอและไม่แนะนำสินค้าของอีกสถาบันให้คุณพิจารณา 
       
     บางคนอาจจะมาในฐานะคนขายประกันภัย บางคนอาจเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ซึ่งสามารถหารายได้เพิ่มจาก commission ในการขายสินค้าอื่นๆ
       
     เพราะอย่างนั้น นักวางแผนการเงินที่ดีของคุณควรจะมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยดูแลผลประโยชน์ของ คุณเป็นลำดับแรก และจะต้องไม่หมกมุ่นกับการต้องหากำไรให้กับกองทุนรวมรายใหญ่หรือบริษัท ประกันภัยที่เป็นบริษัทนายจ้างของตนเอง
       
     นักวางแผนการเงินที่ดีจะต้องปกป้องผลประโยชน์ของคุณโดยการเสนอ แผนการลงทุนที่ครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่ การเกษียณ การศึกษาบุตรธิดา ภาษี ประกันภัย และการวางแผนมรดก และนักวางแผนการเงินจะต้องแจ้งค่าจ้างให้ทราบอย่างชัดเจน 
       
     ตามปกตินักวางแผนการเงินจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 30,000 – 50,000 บาท สำหรับแผนการลงทุนรวม ซึ่งขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแผนดังกล่าว
        
     เมื่อจัดทำแผนการลงทุนเสร็จแล้ว คุณสามารถดำเนินการตามแผนดังกล่าว โดยผ่านโบรคเกอร์หุ้น พนักงานขายกองทุน หรือประกันภัย แต่หากนักวางแผนการเงินของคุณต้องการทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ก็จะต้องแสดงให้คุณทราบถึงผลตอบแทนที่เขาจะได้รับจากเจ้าของสินค้า(Products Providers)
การเลือกนักวางแผนการเงินที่เหมาะสมที่สุดจึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจใน ความต้องการและเป้าหมายของคุณซึ่งปัจจุบันหากสนใจจะใช้บริการของนักวางแผน ทางการเงิน อาจเริ่มต้นจากการสอบถามไปที่สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

     ปัจจุบันนักวางแผนทางการเงินที่ผ่านการอบรมและสอบจนได้ประกาศนียบัตร CFP ยังมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่จะมีสังกัดคือทำงานอยู่ในสถาบันการเงินขนาดใหญ่ แต่ก็เริ่มมีหลายคนที่มองเห็นโอกาส และเดินมาอยู่ฝั่งของผู้ลงทุนอย่างเต็มตัวมากขึ้น

     ถึงแม้อาชีพของนักวางแผนทางการเงินยังอาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่แนวโน้มการให้บริการประเภทนี้ก็น่าจะขยายตัวมากขึ้นและอาจจะเป็นทางเลือก หนึ่งสำหรับบางคนที่ต้องการหามืออาชีพมาเป็นตัวช่วยในการช่วยให้เงินทำงาน แทนเรา

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕