คำปรารมภ์

              มนุษย์ผู้เกิดมาในโลกนี้    มีรูปพรรณสัณฐานที่เลือกตามใจหวังไม่ได้แล้วแต่เหตุจะแต่งมา    ให้เป็นผู้มีรูปร่างงามบ้าง    เลวทรามบ้างต่าง ๆ กัน    ผู้ใดมีรูปงามก็เป็นที่นิยมชมชื่นของผู้ที่ได้เห็น    เป็นดุจดอกไม้ที่มีสีสัณฐานงาม    ผู้ใดมีรูปเลวทรามก็ไม่เป็นที่ชวนดูของผู้แลเห็น    เช่นกับดอกไม้มีสีสัณฐานไม่งาม    รูปงามมีประโยชน์เพียงให้เขาชมว่าสวย    ไม่เป็นคุณอะไรอีก    ถ้าดอกไม้มีทั้งสีสัณฐานก็งามทั้งกลิ่นก็หอม      ย่อมเป็นที่พอใจรักใคร่ของประชุมชน       ถ้ามีแต่สีและสัณฐานงาม    แต่หากกลิ่นหอมมิได้      จะสู้ดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอม       แม้มีสัณฐานไม่งาม     ก็ไม่ได้    ถ้ามีกลิ่นเหม็นก็ยิ่งซ้ำร้าย       ถึงจะมีสัณฐานงาม        ก็ไม่เป็นที่ปรารถนาของใคร ๆ ข้อนี้มีอุปมาฉันใด     คนผู้มีรูปร่างงดงามมีใจดี  ย่อมเป็นที่นิยมนับถือของประชุมชน ถึงจะมีรูปร่างงาม  แต่ปราศจากคุณธรรมในใจ  จะสู้คนที่ประกอบด้วยคุณธรรม   แม้มีรูปร่างเลวทราม  ก็ไม่ได้   ถ้ามีใจร้ายกาจ  ก็ยิ่งซ้ำร้าย   ไม่มีใครพอใจจะสมาคม  ถึงจะมีรูปร่างงามสักปานใด  ก็ช่วยแก้ไขไม่ได้  ข้อนี้มีอุปไมยฉันนั้น   
              รูปพรรณสัณฐานของมนุษย์เป็นมาอย่างใด   ก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น   จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้   ส่วนใจนั้นก็มักเป็นไปตามพื้นเดิม  ถึงอย่างนั้นก็ยังมีทางแก้ไขให้ดีได้ด้วยความตั้งใจอันดี   จงดูตัวอย่างของที่ไม่หอมมาแต่เดิมเขายังอบให้หอมได้ แต่ธรรมดาใจนั้นมักผันแปรไม่แน่ไม่นอนมั่นคงลงได้ นักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น  ผู้สั่งสอนให้คนตั้งอยู่ในคุณธรรม  จึงได้กำหนดวางแบบแผนแห่งความประพฤติไว้เป็นหลักฐาน
              การตั้งใจประพฤติตามบัญญัตินั้น  ชื่อว่าศีล ๆ  นั้นเป็นบรรทัดสำหรับให้คนประพฤติความดีให้คงที่  เปรียบเหมือนผู้แรกจะเขียนหนังสือ  ต้องอาศัยเส้นบรรทัดเป็นหลักเขียนไปตามนั้น   หนังสือที่เขียนจึงจะมีบรรทัดอันตรง     ถ้าหาไม่ตัวก็จะคดขึ้นคดลงดังงูเลื้อย  เมื่อชำนาญแล้ว  ก็เขียนไปได้  ไม่ต้องมีบรรทัดฉันใด   คนแรกจะประพฤติความดี   ไม่ได้ถืออะไรเป็นหลัก  ใจไม่มั่นคงอาจเอนเอียงลงหาทุจริตแม้เพราะโมหะครอบงำ  เมื่อบำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์จนเป็นปกติ มารยาทได้แล้ว     จึงจะประพฤติคุณธรรมอย่างอื่น  ก็มักยั่งยืนไม่ผันแปร   ข้อนี้แลเป็นประโยชน์แห่งการบัญญัติศีลขึ้น
              ความเบียดเบียนกันในโลก  ซึ่งเป็นไปโดยกายทวารย่นลงเป็น ๓ ประการ คือ  เบียดเบียนชีวิตร่างกายประการหนึ่ง  เบียดเบียนทรัพย์สมบัติ ประการหนึ่ง เบียดเบียนประเวณี คือทำเชื้อสายของผู้อื่นให้ผิดลำดับสับสนประการหนึ่ง และความประพฤติเสียด้วยวาจา  มีมุสาวาทกล่าวคำเท็จเป็นที่ตั้ง
คนจะประพฤติดังนั้นก็เพราะความประมาท และความประมาทนั้น ไม่มีมูลอื่นจะสำคัญยิ่งกว่าดื่มน้ำเมา    ซึ่งทำให้ความคิดวิปริตลงทันที  เหตุนั้นนักปราชญ์ทั้งหลาย  มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานเล็งเห็นเหตุการณ์ดังนี้  จึงปัญญัติศีลมีองค์ ๕  คือ
              ๑.     เว้นจากการฆ่าสัตว์มีชีวิต
              ๒.     เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการเป็นโจร
              ๓.     เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
              .     เว้นจากกล่าวคำเท็จ
              .     เว้นจากการดื่มน้ำเมา     คือสุราและเมรัย
              องค์แห่งศีลอย่างหนึ่ง ๆ เรียกว่า สิกขาบท  ศีลมีองค์    จึงเป็นสิกขาบท ๕  ประการ      รวมเรียกว่าเบญจศีล ๆ นี้ท่านบัญญัติขึ้นโดยถูกต้องตามคลองธรรม ด้วยคิดจะให้เป็นประโยชน์แก่กันและกันจึงได้ชื่อว่าเป็นบัญญัติอันชอบธรรม     เป็นคำสอนมีอยู่ในศาสนาที่ดี
              เบญจศีลนี้มีกัลยาณธรรมเป็นคู่กัน แสดงไว้ในพระบาลีที่สรรเสริญความประพฤติของกัลยาณชนว่า เป็นคนมีศีลมีกัลยาณธรรม  ดังนี้  กัลยาณธรรมในที่นี้  ได้แก่ความประพฤติที่เป็นส่วนดีงาม   มีเครื่องอุดหนุนศีลให้ย่อใสยิ่งขึ้น  ได้ในสิกขาบททั้ง    นี้เอง
              ๑.     เมตตากรุณา     ได้ในสิกขาบทที่ต้น
              ๒.     สัมมาอาชีวะ     หมั่นประกอบการเลี้ยงชีพในทางที่ชอบ     ได้ในสิกขาบทที่    
              .     ความสำรวมในกาม     ได้ในสิกขาบทที่    
              .     มีความสัตย์     ได้ในสิกขาบทที่ 
              .     ความมีสติรอบคอบ     ได้ในสิกขาบทคำรบ    
              เมื่อจัดวิภาค  ศีลได้แก่กิริยาที่เว้นตามข้อห้าม  กัลยาณธรรม  ได้แก่ประพฤติธรรมที่ชอบ      มีเป็นคู่กันมาฉะนี้
              ในที่นี้  จะยกคุณ ๒ ข้อนี้ตั้งเป็นกระทู้ และพรรณนาความไปตามลำดับดังต่อไปนี้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘