ระเบียบพิธี

              เมื่อถึงวันอุโบสถ    ค่ำ  ๑๔  ค่ำ  หรือ ๑๕  ค่ำ  ผู้รักษาอุโบสถนำภัตตาหารคาวหวานไปทำบุญที่วัด  ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน  หรือที่ตนศรัทธาเลื่อมใส   หลังจากที่พระสงฆ์ทำวัตรเช้าเสร็จแล้ว  พึงเริ่มกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยว่า
              ยมหํ  สมมาสมพุทธํ  ภควนตํ  สรณํ  คโต  (หญิงว่า  คตา)
              พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ตรัสรู้ดีโดยชอบ ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พึ่ง กำจัดภัยได้จริง
              อิมินา  สกกาเรน  ตํ  ภควนตํ  อภิปูชยามิ
              ข้าพเจ้าขอบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นด้วยเครื่องสักการะนี้
              ยมหํ  วากขาตํ  ภควตา  ธมมํ  สรณํ  คโต (หญิงว่า  คตา)
              พระธรรมใดอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พึ่งกำจัดภัยได้จริง
              อิมินา  สกกาเรน  ตํ  ธมมํ  อภิปูชยามิ
              ข้าพเจ้าบูชาซึ่งพระธรรมนั้น  ด้วยเครื่องสักการะนี้
              ยมหํ  สุปฏิปนนํ  สงฆํ  สรณํ  คโต    (หญิงว่า  คตา)
              พระสงฆ์หมู่ใด  เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พึ่ง กำจัดภัยได้จริง
              อิมินา  สกกาเรน  ตํ  สงฆํ  อภิปูชยามิ
              ข้าพเจ้าบูชาซึ่งพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเครื่องสักการะนี้
              อรหํ    สมมาสมพุทโธ  ภควา  พุทธํ  ภควนตํ  อภิวาเทมิ  (กราบ)
              วากขาโต  ภควตา  ธมโม  ธมมํ  นมสสามิ   (กราบ)
              สุปฏิปนโน  ภควโต  สาวกสงโฆ  สงฆํ  นมามิ  (กราบ)
              ต่อจากนั้น  ผู้เป็นหัวหน้า  พึงนั่งคุกเข่าประนมมือ  ประกาศอำอุโบสถ  ดังนี้
              อช  โภนโต  ปกขส  อฏฐมีทิวโส (๑๔ ค่ำ ให้ว่า จาตุททสีทิวโส  ๑๕  ค่ำ ให้ว่า  ปณณรสีทิวโส ,  (อมาวสีทิวโส)  เอวรูโป  โข  โภนโต  ทิวโส  พุทเธน  ภควตา  ปญญตตส     ธมมสสวนส   เจว ตทตถาย  อุปาสกอุปาสิกานํ   อุโปสถกมมส    กาโล  โหติ ฯ  หน     มยํ  โภนโต  สพเพ  อิธ  สมาคตา  ตส  ภควโต  ธมมานุธมมปฏิปตติยา   ปูชนตถาย   อิมญ      รตตึ  อิมญ  ทิวสํ  อุโปสถํ  อุปวสิสสามาติ  กาลปริจเฉทํ กตวา  ตํ ตํ  เวรมณึ  อารมมณํ กริตวา      อวิกขิตตจิตตา  หุตวา  สกกจจํ  อุโปสถงคานิ   สมาทิเยยยาม  อีทิสํ  หิ  อุโปสถกาลํ  สมปตตานํ      อมหากํ   ชีวิตํ  มา  นิรตถกํ  โหตุ ฯ
              ข้าพเจ้า ขอประกาศเริ่มเรื่องความที่จะได้สมาทานรักษาอุโบสถ  ตามกาลสมัยพร้อมด้วยองค์ ๘  ประการ  ให้สาธุชนที่จะตั้งจิตสมาทานทราบทั่วกัน  ก่อนแต่จะสมาทาน    บัดนี้
              ด้วยวันนี้ เป็นวันอัฏฐมี ดิถีที่ ๘ (วันจาตุททสี  ดิถีที่ ๑๔  วันปัณณรสี , (วันอมาวสี     ดิถีที่  ๑๕ ) แห่งปักษ์มาถึงแล้ว  ก็แลวันเช่นนี้  เป็นกาลที่จะฟังธรรมและทำการรักษาอุโบสถ      เพื่อประโยชน์แห่งการฟังธรรม   บัดนี้ขอกุศลอันยิ่งใหญ่  คือ ตั้งจิตสมาทานอุโบสถ  จงเกิดมีแก่เราทั้งหลาย  บรรดามาประชุม     ที่นี้  เราทั้งหลายพึงมีจิตยินดีว่าจะรักษาอุโบสถ  อันประกอบด้วยองค์    ประการ  วันหนึ่งคืนหนึ่ง    เวลาวันนี้แล้ว  จงตั้งจิตคิดงดเว้นไกลจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป คือฆ่าสัตว์เองและใช้ให้คนอื่นฆ่า ๑ เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ คือลักและฉ้อและใช้ให้ลักฉ้อ ๑  เว้นจากอพรหมจรรย์    เว้นจากพูดคำเท็จคำไม่จริง  และล่อลวงอำพรางท่านผู้อื่น ๑  เว้นจากดื่มกินซึ่งสุราเมรัย  สารพัดน้ำกลั่นน้ำดอง  อันเป็นของให้ผู้ดื่มแล้วเมา ซึ่งเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความประมาท ๑  เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล  ตั้งแต่พระอาทิตย์เที่ยงแล้ว ไปจนถึงเวลาอรุณขึ้นใหม่    เว้นจากฟ้อนรำขับร้องและประโคมดนตรี  และดูการเล่นบรรดาเป็นข้าศึกแก่กุศล  และทัดทรงระเบียบดอกไม้  ลูบไล้ทาตัวด้วยของหอม  เครื่องย้อมเครื่องแต่งและประดับร่างกายด้วยเครื่องอาภรณ์วิจิตรงดงามต่าง ๆ    เว้นจากนั่งนอนเหนือที่นั่งที่นอนอันสูง      มีเตียงตั่งสูงกว่าประมาณ  และที่นั่งที่นอนอันใหญ่ภายในมีนุ่นและสำลี  และเครื่องลาดอันวิจิตรงดงาม    จงทำความเว้นองค์ที่จะพึงเว้น    ประการนี้  เป็นอารมณ์  อย่ามีจิตฟุ้งซ่านส่งไปอื่น    จงสมทานองค์อุโบสถ ๘ ประการนี้โดยเคารพเถิดเพื่อบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น  ด้วยข้อปฏิบัติอย่างยิ่ง   ตามกำลังของเราทั้งหลาย  ซึ่งเป็นคฤหัสถ์  ชีวิตแห่งเราทั้งหลายเป็นมาถึงวันอุโบสถนี้  จงอย่าล่วงไปปราศจากประโยชน์เลย
              ต่อจากนั้น  พึงกล่าวคำอาราธนาอุโบสถศีลพร้อมกัน  ดังนี้
              มยํ  ภนเต  ติสรเณน  สห  อฏฐงคสมนนาคตํ   อุโปสถํ  ยาจาม  (ว่า    จบ)
              เสร็จแล้ว  พึงตั้งใจรับสรณคมน์และอุโบสถศีลโดยเคารพ โดยว่าตามคำที่พระสงฆ์บอกดังนี้
              นโม   ตส   ภควโต  อรหโต  สมมาสมพุทธส  (ว่า    จบ)
              พุทธํ  สรณํ  คจฉามิ ฯลฯ ตติยมปิ  สงฆํ  สรณํ  คจฉามิ 
              เมื่อพระสงฆ์ว่า  ติสรณคมนํ  นิฏฐิตํ   พึงรับพร้อมกันว่า  อาม  ภนเต ต่อจากนั้น      พึงรับอุโบสถศีลทั้ง     ข้อ  ดังกล่าวไว้แล้วข้างต้นต่อไปนี้
              เมื่อรับศีลจบแล้ว  พึงกล่าวตามพระสงฆ์ว่า  อิมํ  อฏฐงคสมนนาคตํ,  พุทธปญญตตํ  อุโปสถํ,     อิมญ  รตตึ  อิมญ  ทิวสํ,    สมมเทว  อภิรกขิตํ     สมาทิยามิ
              ข้าพเจ้าสมาทานอุโบสถ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ,      นี้เพื่อจะรักษาไว้ให้ดี ไม่ให้ขาดไม่ให้ทำลาย  ตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ณ  เวลาวันนี้ พระสงฆ์บอกต่อว่า  อิมานิ  อฏ  สิกขาปทานิ  อชเชกํ  รตตินทิวํ  อุโปสถวเสน  สาธุกํ  รกขิตพพานิ  ให้รับพร้อมกันว่า  อาม  ภนเต  แล้วพระสงฆ์จะบอกอานิสงส์ของศีลต่อไป  ดังนี้
                  สีเลน สุคตึ  ยนติ,  สีเลน  โภคสมปทา,  สีเลน  นิพพุตึ ยนติ,  ตสมา  สีลํ  วิโสธเยฯ
              จบพิธีสมาทานอุโบสถศีลเพียงเท่านี้  ต่อจากนั้น  พึงตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาหรือมนสิการกรรมฐานต่อไปนี้  เมื่อรักษาครบเวลาวันหนึ่งกับคืนหนึ่งแล้ว  การสมาทานก็สิ้นสุดลง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘