ทรงตัดสินพระทัยแสดงธรรม

              จากร่มไม้ราชายตนะนั้น  เสด็จกลับไปประทับ ณ ร่มไม้อชปาลนิโครธอีก  ทรงพิจารณาถึงธรรมที่ทรงตรัสรู้ว่า  เป็นคุณอันลึกซึ้ง  ยากที่ผู้ยินดีในกามคุณจะตรัสรู้ตามได้  จึงไม่คิดจะทรงสั่งสอนใคร  แต่ในที่สุดทรงคิดว่ามนุษย์  ก็เหมือนดอกบัว      ชนิด  คือ  บางชนิดยังจมอยู่ในน้ำ  บางชนิดตั้งอยู่เสมอน้ำ  บางชนิดตั้งขึ้นพ้นน้ำ
              ดอกบัวที่ตั้งขึ้นพ้นน้ำแล้วนั้น  คอยสัมผัสรัศมีพระอาทิตย์อยู่  จักบาน  ณ วันนี้
              ดอกบัวทีตั้งอยู่เสมอน้ำ  จักบาน ณ วันพรุ่งนี้
              ดอกบัวที่ยังไม่ขึ้นจากน้ำ  ยังตั้งอยู่ภายในน้ำจักบาน ณ วันต่อ ๆ ไป
              ดอกบัวที่ยังจมอยู่ในโคลนตม อันเป็นภักษาแห่งปลาและเต่าฉิบหายเสีย
              ดอกบัวที่จะบานมีต่างชนิด  ฉันใด  เวไนยสัตว์ก็มีต่างพวกฉันนั้น      ผู้มีกิเลสน้อย  มีอินทรีย์  (สัทธา  วิริยะ  สติ  สมาธิ  ปัญญา)  กล้า  ก็อาจจะรู้ธรรมพิเศษนั้นได้ฉับพลัน
              ผู้มีคุณสมบัติเช่นนั้นเป็นประมาณกลาง  ได้รับอบรมในปฏิปทาเป็นบุพพภาค จนมีอุปนิสัยแก่กล้า  ก็สามารถจะบรรลุธรรมพิเศษนั้นดุจเดียวกัน
                  ผู้มีคุณสมบัติเช่นนั้นยังอ่อน  หรือหาอุปนิสัยไม่ได้เลย  ก็ยังควรได้รับแนะนำในธรรมเบื้องต่ำไปก่อนเพื่อบำรุงอุปนิสัย
                  เพราะฉะนั้น   พระธรรมเทศนาคงไม่ไร้ผล    คงสำเร็จประโยชน์แก่คนทุกเหล่า  เว้นแต่จำพวกที่ไม่ใช่เวไนย  คือ  ไม่รับแนะนำ  ที่เปรียบด้วยดอกบัวอันเป็นภักษาแห่งปลาและเต่าฉิบหายเสีย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘