ต้มเครื่องในวัว











เห็นต้มเครื่องในวัวมาหลายแห่ง
ยังไม่เคยเห็น ร้านค้าไหน ทำแบบนี้เลย
เห็นว่าเป็นอาหารที่มีวิธีรับประทาน
แปลกไปจากที่เห็นทั่ว ๆ ไป
เลยนำมาเสนอให้ชมกัน เพลิน ๆ

จำได้ว่าตอนเด็กๆ พอถึงวันอาทิตย์ทีไร
พ่อผมก็จะมีนัดเพื่อนบ้านตื่นกันแต่ 6 โมงเช้า
บอกว่าจะไปกินต้มเครื่องในวัว ร้านอยู่แถว ๆ คลองสาน
รู้สึกว่าจะติดอกติดใจ ชวนกันไปเป็นประจำ
พอไปกินกันบ่อยๆ เข้า พ่อผมก็เลยจำวิธีทำ
กลับมาทำกันเองที่บ้านซะเลย

ไม่รู้ว่าสูตรต้นตำหรับรสชาดจะอร่อยขนาดไหน
เพราะว่าผมก็ไม่เคยตามไปชิมด้วยซักที
ได้แต่ชิมที่พ่อทำให้กินกันเองที่บ้าน
ก็เห็นว่าอร่อยดี เลยอยากบอกต่อ


ก็ต้องเริ่มจากหาวัตถุดิบก่อน
วันนี้ไปตลาดสายหน่อย ได้เครื่องในวัว
แบบที่หั่นแล้วมาจำนวนหนึ่ง
พร้อมเนื้อพื้นท้อง ลิ้นวัว
ที่ขาดไม่ได้ก็ม้าม โชคดีวันนี้
มีเหลือหลายชิ้น เลยเหมามาหมดเลย
ต้มเครื่องในวัว ก็เหมือนกับทั่ว ๆ ไป
เตรียม ข่า ตะไคร้ ลูกมะกรูด ใบมะกรูด
จำนวนก็ให้มากหน่อย เน้นลูกมะกรูด
ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดพล่าน ใส่เครื่องในวัวทั้งหมด
พร้อมเนื้อพื้นท้อง ลวกน้ำทิ้งสักหนึ่งครั้ง

หลังจากนั้นก็ตั้งหม้อต้มน้ำตามด้วย
ข่า ตะไคร้ ลูกมะกรูด
ใบมะกรูดไว้ใส่ทีหลังก็ได้
อย่าลืมทุบ ข่า ตะไคร้ ซะก่อน จะได้หอม
แต่ลูกมะกรูดไม่ต้องทุบนะครับผม เดี๋ยวจะขม

พอน้ำเดือดดีแล้ว ใส่เครื่องในวัวพร้อมเนื้อลงต้ม
เติมเกลือ 1 ถุง ซุปก้อนสัก 2 ก้อน
ต้มไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อย
คอยเช็คดูชิ้นส่วนไหนเปื่อยดีแล้ว
ก็ตักเอาขึ้นมาพักไว้
ม้ามจะสุกก่อน และเปื่อยก่อน
นอกนั้นต้องต้มใช้เวลานานกว่าจะเปื่อย
งานนี้ใช้เตาถ่านเท่านั้น น้ำแห้งก็เติมน้ำได้
เติมเกลือ 1 ถุง ซุปก้อนสัก 2 ก้อน
ต้มไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อย
คอยเช็คดูชิ้นส่วนไหนเปื่อยดีแล้ว
ก็ตักเอาขึ้นมาพักไว้
ไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อยต้มไปเรื่อย ๆ
ผ่านไป 2 ชั่วโมง ทุกอย่างเปื่อยได้ที่แล้ว
ก็หั่นเป็นชิ้น ๆ พอคำ
ชอบขนาดไหน ตามใจคนกิน
ม้ามกับลิ้นวัว เปื่อยก่อนใครเพื่อน
เตรียมพร้อม
พร้อมแล้วก็ใส่เครื่องในที่หั่นแล้วลงต้มต่อ
ตามด้วยใบมะกรูดเพิ่มความหอม
สำหรับม้ามหั่นแล้ว ไม่ต้องใส่ลงหม้อเดี๋ยวน้ำจะดำ
เก็บไว้ใส่ตอนรับประทาน แยกต่างหาก

ถึงตอนนี้ก็ธรรมดา เหมือนต้มเครื่องในวัวทั่วๆไป

แต่ที่ดูแล้วแปลก ก็ตรงน้ำจิ้มทีเด็ดนี่แหละครับ
ใช้พริกขี้หนูป่นนำมาคั่วให้หอม
สีจะออกคล้ำๆ เกือบจะดำ
ตอนคั่วพริกนี่และเป็นที่มาของลูกทุ่งฉุนเฉียว
จามกันทั้งบ้านเรา และบ้านข้าง ๆ
หัวหอมแดงใช้จำนวนมากหน่อย
นำมาหั่นเป็นแว่น ๆ
นำถ้วยมาใส่พริกป่นคั่ว
ปรุงด้วยน้ำปลา ชูรสนิดหน่อย
ใส่หัวหอมแดง
ตามด้วยน้ำส้มสายชู
รับประทานกับผักบุ้งจีน

ต้องบอกว่าเข้ากันดีมาก ๆ
อร่อยแบบลูกทุ่งฉุนเฉียวจริง ๆ

ตักเครื่องในต้มรับประทาน
หักผักบุ้งจีน จิ้มน้ำจิ้มตาม

…….ไม่ลองไม่รู้ ………

เชิญรับประทานตามสะดวก
......สวัสดีครับ.............
sssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssss

อีกสูตร น้ำจิ้ม
เอาละ เมื่อคนไอที ต้องกลายเป็นพ่อครัวจำเป็น ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ กันก่อน อันประกอบด้วย

1. พริกขี้หนูสวนสีเขียว 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1 ถ้วย
3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลปิ๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผงชูรส 1 / 2 ช้อนชา (อันนี้จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้นะครับ)
6. น้ำปลา 1 ถ้วย
7. กระเทียมสดแกะเปลือก1 / 2 ถ้วย
8. รากผักชี ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เห็นว่า เพิ่มความหอมให้กับน้าจิ้ม )
9. น้ำต้มสุก ทิปเล็ก ที่แอบค้นมาได้ เค้าบอกมาว่า
ถ้า เพื่อนๆ ใช้เกลือในการทำน้ำจิ้ม ต้องปรุงรสด้วยน้ำตาลทายและน้ำส้มสายชู แต่ถ้าหากใช้น้ำปลาทำน้ำจิ้ม ต้องใช้น้ำตาลปีปกับน้ำมะนาวนะครับ (เหมาะสำหรับอาหารทะเลเผา ปลาเผา หอยเผา ปลาลวก หูหมู ลูกชิ้นต้ม ฯลฯ) 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘