101 ปฏิบัติการพลิกชีวิต (ตอนที่ 16 15%-จุดห้ามใจ)

มหัศจรรย์กำลังเกิดขึ้นกับชีวิตคุณหรือยังครับ ปฏิบัติการพลิกชีวิตเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องเงินๆทองๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับความพยายามในการทำให้รูปร่างของคุณกลับมาสมส่วน สมวัยใหม่อีกครั้ง หลังจากที่คุณปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนกลายเป็น “ลุงพง” หรือ “ป้าฉุ”มานานแสนนาน

     มาถึงตอนนี้ หากคุณลองกลับไปส่องกระจกใหม่อีกสักครั้ง หวังว่าคุณจะพบว่าร่างกายของคุณเริ่มดูกระชับสมวัยมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการ “ทุ่มเท”ในการเริ่มออกกำลังกายเพื่อรีดไขมัน ส่วนเกินในร่างกายของคุณออก ซึ่งไม่ต่างอะไรกับวิธีการที่ผมแนะนำในการล้างหนี้สินที่หลายคนแบกภาระอยู่ จนหลังแอ่นด้วยกลยุทธ์ ลูกบอลหิมะ (Snow ball)

     ถึงแม้มันจะแสนยากลำบากใน ช่วงสองสามสัปดาห์แรกของการเริ่มออกกำลังกาย แต่เมื่อคุณพบว่าน้ำหนักตัวเริ่มลดลง กำลังใจในการเดินหน้าต่อไปของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้น ไม่ต่างอะไรกับความพยายามในการล้างหนี้ที่มันอาจจะเจ็บปวดจากการ “ตัดใจ”ขายสมบัติบ้าบางชิ้นออกไปเพื่อนำไปเคลียร์หนี้สิน
 
     ในเวลาเดียวกัน ผลจากการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ก็ไม่ต่างอะไรกับการลด-ละ-เลิก การเสพติดค่านิยมผิดๆ ในการบริโภคไอ้เจ้า “อาหารขยะ” (Junk food) ที่เป็นตัวเพิ่มน้ำหนักตัวของคุณ 

     เมื่อตอนที่ผมเผชิญวิบากกรรม ผมตั้งเป้าหมายแรกที่จะล้างหนี้เสียทั้งหมดที่มีให้ได้ภายใน 1-2 ปี จากนั้นผมก็เริ่มสร้าง “เกราะป้องกัน” ด้วยการเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน “ล็อค” เอาไว้ในบัญชีออมทรัพย์จำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างความอุ่นใจว่า ผมกลับมามี “สุขภาพทางการเงิน” ที่ดีขึ้นและยังมั่นใจว่า ชีวิตผมจะไม่กลับไปเผชิญกับหายนะเหมือนในอดีต

     ไม่ต่างอะไรกับ “สุขภาพกาย” ในช่วงเวลาเดียวกัน ผมพยายามที่จะ“ฟื้นฟู” สุขภาพกายของตัวเอง กลับมาออกกำลังกายใหม่อีกครั้ง โดยการเล่นฟุตบอลที่เป็นกีฬาที่ผมรัก

     ในช่วงแรกผมสามารถลงไปวิ่งซ้อมในสนามได้ไม่เกิน 5-10 นาที พร้อมกับพกอาการอ่อนล้า ขัดยอกและ“ระบม” ไปทั้งตัวกลับบ้าน แต่เพราะความรัก และมุ่งมั่น ที่จะเล่นฟุตบอล

     เชื่อหรือไม่! เดี๋ยวนี้ทุกๆสัปดาห์ผมยังสามารถกลับไปวิ่งโลดแล่นอยู่ในสนามหญ้าสีเขียวเล่นฟุตบอลกับเพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้องได้ตลอดเกมอย่างสบาย
          
     เพราะเหตุนี้ สิ่งที่ผมกังวลแทนหลายๆคนที่เริ่มต้นปฏิบัติการเพื่อพลิกชีวิตก็คือ ในเวลาไม่กี่เดือน ไอ้เจ้าเสียงเล็กๆที่คอยมากระซิบข้างหูมันจะกลับมาชิงตัวคุณกลับไปใช้ชีวิต แบบเดิมใหม่อีกครั้ง เพราะ”อดทน” และ “ทนอด” ไม่ไหว
          
     ซ้ำร้ายบางคนกลับไปคิดหาเส้นทางลัดเข้าสู่ความร่ำรวย โดยนำเงินที่ได้จากแผนตัดค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ผมแนะนำไป “เสี่ยง” ลงทุนในหุ้น หรือ หวย แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยความล้มเหลว 
          
     แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย สิ่งที่ควรรีบเดินหน้าต่อไปก็คือ การไปยืนหน้ากระจกใหม่อีกครั้ง และเริ่มประกาศกับตัวเองว่า จากนี้ไปคุณจะต้องมีร่างกายที่ “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” จนทำให้ใครต่อใครอิจฉา
          
     ใช่ครับ เรากำลังจะเริ่มออกวิ่งต่อไป โดยมีเป้าหมายระยะสั้น คือการเริ่มสร้างความมั่งคั่งสุทธิให้กับตัวคุณเอง ให้ใกล้เคียงหรือสูงกว่า มาตรฐานขั้นต่ำ (Worse case) ของแต่ละคน
          
     สิ่งที่คุณต้องลงมือทำก็คือ การทำบัญชีรับจ่ายรายเดือนขึ้นมาใหม่ เพื่อดูว่า หลังจากคุณตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดภาระการจ่ายหนี้เพื่อบริโภค ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมที่แย่ๆจากการใช้เงินในอดีตของคุณ คุณยังคงเหลือภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเป็นเงินสักเท่าไร
          
     ความลับในเรื่องนี้ ก็คือ หากพิจารณาจากมาตรฐานค่าครองชีพในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่จะมีเงินเหลือเมื่อหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆแล้ว ประมาณ 15% ของรายรับในปัจจุบัน (บัญชีรายรับ-รายจ่าย)      

     ค่าใช้จ่ายหลักหนีไม่พ้น หมวดอาหาร (30%) หมวดที่อยู่อาศัย (20%) หมวดเดินทาง (20%) หมวดสาธารณูปโภคต่างๆ (10%) ภาษีสังคม สันทนาการ และอื่นๆ (5%)  
          
     ยกตัวอย่าง สำหรับชนชั้นกลางที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 5 หมื่นบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนแล้วดีที่สุดก็คงเหลือเงินไม่เกิน เดือนละ 7,500 บาท
          
     ไอ้เจ้าเม็ดเงินที่เหลืออยู่เดือนละ 7,500 บาท หรือประมาณ 15% ของรายรับนี่แหละ ที่มักจะเป็นปัญหาสำหรับชนชั้นกลางในปัจจุบัน เพราะมักจะถูก “ตีค่า” ในใจไปตามอารมณ์ของความต้องการเดี๋ยวนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งในยุค “รูดปรื๊ดๆ” ในปัจจุบัน
          
     เงินจำนวนนี้อาจถูกแปรสภาพ ไปเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่  Note book สุดเท่ห์ เสื้อผ้า หรือ กระเป๋า “แบรนด์เนม” คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด เพราะ “อารมณ์ด้านลบ”ที่มาจาก ไอ้เจ้าเสียงเล็กๆที่มากระซิบที่ข้างหูคุณ
          
     บทสรุปของคนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถสลัดให้หลุดจากกับดักแห่งหนี้สิน ที่มาจากการบริโภคที่ไม่สิ้นสุดก็เพราะ ตัวเลข 15% ที่เป็นจุดเกินห้ามใจ
          
     เพราะอย่างนี้ หากคุณไม่ต้องการเป็นคนธรรมดาเหมือนคนอื่น เม็ดเงินที่เหลือ 15% นี่แหละ คือ กุญแจสำคัญที่สุดที่คุณจะใช้ในการไขประตูที่จะนำไปสู่เป้าหมายของการมีเงินใช้ไปตลอดชีวิต (ตารางประกอบ)



     คำแนะนำก็คือ นำเงินที่เหลือ 15% ก้อนนี้ไปลงทุนอย่างมีวินัยในกองทุนเพื่อวัยเกษียณของคุณทุกๆเดือน ถ้าคุณเริ่มปฏิบัติแบบนี้ได้ ผมกล้ารับประกันว่า “คุณกำลังจะเป็นผู้ชนะ!” ชีวิตคุณกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

     ตอนนี้ก็เหลือแค่คำถามว่า จะเอาไอ้เจ้าเม็ดเงิน 15% ที่เหลือในแต่ละเดือนไปวางไว้ตรงไหนที่จะเกิดประโยชน์มากที่สุด!

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕