อธิบายอุโบสถศีล ๘ ข้อ โดยสังเขป

              อุโบสถศีลทั้ง    นั้น  สิกขาบทที่    เว้นจากทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง คือ เว้นจากฆ่าสัตว์มีชีวิต  คำว่า สัตว์  ในที่นี้  ประสงค์ทั้งมนุษย์และเดียรฉานยังเป็นอยู่ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนิด
              สิกขาบทนี้มีองค์ ๕  คือ  สัตว์มีชีวิต    รู้ว่าสัตว์มีชีวิต  ๑ จิตคิดจะฆ่า ๑ พยายามฆ่า    สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น 
              สิกขาบทที่    เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้  กิริยาที่ถือเอาในที่นี้  หมายถึง      ถือเอาด้วยอาการเป็นโจร   สิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ในที่นี้  หมายถึง  สิ่งของที่มีเจ้าของ  ทั้งที่เป็นสวิญญาณกทรัพย์   ทั้งที่เป็นอวิญญาณกทรัพย์  อันเจ้าของไม่ได้ยกให้เป็นสิทธิ์ขาด  อย่างหนึ่งสิ่งของที่ไม่ใช่ของใคร   แต่มีผู้รักษาหวงแหน เช่น ของสงฆ์  ของส่วนรวมอันเป็นสาธารณะประโยชน์ อย่างหนึ่ง
              สิกขาบทนี้มีองค์ ๕  คือ  ของมีเจ้าของหวง    รู้ว่ามีเจ้าของหวง  ๑ จิตคิดจะลัก ๑พยายามลัก  ๑ นำของมาด้วยความพยายามนั้น 
              สิกขาบทที่    เจตนาเป็นเหตุก้าวล่วงฐานะ  โดยประสงค์จะเสพอสัทธรรม ซึ่งเป็นไปทางกายทวาร   ชื่อว่า  อพรหมจรรย์   ได้แก่   ความลุอำนาจแก่ราคะแล้วเสพอสัทธรรมในมรรคใดมรรคหนึ่ง  บรรดามรรคทั้ง    (ทวารหนัก  ทวารเบา  ปาก)
              สิกขาบทนี้มีองค์ ๔  คือ  อัชฌาจรณียวัตถุ  วัตถุที่จะพึงประพฤติล่วง (มรรคทั้ง ๓) ๑จิตคิดจะเสพในอัชฌาจรณียวัตถุนั้น  ๑ ความพยายามในการเสพ    มีความยินดี 
              สิกขาบทที่    การแสดงความเท็จ  เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิด  คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง  ทางกายก็ดี  ทางวาจาก็ดี  จัดเป็นมุสาวาท
              สิกขาบทนี้มีองค์    คือ เรื่องไม่จริง ๑ จิตคิดจะพูดให้ผิด ๑ พยายามพูดออกไป ๑คนอื่นเข้าใจเนื้อความนั้น 
              สิกขาบทที่    น้ำเมาที่เป็นแต่เพียงของดอง  เช่น  น้ำตาลเมาต่าง ๆ ชื่อเมรัย เมรัยนั้น  เขากลั่นให้เข้มข้นขึ้นไปอีก  เช่น  เหล้าต่าง ๆ  ชื่อสุรา  สุราเมรัยนี้  ทำให้ผู้ดื่มเมาเสียสติ      สามารถทำความชั่วได้ทุกอย่าง  จึงได้ชื่อว่า  เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
              สิกขาบทนี้มีองค์    คือ ของทำให้เมา  มีสุราเป็นต้น ๑ จิตใคร่จะดื่ม ๑ ทำพยายามดื่ม    ดื่มให้ล่วงลำคอเข้าไป 
              สิกขาบทที่  กาลที่ผู้รักษาอุโบสถศีลจะบริโภคอาหารได้ คือ  ตั้งแต่อรุณขึ้นมาแล้วจนถึงเที่ยง เรียกว่า กาล  ส่วนตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงก่อนอรุณขึ้น เรียกว่า วิกาล จะบริโภคอาหารในเวลานี้ไม่ได้
              สิกขาบทนี้มีองค์ ๔ คือ  เวลาตั้งแต่เที่ยงแล้วไปถึงก่อนอรุณขึ้น ๑ ของเคี้ยวของกินสงเคราะห์เข้าในอาหาร    พยายามกลืนกิน ๑  กลืนให้ล่วงลำคอเข้าไป  ด้วยความพยายามนั้น 
              สิกขาบทที่    การดูที่ชื่อว่าเป็นข้าศึกศัตรูนั้น  เพราะขัดแย้งต่อคำสอนของศาสนา การฟ้อนรำ  การขับร้อง  การดีดสีตีเป่า  จะทำด้วยตนเอง  หรือใช้ให้ผู้อื่นทำก็ตาม  ถ้าเป็นข้าศึกแก่กุศล  จัดเป็นความผิดในสิกขาบทนี้ทั้งสิ้น
              สิกขาบทนี้มีองค์ ๓ คือ  การเล่นมีฟ้อนรำขับร้องเป็นต้น  ๑ ไปเพื่อจะดูหรือฟัง ๑ ดูหรือฟัง 
              สิกขาบทที่     การห้ามที่นั่งที่นอนอันเกินขนาด  อันได้ชื่อว่า  อุจจาสยนะ และเครื่องปูลาดที่ไม่สมควร  อันได้ชื่อว่า  มหาสยนะ นั้น  เพื่อประสงค์ไม่ให้เป็นของโอ่โถงและยั่วยวนให้เกิดราคะความกำหนัดยินดี  พระอรหันต์ทั้งหลาย  เป็นผู้เว้นจากที่นั่งที่นอนสูงและที่นั่งที่นอนใหญ่นั้น
              สิกขาบทนี้มีองค์    คือ  ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่    รู้ว่าที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ ๑ นั่งหรือนอนลง 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘