๓๗. ประวัติ พระสีวลีเถระ
๑. สถานเดิม
พระสีวลีเถระ นามเดิม สีวลี
บิดาไม่ปรากฏนาม
มารดา พระนางสุปปวาสา พระธิดาเจ้าเมืองโกลิยะ
เขาอยู่ในครรภ์มารดาถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน ทำให้มารดามีลาภสักการะมากและคลอดง่ายที่สุด
๒. ชีวิตก่อนบวช
ย้อนไปถึงก่อนที่ท่านจะประสูติ พระมารดาเสวยทุกขเวทนาหนักมาก จึงให้พระสวามีไปบังคมทูลพระศาสดา พระศาสดาตรัสประทานพรให้ว่า ขอพระธิดาแห่งโกลิยวงศ์จงมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระโอรสหาโรคมิได้เถิด พระนางก็ประสูติพระโอรสสมพุทธพรทุกประการ แล้วได้ถวายมหาทานตลอด ๗ วัน
๓. มูลเหตุของการบวชในพระพุทธศาสนา
เมื่อสีวลีกุมารประสูติ พระมารดาและพระประยุรญาติได้ถวายมหาทาน ๗ วัน ในวันที่ ๗ พระสารีบุตรเถระจึงชวนเธอบวช เธอตอบว่าถ้าบวชได้ก็จะบวช พระมารดาทรงทราบก็ดีใจ อนุญาตให้พระเถระบวชกุมารได้ตามประสงค์ พระเถระจึงนำกุมารไปบวชเป็นสามเณร ตั้งแต่กุมารบวชแล้ว ลาภสักการะได้เกิดแก่ภิกษุทั้งหลายมากมาย
๔. การบรรลุธรรม
พระสีวลีได้ฟังตจปัญจกกรรมฐานจากพระสารีบุตรเถระ แล้วบรรลุพระอรหัตผลในเวลาปลงผม ท่านกล่าวว่า จดมีดโกนครั้งแรกบรรลุโสดาปัตติผล ครั้งที่ ๒ บรรลุสกิทาคามิผล ครั้งที่ ๓ บรรลุอนาคามิผล พอปลงผมเสร็จบรรลุพระอรหัตผล
๕. งานประกาศพระพุทธศาสนา
พระสีวลีนั้นเป็นพระที่มนุษย์และเทวดาเคารพนับถือบูชามาก จึงเป็นพระที่มีลาภมาก แต่มักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องของบุญเก่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามเหตุการณ์อย่างนี้ก็ต้องถือว่าท่านมีส่วนสำคัญในการประกาศพระศาสนา เพราะทำให้คนที่ยังไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเกิดศรัทธา เพราะยากจะหาพระที่มีบุญญาธิการเหมือนท่าน
๖. เอตทัคคะ
เพราะเหตุที่ท่านเป็นผู้มีลาภมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือจะไปที่ไหนช่วยให้ภิกษุทั้งหลาย ไม่ขัดสนปัจจัยลาภไปด้วย พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้ในเอตทัคคะว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีลาภมาก
๗. ปรินิพพาน
พระสีวลีเถระได้บรรลุประโยชน์สูงสุดของตนแล้ว ได้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อมหาชน จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จึงได้ปรินิพพานดับสังขารสู่บรมสุขอย่างถาวร