โปรดพระเจ้าพิมพิสาร
เมื่อภิกษุปุราณชฏิลบรรลุอรหัตผลแล้ว ทรงประทับอยู่ที่คยาสีสะประเทศตามอภิรมย์พุทธอัธยาศัยแล้ว อันวิสุทธิสงฆ์องค์อรหันต์หนึ่งพันเป็นพุทธบริวารแวดล้อมเสด็จไปประทับ ณ ลัฏฐิวโนทยานสวนตาลหนุ่มสุปติฏฐเจดีย์ พระเจ้าพิมพิสารทรงสดับข่าวนั้น พร้อมพราหมณ์ คฤหบดีชาวมคธ ๑๒ นหุต เสด็จไปเฝ้า
คนเหล่านี้มีอาการทางกายและวาจาต่างกันเป็น ๕ ประเภท
๑. บางพวกถวายอภิวาทกราบไหว้
๒. บางพวกเพียงแต่ทักทายปราศัย
๓. บางพวกประนมมือไหว้
๔. บางพวกประกาศชื่อและโคตรของตน
๕. บางพวกนั่งนิ่งไม่ทำประการใดทั้งสิ้น เพราะยังไม่แน่ใจว่าระหว่างอุรุเวลกัสสปะกับพระสมณโคดม ใครเป็นอาจารย์ ใครเป็นศิษย์
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความคิดของคนเหล่านั้น จึงตรัสถามพระอุรุเวลกัสสปะว่า ท่านผู้ปาโมกข์แห่งคณาจารย์ทั้งหลาย ท่านเห็นอะไรจึงเลิกละการบูชาไฟเสีย
พระอุรุเวลกัสสปะทูลว่า ยัญทั้งหลายล้วนมุ่งหมายกามคุณ และสตรี ซึ่งล้วนแต่เป็นมลทิน ข้าพระองค์ทราบอย่างนี้แล้วจึงเลิกละการบูชายัญเสีย แต่บัดนี้ ข้าพระองค์ได้เห็นพระนิพพานอันสงบ ไม่มีอุปธิ คือ ขันธ์ กิเลส และอภิสังขาร ใจของข้าพเจ้าจึงยินดีในพระนิพพานนั้น แล้วท่านได้ลุกขึ้นกราบลงที่พระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วประกาศต่อหน้าชาวมคธว่า สตฺถา เม ภนฺเต ภควา, สาวโกหมสฺสมิ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ พระองค์เป็นศาสดา ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก
พราหมณ์และคฤหบดีชาวมคธ ได้เห็นและได้ยินพระอุรุเวลกัสสปะเช่นนั้นแล้วหมดความสงสัย ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา อนุปุพพีกถาและอริยสัจ ๑๑ นหุต ได้บรรลุโสดาปัตติผล ๑ นหุต ตั้งอยู่ในสรณคมน์
พระเจ้าพิมพิสารครั้นบรรลุโสดาปัตติผลแล้ว ได้กราบทูลพระศาสดาให้ทรงทราบถึงความปรารถนาในกาลก่อนของพระองค์ ๕ ข้อว่า
๑. ขอให้ข้าพเจ้าได้รับอภิเษกเป็นกษัตริย์ในแคว้นมคธ
๒. ขอพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จงเสด็จมายังแว่นแคว้นของข้าพเจ้า
๓. ขอให้ข้าพเจ้าได้เข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
๔. ขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงแสดงธรรมแก่ข้าพเจ้า
๕. ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้ทั่วถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
บัดนี้ ความปรารถนาทั้ง ๕ ประการของข้าพระองค์ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วทุกประการ แล้วได้ทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมทั้งพระสงฆ์ทั้งหมด รับถวายภัตตาหารในพระราชนิเวศน์ในวันรุ่งขึ้น
วันรุ่งขึ้น พระศาสดาพร้อมด้วยพระปุราณชฎิล ๑ พันองค์ ได้เสด็จไปยังพระราชนิเวศน์ของพระเจ้าพิมพิสารทรงอังคาสพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขด้วยขัชชโภชนาหารอันประณีต ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ เป็นการแสดงออกซึ่งความเคารพตามสัปปุริสวิสัย
เมื่อเสร็จภัตกิจแล้ว ทรงคิดถึงสถานที่ประทับของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทรงเห็นว่าเวฬุวันอุทยานเป็นสถานที่ไม่พลุกพล่าน หนทางไม่ไกลแต่โคจรคามเพื่อเที่ยวบิณฑบาต ควรเป็นสถานที่มีวิเวกสุขตามสมณวิสัย จึงทรงจับพระเต้าทองอันเต็มไปด้วยน้ำหลั่งลงเป็นนิมิตหมายแห่งการถวายเวฬุวันอุทยานแด่พระศาสดา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับแล้ว ทรงกระทำอนุโมทนาแล้วเสด็จไปประทับ ณ อารามนั้น และทรงอาศัยอัตถุปปัตติ คือ เหตุเกิดเรื่องนี้อนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายรับถวายอารามตามปรารถนา เวฬุวนามรามจึงเป็นอารามแรกที่เกิดขึ้นในพุทธุปบาทกาลนี้