[708][273] จะเก่งอังกฤษ ต้องมี Dict. เป็น Buddy

สวัสดีครับ
ท่านที่เป็นแฟน Blog นี้อาจจะรู้สึกว่า ผมให้ความสำคัญกับการรู้ศัพท์มากเหลือเกิน หรืออาจจะมากเกินไป จนท่านอาจจะเบื่อ อย่าเพิ่งเบื่อเลยครับ อนุญาตให้ผมอธิบายอีกสักครั้งเถอะครับ

การรู้ศัพท์นั้น ผมหมายถึง 2 อย่าง คือ จำศัพท์ได้ และใช้ศัพท์เป็นเมื่อต้องพูดและเขียน

จริง อยู่ ถ้าเป็นเด็กฝรั่ง เขาก็จำศัพท์ได้และใช้ศัพท์เป็นไปพร้อม ๆ กันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็เหมือนเด็กไทยนั่นแหละครับที่ไม่มีปัญหาเรื่องภาษาไทย เรารู้ศัพท์คำไหนเราก็ใช้ศัพท์คำนั้นเป็น

แต่เนื่องจากการเรียนภาษา อังกฤษของเราอาจจะขาดตกบกพร่องมามากบ้างน้อยบ้าง เราก็เลยรู้ศัพท์น้อยเกินไปบ้าง หรือบางคำที่รู้ความหมายก็ใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง

ปัญหาก็ คือ ตอนนี้เราโตแล้ว และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเรียนภาษาอังกฤษอย่างถูกวิธีตามที่นักวิชาการเขา บอก แต่ทว่าความจำเป็นบังคับให้เราต้องรู้ศัพท์ คือจำ(ความหมายของศัพท์)ได้ และใช้ศัพท์(ในการพูดและเขียน)เป็น เราจะทำยังไงดีถึงจะมีความสามารถอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่อายุก็แก่ขนาดนี้แล้ว
โดย ธรรมชาติ ศัพท์ที่เข้ามาสู่ตัวเรานี้ เข้ามาทางตาและทางหู ก็คือโดยการอ่านและโดยการฟังนั่นเอง ถ้าป็นการอ่าน เมื่อสงสัยศัพท์เรามีสิทธิเปิดดิกหรืออ่านซ้ำคร่ำครวญกับมันจนเข้าใจดีขึ้น แต่ถ้าเป็นการฟัง ผมเชื่อว่าโอกาสที่เราจะไต่ถามมีน้อยกว่าการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการฟังคนอื่นพูดอยู่ข้างหน้าเรา หรือเป็นการฟังข่าวที่เราไม่สามารถบอกให้เขาอ่านช้า ๆ หน่อยเพราะเราฟังไม่ทัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องใช้หลัก ‘โตแล้วเรียนลัด’ และใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ผม กำลังจะแนะนำท่านว่า มีโปรแกรมดิกชันนารีอยู่โปรแกรมหนึ่ง ที่ผมอยากจะให้ทุกท่านดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ที่เครื่องคอมฯของท่าน ถ้ามีทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ก็ลงไว้ทั้ง 2 เครื่องเลย ดิกโปรแกรมนี้ชื่อว่า My Buddy Dictionary เป็นดิก อังกฤษ – ไทย และ ไทย – อังกฤษ (มีขนาด 25 MB) มีศัพท์เยอะมาก เป็นแสนคำเลยครับ

ข้อดีของโปรแกรมดิกนี้ ที่ทำให้ผมต้องแนะนำท่านก็คือ ทุกครั้งที่ท่านสงสัยศัพท์คำใด ก็ใช้บริการจากดิกนี้ได้ทันที โดย ที่วางเคอร์เซอร์บนศัพท์คำนั้น และกด alt + ตัว S ความหมายของศัพท์ตัวนั้นก็จะปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างใหม่ให้ท่านเห็นทันที ท่าน สามารถใช้บริการนี้ได้ไม่ว่าท่านจะอ่านขณะต่อเน็ตหรือไม่ได้ต่อเน็ต จะอ่านจากหน้าเว็บ, จากเอกสาร WORD, หรือจากไฟล์อะไรก็ตามได้ทั้งนั้น
นี่เป็นด่านแรกของการรู้ศัพท์ คือรู้ความหมาย เมื่อรู้ความหมายและค่อย ๆ จำได้ เมื่ออ่านไปบ่อย ๆ จาก ‘จำได้’ ก็จะยกระดับขึ้นสู่ ‘ใช้เป็น’ คือใช้พูดและเขียนเป็น แต่อันดับแรกต้องจำให้ได้ซะก่อน

การใช้บริการเช่นนี้ ใช้ได้เฉพาะเมื่ออยู่หน้าคอมฯ เท่านั้น เพราะถ้าเป็นการอ่านหนังสือเล่ม ท่านไม่มีทางทำได้ เพราะท่านจะต้องค่อย ๆ หยิบดิกชันนารีขึ้นมา พลิกไปยังหน้าที่ต้องการหาศัพท์ เสร็จแล้วก็ปิดเล่มดิก วางดิกไว้ยังที่ของมัน แล้วกลับมาอ่านหนังสือที่อยู่เฉพาะหน้า ทั้งหมดนี้กว่าจะรู้ศัพท์แต่ละคำก็อาจจะกินเวลาไม่ต่ำกว่าคำละ 5 นาที ทำไปไม่ได้เท่าไหร่ก็เบื่อและเลิกทำ และถ้าต้นฉบับที่เราต้องอ่านมันมีศัพท์ที่เราไม่รู้ความหมายทุกบรรทัด เราไม่ต้องเปิดดิกกันตายหรือครับ?

อาจารย์หลายท่านแนะนำให้เรา ‘เดาก่อนเปิดดิก’ ซึ่งเป็นวิธีที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และได้แนะนำเว็บเกี่ยวกับเทคนิคการเดาไว้แล้วที่ลิงค์นี้ [179]สอนเทคนิคการเดาความหมายของศัพท์

แต่ ปัญหาก็คือ หลายครั้งที่เราถูกบังคับให้ต้องอ่านจับใจความให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่ รวดเร็วที่สุด ทำให้เราไม่มีเวลาที่จะเดา แม้ว่าการฝึกเดาจะเป็นการเรียนรู้ศัพท์ที่ดีก็ตาม

เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงอยากให้ท่านลงโปรแกรมนี้ไว้ในเครื่องคอมฯที่ท่านใช้งาน โดยดาวน์โหลดจากเว็บนี้ http://www.thaibuddy.com/ และคลิกอ่านรายละเอียดการใช้งานได้จาก ที่นี่

ถ้าขัดข้องในการดาวน์โหลด Buddy Dict จากเว็บของเขา ลองดาวน์โหลดจากลิงค์นี้แทน: http://tinyurl.com/6ckfbq

ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าท่านขยันอ่าน หรือมีงานที่บังคับให้ท่านต้องอ่านบ่อย ๆ ด้วยการใช้โปรแกรมดิก My Buddy Dictionary ที่ผมแนะนำนี้ ท่านจะสามารถจำศัพท์จำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเก่งภาษาอังกฤษ

ผมเชื่อว่าท่านทำได้ และขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘