กรณีศึกษากฎแห่งกรรม บุญใดส่งผลให้เป็นผู้นำ
เรื่องราวน่าศึกษาของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาลมิเกีย บุญใดส่งผลให้ท่านได้เกิดมาเป็นผู้นำ วิบากกรรมใดทำให้ท่านต้องเคยทำงานหนัก
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554
กรณีศึกษากฎแห่งกรรม (Case Study) บุญใดส่งผลให้เป็นผู้นำ
กรณีศึกษากฎแห่งกรรม (Case Study)
บุญใดส่งผลให้เป็นผู้นำ
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะ
คำถามข้อที่ 1.บุพกรรมที่ทำให้ท่านคีร์ซานได้เป็นประธานาธิบดี
บุพกรรมที่ทำให้ท่านคีร์ซานได้เป็นประธานาธิบดีสาธารณรัฐคาลมิเกียนั้น
ทั้งนี้ก็เป็นเพราะผลแห่งบุญที่ตัวท่านได้กระทำไว้กับพระอริยสงฆ์ที่บรรลุ
ธรรมเป็นพระโสดาบัน มารวมกับผลแห่งบุญที่ตัวท่านได้เคยทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตร ชักชวนมหาชนทั้งหลายให้มาสั่งสมบุญ และมานับถือพระพุทธศาสนา ในพุทธันดรก่อนพุทธันดรที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับพุทธันดรของพระโกนาคมนสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้มารวมกันส่งผล เรื่องก็มีอยู่ว่า...ในภพชาติดังกล่าว ท่านคีร์ซานได้เกิดอยู่ในตระกูลของเศรษฐีที่อาศัยอยู่ในเมืองท่าติดทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งในตอนนั้น ครอบครัวของ
ท่านคีร์ซานจะทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายสินค้าทางทะเล
โดยจะนำสินค้าที่ได้จากเมืองท่าริมทะเล
ไปขายตามเมืองต่างๆที่มีพื้นที่ไม่ติดกับทะเล

ซึ่งในช่วงที่ท่านคีร์ซานเป็นวัยรุ่น
ท่านคีร์ซานชอบที่จะติดตามคุณพ่อไปค้าขายตามเมืองท่าต่างๆ
ทั้งในแคว้นและนอกแคว้นของตนเองอยู่เสมอ
ยิ่งท่านคีร์ซานได้ติดตามคุณพ่อไปค้าขายตามเมืองท่าต่างๆมากเท่าไหร่
ท่านคีร์ซานก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบการท่องทะเลเพื่อค้าขายมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านคีร์ซานจึงได้ฝึกในการเป็นกัปตันเรือ
และศึกษาการทำธุรกิจทางทะเลไปพร้อมๆกัน
จนในที่สุดท่านคีร์ซานก็สามารถทำความฝันที่ตนเองปรารถนาเอาไว้
ด้วยการมีเรือสินค้าเป็นของตนเองได้ในที่สุด
หากจะกล่าวถึงการค้าขายทางเรือในยุคสมัยนั้น
พวกพ่อค้าต่างๆจะใช้วิธีเดินเรือสินค้าเลียบไปตามริมฝั่งทะเล ดังนั้น
ในเวลาที่เรือสินค้าไปจอดเทียบท่าตามท่าเรือของเมืองท่าใดก็ตาม
หัวหน้าพ่อค้าก็จะทำการซื้อสินค้า ขายสินค้า และแลกเปลี่ยนสินค้า
ไปพร้อมๆกัน ซึ่งธุรกิจทางทะเลของท่านคีร์ซานในช่วงเริ่มต้นนั้น
ก็ถือว่าดำเนินไปได้ด้วยดี
จนกระทั่ง...อยู่มาวันหนึ่ง ด้วยความที่ท่านคีร์ซานเป็นหนุ่มไฟแรง
และอยากจะทำกำไรให้ได้มากกว่าพ่อค้าคนอื่นๆ ดังนั้น
ท่านคีร์ซานจึงได้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ด้วยการนำเรือสินค้าของตนออกสู่ทะเลเร็วกว่ากำหนด
เพื่อจะได้ไปเลือกซื้อสินค้าดีๆก่อนพ่อค้าชุดอื่นๆ
และถ้าหากพบเจอสินค้าตัวไหนที่จะสามารถทำกำไรได้มากๆ
ท่านคีร์ซานก็ได้จะเหมาสินค้าเหล่านั้นไว้เองแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้เอง
ท่านคีร์ซานจึงฝืนออกเรือเดินทางตั้งแต่ยังไม่หมดหน้าฤดูพายุ
ซึ่งสภาพอากาศทางทะเลในช่วงนั้นมักจะแย่กว่าปกติ
และในที่สุดท่านคีร์ซานก็ต้องเจอกับพายุใหญ่
จนทำให้เรือสินค้าต้องฝ่าพายุใหญ่ไปด้วยความยากลำบากเป็นอย่างมาก
แต่ด้วยความที่บุญเก่าที่ท่านคีร์ซานได้เคยให้ชีวิตสัตว์เป็นทานไว้ใน
อดีตชาติ ด้วยการปล่อยสัตว์ปล่อยปลา ปล่อยโคกระบือ เป็นต้น
ได้ติดตามมาส่งผล
จึงทำให้ท่านคีร์ซานสามารถเดินเรือฝ่าพายุใหญ่ไปจนกระทั่งพบอ่าวแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนของแคว้นที่ท่านคีร์ซานอาศัยอยู่
และสามารถเข้าไปหลบพายุใหญ่อยู่ในอ่าวแห่งนั้นได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม
เรือและสินค้าก็มีสภาพที่เสียหายอย่างหนักจนเกือบอับปางในอ่าวแห่งนั้น
แต่ด้วยความสมัครสมานสามัคคีของเหล่าลูกเรือทุกคน
ที่ช่วยกันพยายามรักษาเรือเอาไว้
จึงทำให้ท่านคีร์ซานและเหล่าลูกเรือสามารถฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้
จนกระทั่งเมื่อพายุสงบลง
ท่านคีร์ซานก็ได้พบว่าที่อ่าวแห่งนั้นมีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆตั้งอยู่
ด้วยเหตุนี้
ท่านคีร์ซานจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพวกชาวประมงเหล่านั้น
พวกชาวบ้านที่เป็นชาวประมงก็ใจดีมีน้ำใจเป็นอย่างมาก
เพราะเมื่อได้ทราบถึงความเดือดร้อนของท่านคีร์ซาน
พวกชาวบ้านที่เป็นชาวประมงก็ได้พากันมาช่วยกันซ่อมแซมเรือแบบคนละไม้ละมือ
จนเรือสินค้าที่เสียหายนั้นสามารถเดินทางต่อไปได้ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้
ทำให้ท่านคีร์ซานรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพวกชาวบ้านแห่งนี้เป็นอย่างมาก
และด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งในน้ำใจนี้เอง
จึงทำให้ท่านคีร์ซานรู้สึกผูกพันกับหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้มากเป็นพิเศษ
ภายหลังจากที่ท่านคีร์ซานได้พูดคุยกับพวกชาวบ้านที่เป็นชาวประมงเหล่านั้น
แล้ว จึงทำให้ทราบข้อมูลว่า
พื้นที่ของอ่าวแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนของแคว้นที่ท่านคีร์ซาน
อาศัยอยู่
โดยพื้นที่บางส่วนของอ่าวจะอยู่ติดกับเขตพื้นที่ของแคว้นเพื่อนบ้านแคว้น
หนึ่ง
และที่สำคัญ...อ่าวแห่งนี้ยังถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
เพราะพื้นที่ของอ่าวจะอยู่ใกล้กับเขตเมืองหลวงของแคว้นเพื่อนบ้านมากที่สุด
อีกทั้งเส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังเขตเมืองหลวงของแคว้นเพื่อนบ้าน
ยังมีความสะดวกสบายอีกด้วย
เมื่อท่านคีร์ซานได้ทราบข้อมูลจากพวกชาวบ้านแล้ว
ด้วยความที่ท่านคีร์ซานเป็นพ่อค้าหนุ่มที่ชาญฉลาด
จึงเห็นโอกาสและช่องทางที่จะทำการค้าและพัฒนาอ่าวแห่งนั้นไปพร้อมๆกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านคีร์ซานจึงได้กลับไปหารือกับที่บ้าน
ในการที่จะพัฒนาอ่าวแห่งนั้นให้กลายเป็นเมืองท่าอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งจะทำให้ท่านคีร์ซานสามารถเอาสินค้าไปขายในเขตเมืองหลวงของแคว้นเพื่อน
บ้านได้อย่างสะดวกสบาย
และยังสามารถขยายตลาดไปยังเขตหัวเมืองอื่นๆของแคว้นเพื่อนบ้านได้อีกด้วย
หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับความคิดอันยอดเยี่ยมของท่านคีร์ซาน ดังนั้น
ท่านคีร์ซานจึงรีบออกเดินทางเพื่อกลับไปที่อ่าวแห่งนั้นอีกครั้ง
และเมื่อไปถึงแล้ว
ท่านคีร์ซานก็ได้ไปชักชวนพวกชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงแห่งนั้น
ให้มาช่วยกันสร้างท่าเรือ เพื่อให้เรือลำใหญ่ๆสามารถเข้ามาเทียบท่าได้
หลังจากนั้น
หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ก็ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่ง
หนึ่ง ที่มีเรือสินค้าของพ่อค้าจากแคว้นต่างๆ
เดินทางเข้ามาค้าขายที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เอง
จึงทำให้ท่านคีร์ซานกลายเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่สุดในพื้นที่
และยังสามารถขยายกิจการของตนเองไปค้าขายตามแคว้นต่างๆได้อีกด้วย
และด้วยความที่ท่านคีร์ซานได้ไปสร้างความเจริญให้เกิดขึ้น ณ
หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ จึงทำให้พวกชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ
และพร้อมใจกันยกตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านให้แก่ท่านคีร์ซานในที่สุด
สำหรับหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้
ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่จะนับถือลัทธิบูชาเทพเจ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
เทพเจ้าแห่งท้องทะเล เทพเจ้าแห่งลม เทพเจ้าแห่งปลา เป็นต้น ด้วยเหตุนี้
จึงทำให้ในหมู่บ้านยังคงมีการประกอบพิธีบูชายัญอยู่เสมอๆ
แต่ด้วยความที่ท่านคีร์ซานเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และเป็นผู้ที่มีศรัทธาใน
พระพุทธศาสนา ท่านคีร์ซานจึงพยายามชักชวนให้คนในหมู่บ้านได้หันมาทำบุญ
และเลิกนับถือเทพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งในตอนนั้น
ท่านคีร์ซานก็สามารถชักชวนชาวบ้านให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาได้เพียงบาง
ส่วน
จนกระทั่งเมื่อท่านคีร์ซานได้มีโอกาสสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านชาวประมงแห่ง
นี้ จึงทำให้พวกชาวบ้านได้หันมานับถือพระพุทธศาสนามากขึ้น แต่ถึงกระนั้น
ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงนับถือลัทธิบูชาเทพเจ้าอยู่
ในเวลาต่อมา
ได้มีพระอริยสงฆ์ที่บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
โดยสารเรือมาขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้พอดี
เมื่อท่านคีร์ซานได้พบกับพระโสดาบันรูปนั้นแล้ว
ท่านคีร์ซานจึงมีโอกาสได้ทำบุญกับท่าน
พร้อมกันนั้นยังได้กราบนิมนต์ให้ท่านมาช่วยเทศนาสั่งสอนชาวบ้านอยู่ระยะหนึ่ง และนับตั้งแต่นั้น ท่านคีร์ซานก็ได้สั่งสมบุญกุศลเรื่อยมา จนกระทั่งหมดอายุขัยในภพชาตินั้น
ด้วยผลบุญที่
ท่านคีร์ซานได้กระทำเอาไว้กับพระอริยสงฆ์ที่บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
มารวมกับผลแห่งบุญที่ได้เคยทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตร
ชักชวนชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงที่ท่านปกครองอยู่
ให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาแทนการนับถือเทพเจ้า
จึงกลายเป็นบุญใหญ่ที่ส่งผลทำให้ท่านคีร์ซานมีผังแห่งการเป็นผู้นำนับ
ตั้งแต่ภพชาตินั้นเรื่อยมา กล่าวคือ บางชาติก็ได้เป็นผู้ปกครองแคว้น
(แต่เป็นแคว้นที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก)-บางชาติก็ได้เป็นผู้นำประเทศ
(แต่ก็เป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก)-แต่ก็มีบางชาติเหมือนกันที่เกิดเป็น
คนธรรมดา แต่ก็เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เพราะเป็นบุคคลที่มีผู้คนให้ความเคารพนับถือ เป็นต้น
จนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบัน
ผังแห่งการเป็นผู้นำอันเนื่องมาจากผลบุญดังกล่าว
(บุญที่เคยทำบุญกับพระโสดาบัน
และบุญจากการทำหน้าที่กัลยาณมิตร)-ก็ได้มาส่งผล
ทำให้ท่านคีร์ซานได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาลมิเกีย
อย่างในภพชาติปัจจุบัน

คำถามข้อที่ 2.บุพกรรมที่ทำให้ท่านคีร์ซานเคยถูกใช้แรงงานเป็นช่างกลึง ก่อนที่จะได้มาเป็นประธานาธิบดี
เรื่องก็มีอยู่ว่า...ในภพชาติเดียวกันนั้น
ภายหลังจากที่ท่านคีร์ซานได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว
ท่านคีร์ซานก็มีความคิดที่จะขยายท่าเรือให้ใหญ่ขึ้น
เนื่องจากพื้นที่ของท่าเรือเดิมเริ่มไม่เพียงพอ
เพราะนับวันเรือขนสินค้าจากที่ต่างๆเริ่มทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
แต่ด้วยความที่งบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด
ท่านคีร์ซานจึงได้ติดต่อไปทางเมืองหลวง
เพื่อขอกำลังนักโทษที่กำลังจะพ้นโทษให้มาช่วยกันขยายท่าเรือ
ซึ่งทางเมืองหลวงก็ได้จัดส่งนักโทษมาให้ท่านคีร์ซานจำนวนหนึ่ง
ด้วยความที่ในช่วงที่กำลังจะทำการขยายท่าเรือนั้น
เป็นช่วงฤดูที่มรสุมกำลังจะเข้าพอดี
ด้วยเหตุนี้...ท่านคีร์ซานจึงได้เร่งให้พวกนักโทษโหมทำงานอย่างหนักจนแทบจะ
ไม่ได้หยุดพัก แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมแล้วก็ตาม
แต่ท่านคีร์ซานก็ยังบังคับให้พวกนักโทษสร้างท่าเรือต่อไปจนเสร็จ

ด้วยวิบากกรรมจากการที่ท่านคีร์ซานใช้แรงงานนักโทษและสัตว์อย่างหนักนี้เอง
จึงทำให้ในหลายภพหลายชาติต่อๆมา ท่านคีร์ซานต้องถูกใช้แรงงานมาโดยตลอด
บางชาติก็เป็นระยะเวลาสั้น บางชาติก็เป็นระยะเวลายาวนาน
จนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบัน
แม้วิบากกรรมดังกล่าวจะเบาบางเจือจางลงไปแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังคอยตามส่งผล
จนทำให้ในช่วงที่ท่านคีร์ซานเริ่มหางานทำ ท่านคีร์ซานจึงจำต้องไปเป็นคนงาน
และถูกใช้แรงงานอยู่ในโรงกลึงตังแต่ยังหนุ่ม
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะ
คำถามข้อที่ 1.บุพกรรมที่ทำให้ท่านคีร์ซานได้เป็นประธานาธิบดี

ซึ่งในช่วงที่ท่านคีร์ซานเป็นวัยรุ่น
ท่านคีร์ซานชอบที่จะติดตามคุณพ่อไปค้าขายตามเมืองท่าต่างๆ
ทั้งในแคว้นและนอกแคว้นของตนเองอยู่เสมอ
ยิ่งท่านคีร์ซานได้ติดตามคุณพ่อไปค้าขายตามเมืองท่าต่างๆมากเท่าไหร่
ท่านคีร์ซานก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบการท่องทะเลเพื่อค้าขายมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านคีร์ซานจึงได้ฝึกในการเป็นกัปตันเรือ
และศึกษาการทำธุรกิจทางทะเลไปพร้อมๆกัน
จนในที่สุดท่านคีร์ซานก็สามารถทำความฝันที่ตนเองปรารถนาเอาไว้
ด้วยการมีเรือสินค้าเป็นของตนเองได้ในที่สุด
หากจะกล่าวถึงการค้าขายทางเรือในยุคสมัยนั้น
พวกพ่อค้าต่างๆจะใช้วิธีเดินเรือสินค้าเลียบไปตามริมฝั่งทะเล ดังนั้น
ในเวลาที่เรือสินค้าไปจอดเทียบท่าตามท่าเรือของเมืองท่าใดก็ตาม
หัวหน้าพ่อค้าก็จะทำการซื้อสินค้า ขายสินค้า และแลกเปลี่ยนสินค้า
ไปพร้อมๆกัน ซึ่งธุรกิจทางทะเลของท่านคีร์ซานในช่วงเริ่มต้นนั้น
ก็ถือว่าดำเนินไปได้ด้วยดี
จนกระทั่ง...อยู่มาวันหนึ่ง ด้วยความที่ท่านคีร์ซานเป็นหนุ่มไฟแรง
และอยากจะทำกำไรให้ได้มากกว่าพ่อค้าคนอื่นๆ ดังนั้น
ท่านคีร์ซานจึงได้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ด้วยการนำเรือสินค้าของตนออกสู่ทะเลเร็วกว่ากำหนด
เพื่อจะได้ไปเลือกซื้อสินค้าดีๆก่อนพ่อค้าชุดอื่นๆ
และถ้าหากพบเจอสินค้าตัวไหนที่จะสามารถทำกำไรได้มากๆ
ท่านคีร์ซานก็ได้จะเหมาสินค้าเหล่านั้นไว้เองแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้เอง
ท่านคีร์ซานจึงฝืนออกเรือเดินทางตั้งแต่ยังไม่หมดหน้าฤดูพายุ
ซึ่งสภาพอากาศทางทะเลในช่วงนั้นมักจะแย่กว่าปกติ
และในที่สุดท่านคีร์ซานก็ต้องเจอกับพายุใหญ่
จนทำให้เรือสินค้าต้องฝ่าพายุใหญ่ไปด้วยความยากลำบากเป็นอย่างมาก
แต่ด้วยความที่บุญเก่าที่ท่านคีร์ซานได้เคยให้ชีวิตสัตว์เป็นทานไว้ใน
อดีตชาติ ด้วยการปล่อยสัตว์ปล่อยปลา ปล่อยโคกระบือ เป็นต้น
ได้ติดตามมาส่งผล
จึงทำให้ท่านคีร์ซานสามารถเดินเรือฝ่าพายุใหญ่ไปจนกระทั่งพบอ่าวแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนของแคว้นที่ท่านคีร์ซานอาศัยอยู่
และสามารถเข้าไปหลบพายุใหญ่อยู่ในอ่าวแห่งนั้นได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม
เรือและสินค้าก็มีสภาพที่เสียหายอย่างหนักจนเกือบอับปางในอ่าวแห่งนั้น
แต่ด้วยความสมัครสมานสามัคคีของเหล่าลูกเรือทุกคน
ที่ช่วยกันพยายามรักษาเรือเอาไว้
จึงทำให้ท่านคีร์ซานและเหล่าลูกเรือสามารถฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้
จนกระทั่งเมื่อพายุสงบลง
ท่านคีร์ซานก็ได้พบว่าที่อ่าวแห่งนั้นมีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆตั้งอยู่
ด้วยเหตุนี้
ท่านคีร์ซานจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพวกชาวประมงเหล่านั้น
พวกชาวบ้านที่เป็นชาวประมงก็ใจดีมีน้ำใจเป็นอย่างมาก
เพราะเมื่อได้ทราบถึงความเดือดร้อนของท่านคีร์ซาน
พวกชาวบ้านที่เป็นชาวประมงก็ได้พากันมาช่วยกันซ่อมแซมเรือแบบคนละไม้ละมือ
จนเรือสินค้าที่เสียหายนั้นสามารถเดินทางต่อไปได้ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้
ทำให้ท่านคีร์ซานรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพวกชาวบ้านแห่งนี้เป็นอย่างมาก
และด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งในน้ำใจนี้เอง
จึงทำให้ท่านคีร์ซานรู้สึกผูกพันกับหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้มากเป็นพิเศษ
ภายหลังจากที่ท่านคีร์ซานได้พูดคุยกับพวกชาวบ้านที่เป็นชาวประมงเหล่านั้น
แล้ว จึงทำให้ทราบข้อมูลว่า
พื้นที่ของอ่าวแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนของแคว้นที่ท่านคีร์ซาน
อาศัยอยู่
โดยพื้นที่บางส่วนของอ่าวจะอยู่ติดกับเขตพื้นที่ของแคว้นเพื่อนบ้านแคว้น
หนึ่ง
และที่สำคัญ...อ่าวแห่งนี้ยังถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
เพราะพื้นที่ของอ่าวจะอยู่ใกล้กับเขตเมืองหลวงของแคว้นเพื่อนบ้านมากที่สุด
อีกทั้งเส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังเขตเมืองหลวงของแคว้นเพื่อนบ้าน
ยังมีความสะดวกสบายอีกด้วย
เมื่อท่านคีร์ซานได้ทราบข้อมูลจากพวกชาวบ้านแล้ว
ด้วยความที่ท่านคีร์ซานเป็นพ่อค้าหนุ่มที่ชาญฉลาด
จึงเห็นโอกาสและช่องทางที่จะทำการค้าและพัฒนาอ่าวแห่งนั้นไปพร้อมๆกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านคีร์ซานจึงได้กลับไปหารือกับที่บ้าน
ในการที่จะพัฒนาอ่าวแห่งนั้นให้กลายเป็นเมืองท่าอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งจะทำให้ท่านคีร์ซานสามารถเอาสินค้าไปขายในเขตเมืองหลวงของแคว้นเพื่อน
บ้านได้อย่างสะดวกสบาย
และยังสามารถขยายตลาดไปยังเขตหัวเมืองอื่นๆของแคว้นเพื่อนบ้านได้อีกด้วย
หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับความคิดอันยอดเยี่ยมของท่านคีร์ซาน ดังนั้น
ท่านคีร์ซานจึงรีบออกเดินทางเพื่อกลับไปที่อ่าวแห่งนั้นอีกครั้ง
และเมื่อไปถึงแล้ว
ท่านคีร์ซานก็ได้ไปชักชวนพวกชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงแห่งนั้น
ให้มาช่วยกันสร้างท่าเรือ เพื่อให้เรือลำใหญ่ๆสามารถเข้ามาเทียบท่าได้
หลังจากนั้น
หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ก็ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่ง
หนึ่ง ที่มีเรือสินค้าของพ่อค้าจากแคว้นต่างๆ
เดินทางเข้ามาค้าขายที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เอง
จึงทำให้ท่านคีร์ซานกลายเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่สุดในพื้นที่
และยังสามารถขยายกิจการของตนเองไปค้าขายตามแคว้นต่างๆได้อีกด้วย
และด้วยความที่ท่านคีร์ซานได้ไปสร้างความเจริญให้เกิดขึ้น ณ
หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ จึงทำให้พวกชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ
และพร้อมใจกันยกตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านให้แก่ท่านคีร์ซานในที่สุด
สำหรับหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้
ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่จะนับถือลัทธิบูชาเทพเจ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
เทพเจ้าแห่งท้องทะเล เทพเจ้าแห่งลม เทพเจ้าแห่งปลา เป็นต้น ด้วยเหตุนี้
จึงทำให้ในหมู่บ้านยังคงมีการประกอบพิธีบูชายัญอยู่เสมอๆ
แต่ด้วยความที่ท่านคีร์ซานเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และเป็นผู้ที่มีศรัทธาใน
พระพุทธศาสนา ท่านคีร์ซานจึงพยายามชักชวนให้คนในหมู่บ้านได้หันมาทำบุญ
และเลิกนับถือเทพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งในตอนนั้น
ท่านคีร์ซานก็สามารถชักชวนชาวบ้านให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาได้เพียงบาง
ส่วน
จนกระทั่งเมื่อท่านคีร์ซานได้มีโอกาสสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านชาวประมงแห่ง
นี้ จึงทำให้พวกชาวบ้านได้หันมานับถือพระพุทธศาสนามากขึ้น แต่ถึงกระนั้น
ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงนับถือลัทธิบูชาเทพเจ้าอยู่
ในเวลาต่อมา
ได้มีพระอริยสงฆ์ที่บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
โดยสารเรือมาขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้พอดี
เมื่อท่านคีร์ซานได้พบกับพระโสดาบันรูปนั้นแล้ว
ท่านคีร์ซานจึงมีโอกาสได้ทำบุญกับท่าน
พร้อมกันนั้นยังได้กราบนิมนต์ให้ท่านมาช่วยเทศนาสั่งสอนชาวบ้านอยู่ระยะหนึ่ง และนับตั้งแต่นั้น ท่านคีร์ซานก็ได้สั่งสมบุญกุศลเรื่อยมา จนกระทั่งหมดอายุขัยในภพชาตินั้น
ด้วยผลบุญที่
ท่านคีร์ซานได้กระทำเอาไว้กับพระอริยสงฆ์ที่บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
มารวมกับผลแห่งบุญที่ได้เคยทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตร
ชักชวนชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงที่ท่านปกครองอยู่
ให้หันมานับถือพระพุทธศาสนาแทนการนับถือเทพเจ้า
จึงกลายเป็นบุญใหญ่ที่ส่งผลทำให้ท่านคีร์ซานมีผังแห่งการเป็นผู้นำนับ
ตั้งแต่ภพชาตินั้นเรื่อยมา กล่าวคือ บางชาติก็ได้เป็นผู้ปกครองแคว้น
(แต่เป็นแคว้นที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก)-บางชาติก็ได้เป็นผู้นำประเทศ
(แต่ก็เป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก)-แต่ก็มีบางชาติเหมือนกันที่เกิดเป็น
คนธรรมดา แต่ก็เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เพราะเป็นบุคคลที่มีผู้คนให้ความเคารพนับถือ เป็นต้น
จนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบัน
ผังแห่งการเป็นผู้นำอันเนื่องมาจากผลบุญดังกล่าว
(บุญที่เคยทำบุญกับพระโสดาบัน
และบุญจากการทำหน้าที่กัลยาณมิตร)-ก็ได้มาส่งผล
ทำให้ท่านคีร์ซานได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาลมิเกีย
อย่างในภพชาติปัจจุบัน

คำถามข้อที่ 2.บุพกรรมที่ทำให้ท่านคีร์ซานเคยถูกใช้แรงงานเป็นช่างกลึง ก่อนที่จะได้มาเป็นประธานาธิบดี
ด้วยความที่ในช่วงที่กำลังจะทำการขยายท่าเรือนั้น
เป็นช่วงฤดูที่มรสุมกำลังจะเข้าพอดี
ด้วยเหตุนี้...ท่านคีร์ซานจึงได้เร่งให้พวกนักโทษโหมทำงานอย่างหนักจนแทบจะ
ไม่ได้หยุดพัก แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมแล้วก็ตาม
แต่ท่านคีร์ซานก็ยังบังคับให้พวกนักโทษสร้างท่าเรือต่อไปจนเสร็จ

ด้วยวิบากกรรมจากการที่ท่านคีร์ซานใช้แรงงานนักโทษและสัตว์อย่างหนักนี้เอง
จึงทำให้ในหลายภพหลายชาติต่อๆมา ท่านคีร์ซานต้องถูกใช้แรงงานมาโดยตลอด
บางชาติก็เป็นระยะเวลาสั้น บางชาติก็เป็นระยะเวลายาวนาน
จนกระทั่งมาถึงในภพชาติปัจจุบัน
แม้วิบากกรรมดังกล่าวจะเบาบางเจือจางลงไปแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังคอยตามส่งผล
จนทำให้ในช่วงที่ท่านคีร์ซานเริ่มหางานทำ ท่านคีร์ซานจึงจำต้องไปเป็นคนงาน
และถูกใช้แรงงานอยู่ในโรงกลึงตังแต่ยังหนุ่ม
