๗. สรณคมน์เศร้าหมอง

              ส่วนบุคคลผู้ที่ประพฤติด้วยความไม่รู้  ความรู้ผิด   ความสงสัย  และความไม่เอื้อเฟื้อในพระรัตนตรัย   สรณคมน์ไม่ขาดแต่เป็นความเศร้าหมอง
              ความไม่รู้  คือ  ไม่ศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนาคิดเอาเอง  ปฏิบัติเอาเอง แล้วนำไปสั่งสอนผู้อื่น
              ความรู้ผิด  คือ  เรียนพระปริยัติธรรมแต่ไม่เชื่อพระไตรปิกฏ  อรรถกถา ตั้งตัวเป็นศาสดาตีความเอาตามความพอใจ
              ความสงสัย  คือ  สงสัยว่าพระพุทธเจ้า  พระธรรมและพระสงฆ์มีจริงหรือเปล่า ทำบุญได้บุญจริงหรือเปล่า  ทำบาปแล้วบาปจริงหรือเปล่า  ชาติหน้ามีจริงหรือเปล่า นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่า  เป็นต้น
              ความไม่เอื้อเฟื้อ  คือ  ไม่ประพฤติต่อพระรัตนตรัยด้วยกายกรรม  วจีกรรม และมโนกรรม  ที่ประกอบด้วยเมตตาคือความปรารถนาดี   เช่นตัดเศียรพระพุทธรูป  ทำลายโบสถ์  พระเจดีย์ ขโมยพระพุทธรูปไปขาย ประพฤติการไม่สมควรเช่นไปแสดงความรักทางกามราคะตามบริเวณศาสนสถาน  เช่น  โบสถ์   และพระเจดีย์   เป็นต้น ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมคือคัดค้านพระธรรมว่าไม่สามารถจะให้คุณให้โทษได้จริง   ไม่ศึกษาเล่าเรียน  ไม่สนใจฟังเมื่อมีการแสดงธรรมตลอดถึงการเหยียบย่ำทำลายหนังสือหรือสิ่งอื่นใดที่จารึกพระธรรม ไม่เอื้อเฟื้อในพระสงฆ์  ด่าว่าพระสงฆ์   ยุยงให้แตกแยกกัน  ไม่ทำบุญและขัดขวางผู้อื่นไม่ให้ทำบุญ  เป็นต้น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘