DSM concept ตอนที่ 36

............
อย่าง วอเรนต์ บุฟเฟต ก็ลงทุนง่าย ๆ ซื้อหุ้นดี ๆ ในราคาที่คนไม่สนใจ แล้วเก็บไว้ขายตอนคนสนใจ
...........
สิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าหนังสือชุดนี้อยากจะสื่อให้รู้ถึงวิธีการลงทุนก็คือ คุณวางแผนการลงทุนแล้วหรือยัง
............
อย่างเช่น ตลาดหุ้น มีขึ้นมีลง คุณวางแผนตอนหุ้นขึ้นอย่างไร และวางแผนตอนหุ้นลงอย่างไร และทำให้แผนทั้งสองประสานกันได้อย่างไร ...... นี่แหละครับ คือ การลงทุน
..........
โดยส่วนตัวผม ผมคิดว่า การเล่นหุ้นวิธีใด ไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ระบบบัญชีที่คอยบังคับการลงทุนให้เป็นไปตามแผน
.............
ดังที่คุณ ซีเค กล่าวครับว่า สิ่งสำคัญคือ การบริหารเงินสด แต่ผมขอกล่าวรวบยอดเป็น ระบบบัญชี
..........
ระบบบัญชี จะบอกถึง เงินสด ... สต็อก ( หุ้น ) .... กระแสเงินสด ..... กระแสเงินสดแฝง ..... จำนวนเงินที่ต้องเพิ่มทุน ..... อัตราการโตของพอร์ต ..... การชี้ถึงจุดที่จะเพิ่มหุ้นเพิ่มทุน และ อื่น ๆ อีกมากมาย
.........
และที่ผมชอบมากคือ ที่หนังสือบอกว่า การลงทุนควรจะเป็นแบบง่าย ๆ และ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ
..........
เราแค่เหนื่อยในการคิดแผน เมื่อได้แผนแล้ว ก็แค่ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด ถึงจุดซื้อต้องซื้อ ถึงจุดขายต้องขาย
............
ผมก็เล่าไม่ค่อยถูกน่ะครับ แต่ถ้ามีคำถามให้ผมลองตอบ ผมว่าน่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ
..........
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 23 ก.ค. 47 17:01:36 ] 

 ความคิดเห็นที่ 13 
"และที่ผมชอบมากคือ ที่หนังสือบอกว่า การลงทุนควรจะเป็นแบบง่าย ๆ และ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ"
ขอให้ยกตัวอย่างในภาคปฎิบัติสักนิดซิคะ ยกหุ้นขึ้นมาสักตัว เช่น bec ดีมั้ยคะ เพราะซ้อมีกว่าครึ่งพอร์ตตอนนี้ที่ 23- ตอนนี้ราคา 17 บาท มองว่า ยังมีอนาคต แต่ราคาก็หล่นมากจนชักเขวน่ะคะ
จากคุณ : อาซ้อสี่ค่ะ - [ 23 ก.ค. 47 20:57:49 A:202.133.160.112 X: ] 

 ความคิดเห็นที่ 14  
แผนการลงทุนใน bec ตอน 23 คืออะไรครับ
กลยุทธ์การออกคือตรงใหน
จากคุณ : นกเพนกวินอ้วน  - [ 23 ก.ค. 47 23:31:37 ] 

ความคิดเห็นที่ 15  
ที่ว่า ... การลงทุนควรจะเป็นแบบง่าย ๆ ... หมายความว่า สามารถทำได้ง่าย ตรวจสอบผลงานได้ง่าย และ อยู่ในลักษณะที่ใครรู้ใครก็ทำได้ ( แต่พวกเราไม่รู้ หรือ รู้แต่ไม่ทำเพราะมันง่ายจนเกินไป จึงต้องขวนขวายหาวิธีที่มันยากเข้าไว้ )
ผมบอกวิธีนี้ให้ญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า ทำไมมันง่ายขนาดนี้ และถามว่า แล้วทำไมคนอื่นถึงไม่ทำแบบง่าย ๆ นี้ ...... จนบัดนี้ ญาติท่านนี้ ยังทำสิ่งที่ผมบอกให้ไม่ได้เลยครับ แล้วก็ขาดทุนมาตลอด ( ท่านบอกเองว่าง่าย แต่ยิ่งง่าย ท่านยิ่งทำไม่ได้ เพราะมันง่ายเกินไป )
............
ส่วน .... การลงทุนควรจะเป็นไปแบบอัตโนมัติ ....
คือ ไม่ต้องใช้ความคิดเลย มันจะเป็นไปตามระบบ ตามแผน ตามสเตร็ปของมัน
ซึ่งการเล่นหุ้นของพวกเราทั่วไป มันไม่อัตโนมัติเพราะ ทุกคนใช้อารมณ์มาเป็นตัวซื้อขายหุ้น เห็นหุ้นขึ้นก็รีบวิ่งตามเพราะกลัวตกรถ เห็นหุ้นตกก็เททิ้งเพราะกลัวติดดอย อะไรทำนองเนี่ยะ
แต่ถ้าสร้างแผน สร้างระบบ มันจะทำหน้าที่แทนเรา ตัดสินใจแทนเราแทนการใช้อารมณ์

ลองยกตัวอย่างนะครับเช่น ระบบเฟรนไชน์ ทั้ง 7-11 ... KFC หรือเฟรนไชน์ที่มีมาตราฐาน ผู้ซื้อเฟรนไชน์ ต้องปฎิบัติตามสิ่งที่เค้าสอนเค้าวางอย่างเคร่งครัด เพราะเจ้าของเค้าถือว่า วิธีดังกล่าวทำให้เค้าประสบความสำเร็จ วิธีอื่นยังมีข้อด้อย จึงต้องบังคับสมาชิกให้ทำตามระบบ นี่แหละครับ ที่เรียกว่า เป็นไปแบบอัตโนมัติ
.............
พูดง่าย ๆ คือ แผนการลงทุน จะทำให้ทุกอย่างง่าย และ เป็นอัตโนมัติ ครับ
.............
สำหรับ BEC ผมพอจะทราบข้อมูลของพี่อาซ้อสี่มาบ้าง อย่าเข้าใจผิดว่าผมอวดเก่งนะครับ แต่การแก้ปัญหามันง่ายมากครับ แต่ผมไม่ได้โพสต์บอกเพราะมันเหมือนการนำสิ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอดมาเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ
และอีกอย่าง การแก้ปัญหานั้นมันขึ้นอยู่กับพี่อาซ้อสี่ด้วยครับว่า พี่เป็นผู้ลงทุนหรือพี่ต้องการกำไร
...........
ถ้าพี่ต้องการกำไร วิธีของผมก็ใช้ไม่ได้ เพราะมันต้องใช้เวลา ค่อยๆทำไป
แต่ถ้าพี่ต้องการลงทุน ต้องการรวย ต้องการอิสรภาพทางการเงิน พี่ก็ต้องอดทนทำ
ผมจึงบอกเสมอว่า วิธีของผมขึ้นอยู่กับ 2 สิ่ง คือ แนวคิดและใจ
..........
แต่ผมจะบอกสิ่งที่ผมคิดว่าอาซ้อสี่ไม่ควรทำ ( สำหรับ BEC และหุ้นอื่น ๆ )
ห้ามนำเงินมาซื้อเฉลี่ย ......
..........
การซื้อเฉลี่ย โดยการลงเงินเพิ่ม เป็นการทำผิดอย่างมหันต์เลยครับ เปรียบเหมือนสินค้าในสต็อก ที่ยังขายไม่ได้ ยังจมทุนอยู่ พี่อาซ้อสี่ก็ยังไปซื้อมาเพิ่มเข้าสต็อกอีก
............
ถ้าถามว่า ผมจะทำอย่างไรถ้าผมเป็นพี่ ผมบอกแบบคร่าว ๆ น่ะครับ ผมจะทำ ช็อทพอร์ตตัวเองเรื่อย ๆ โดยแบ่งเป็น 10 ส่วน ขายช็อทครั้งละ 10 เปอร์เซนต์ ยิ่งลงยิ่งขาย ถ้าขายแล้วไม่ลงต้องหยุดขาย อันไหนซื้อกลับคืนได้ ( หักค่าคอม ๆ ด้วยน่ะครับ ) ก็ซื้อกลับคืน

วิธีนี้ จะเป็นการซื้อเฉลี่ยโดยอาศัยเงินจากตัวมันเอง ( แต่สิ่งที่พี่อาซ้อสี่ทำ เป็นการซื้อเฉลี่ยโดยการเพิ่มเงินลงทุน )
เงินจากตัวมันเอง นี่แหละครับที่เรียกว่า กระแสเงินสดแฝง
...........
ฝรั่งเค้าก็ทำอย่างนี้ทุกวัน จนกระแสเงินสดแฝงเค้าสะสมได้มากพอ เค้าก็จะเอาเงินส่วนนี้มาลากหุ้น ( กลายเป็นยอดซื้อสุทธิ โดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่มเลย )
............
สำหรับเรื่อง กลยุทธ์การออก
ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะตีความได้เหมือนเพื่อน ๆ หรือเปล่า แต่ผมจะเลิกเล่นหุ้นเมื่อ ผมสามารถทำกระแสเงินสดแฝงได้เฉลี่ยวันละ 10 ล้านบาทครับ ( อันนี้เป็นเป้าหมายที่ผมฝันไว้ว่าต้องทำให้ได้ครับ แต่คงต้องใช้เวลาอีกนาน )
..............
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 24 ก.ค. 47 09:31:10 ] 
  
 ความคิดเห็นที่ 16  
ลืมบอกไปครับ
สิ่งที่ผมทำคือ ผมเล่นวันที่เซตแดง
เพราะฉะนั้นวันไหนเซตเขียว ( หุ้นขึ้น ) ผมจะปล่อยให้มันเพิ่มมูลค่าของมันเองโดยไม่ไปรบกวนมัน ( อย่างที่เค้าบอกว่า ปล่อยให้กำไรวิ่งต่อ )
หรือถ้าเหงาจริง ๆ ผมก็จะซื้อขายเล่น ๆ แค่วันละประมาณ 1-2 เปอร์เซนต์ของพอร์ต
...........
เพราะผมทำชอร์ทพอร์ตตัวเอง จึงต้องทำเฉพาะวันที่หุ้นตก ส่วนวันหุ้นขึ้น พอร์ตของผมก็จะขึ้นตามไปด้วย
............
และที่ผมไม่ได้บอกวิธีแก้ไขให้ละเอียด เพราะสิ่งที่ผมทำ มันตรงกันข้ามกับความรู้สึกของเพื่อน ๆ ครับ เช่น ผมถือหุ้นเต็มพอร์ตตลอดเวลา ทั้งหุ้นขึ้นหุ้นลง ผมให้ความสำคัญกับปริมาณหุ้นในพอร์ตมากกว่าเงินในมือ เพราะผมถือว่า หุ้นทำเงินให้ผม แต่เงินไม่ได้ทำเงิน
............
ก็เลยไม่ค่อยกล้าโพสต์อะไรมากมาย เพราะว่าแนวทางจะคนละแบบกันครับ เลยเข้ามาอ่านซะเป็นส่วนใหญ่
..............
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 24 ก.ค. 47 09:52:39 ] 

ความคิดเห็นที่ 17 
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบ หนังสือ Rich dad มากเช่นกัน เคยนำในสิ่งที่ได้จากการอ่านมาลงทุนในที่ดิน สองวันต่อมาก็โอนได้กำไรจากมันสองแสนบาท
พอคุณเด่นศรีพูดเกี่ยวกับหุ้น(กระแสเงิน กระแสเงินสดแฝง ) ผมชักสนใจที่จะลองบางซื้งก่อนหน้านี้ก็ลังเลที่เปิดพอรต์ดีหรือไม่ดี เพราะเห็นคนเสียมากกว่าได้(พี่ๆในบอรด์พูดกัน) คาดว่ากลับเมืองไทยคราวนี้จะลองเปิดพร์อตเล็กๆแล้วบริหารดู อยากจะลองเทคนิคที่คุณเด่นศรีแนะนำ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
จากคุณ : เอก - [ 24 ก.ค. 47 12:21:21 A:133.44.64.139 X:133.44.1.220 ] 

ความคิดเห็นที่ 18  
ผมเคยลองคำนวณเล่น ๆ ดู ( จากโปรแกรมการซื้อขายหุ้นที่ผมลองทำขึ้น ) ผมสมมุติให้เป็นขาลง เริ่มจากราคาหุ้นที่ผมซื้อมา = 10 บาท แล้วผมใช้การช็อทพอร์ตตลอด เมื่อหุ้นตกลงมาเหลือ 0.01 บาท ( หรือ ศูนย์บาท ) เงินลงทุนผมจะยังคงเหลือประมาณ 60 เปอร์เซนต์เป็นอย่างต่ำครับ .... นี่เป็นสิ่งที่ผมงงมาก ผมลองหลายครั้ง ทดลองให้หุ้นตกจนหมดมูลค่า ตกลงมาเรื่อย ๆ ก็ยังเหลือเงินในพอร์ตครับ อย่างต่ำก็ 60 เปอร์เซนต์ นั่นคือ ผมสามารถอยู่ได้อย่างสบาย ขอเพียงลงทุนในหุ้นที่พื้นฐานดี ๆ เช่น PTT ... SCC .... BBL ... อะไรทำนองเนี่ยะครับ เพราะถ้าหุ้นเหล่านี้ มูลค่าเหลือ 0 หุ้นตัวอื่น ๆ คงแย่แล้วแหละครับ
..........
นี่เป็นเพียงสิ่งที่ได้จากเกมส์หุ้นของผมนะครับ
.........
นึก ๆ บางครั้งผมยังอยากส่งเกมส์หุ้นของผมให้ลองเล่นกันดู เพราะเพื่อน ๆ ที่เล่นเกมส์นี้ 1 วัน จะเหมือนซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นประมาณ 1 ปี ครับ เพราะผมย่นเวลาลงมาเพื่อศึกษาวิธีลงทุนแต่ละแบบ และเกมส์หุ้นที่ผมทำขึ้นเล่น ๆ สามารถกำหนดได้ว่า จะให้สภาพตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือ ขาลง เช่น ถ้าให้เกมส์เป็นช่วงตลาดขาลง แต่เพื่อน ๆ ยังสามารถทำกำไรได้ภายใน 1 ปี ก็สอบผ่านครับ เพราะรับรองว่า ตลาดจริง น่าจะง่ายกว่าเกมส์ที่ผมเล่นอยู่ครับ
..............
ผมอยากให้เพื่อน ๆ ที่เล่นหุ้น ลองเปลี่ยนความรู้สึกจากการทำกำไร มาเป็นหากระแสเงินสดแฝง เพื่อน ๆ จะไม่เครียด ( หรือเครียดว่า ทำไมวันนี้ได้เงินน้อยจัง อะไรทำนองเนี่ยะครับ )
...........
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี  - [ 24 ก.ค. 47 14:30:24 ] 

ความคิดเห็นที่ 19  
วิธีนี้ที่คนไม่นิยมเพราะมันช้ามั๊งคะ
คนมองเห็นกำไรไม่ชัดเจน
ตอนนี้ก็ลองทำวิธีเดียวกะคุณเด่นศรีนี่แหละค่ะ
บางวันก็นึกอยากเล่นเก็งกำไรบ้าง
แต่เมื่อเราจะใช้วิธีนี้แล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด แม้จะดูน่าเบื่อตอนเล่นหุ้นบ้าง
ตอนนี้ก็พยายามหาส่วนที่ผิดพลาดทุกวัน ว่าวันนี้เราพลาดไปตรงไหน
ทำไมสถานการณ์อย่างงี้ทำไม่ทำอยางงั้นอย่างงี้
ทุกวันคือการเรียนรู้ค่ะ
เอาไว้ให้ได้ผลที่ชัดเจนจะมาบอกผลให้คุณเด่นศรีทราบค่ะ ^^
จากคุณ : PITnap no.3  - [ 24 ก.ค. 47 20:39:13 ] 

ความคิดเห็นที่ 20  
วิธีนี้ มองเห็นกำไรไม่ชัดเจน และ เป็นกำไรที่ได้ทีละนิดหน่อย ซึ่งการเก็งกำไรจะเห็นกำไรเป็นก้อน
แต่วิธีนี้ ทำให้ได้กำไรทุกวัน ไม่ว่าตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลง เพราะมันทำเงินทั้งสองทาง
หากทำได้ถูกทาง กำไรจะได้อย่างต่ำปีละไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซนต์ต่อปี ( ถึงแม้ราคาหุ้นจะตกลงมา )
...........
การเก็งกำไร ถึงแม้ได้ก้อนใหญ่ แต่ครั้งต่อไปก็อาจจะทำไม่ได้ หรืออาจต้องขาดทุน นั่นคือ ไม่แน่นอน
...............

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕