อบาย ๔

                  นิรยะ                                  นรก
                  ติรัจฉานโยนิ                        กำเนิดดิรัจฉาน
                  ปิตติวิสัย                             ภูมิแห่งเปรต
                  อสุรกาย                              พวกอสุระ
                                                ขุ.  อิติ.  ๒๕/๓๐๑.

              อธิบาย  :  ภูมิกำเนิด  หรือพวกอันหาความเจริญมิได้  จัดเป็นอบายนิรยะ  ท่านว่าเป็นภูมิที่ลงโทษคนผู้ทำบาปตายแล้วไปเกิดขึ้น    ที่นั้น  มีนายนิรยบาลเป็นผู้ทำกรรมกรต่าง ๆ  ให้ได้ความเดือดร้อน  แสดงโดยบุคลาธิษฐานด้วยถูกไฟลวกและถูกประหารดุจความเข้าใจของพวกพราหมณ์ครั้งเวทิกสมัย  คือยุคถือลัทธิตามพระเวทว่า  คนบาปตายไปแล้วถูกพระยมชำระแล้วลงโทษให้ตกนรก  และต้องเสวยกรรมกรณ์ต่าง ๆ  แต่ในปูนหลังกล่าวเพียงนรกและคนทำบาปไปเกิดเองในภูมินั้น  การถูกเพลิงลวกหรือถูกประหารก็เป็นอยู่ในภูมินั้นเอง  ไม่กล่าวถึงนายนิรยบาล  เป็นกลเม็ดอยู่  กำเนิดดิรัจฉานที่ไม่มีภูมิเป็นที่ต่างหาก  ต้องอาศัยมนุษยโลก  ปรากฏแล้ว  นอกจากนี้ยังมีนาคและครุฑมีพิภพเป็นที่อยู่  มีพระราชาในพวกกันเอง  เป็นสัตว์ผู้บริบูรณ์  แม้อย่างนั้น  ท่านก็จัดเป็นอบายเพราะไม่เป็นภัพพบุคคลเหมือนมนุษย์  ศัพท์ว่า  เปรต  แปลว่า  ผู้ละไปแล้ว  หมายเอาผีผู้เคยเป็นมนุษย์มาก่อนยังไม่ได้ถือกำเนิดอื่น  ได้ในศัพท์สัมภเวสี  ผู้แสวงหาที่เกิดในเมตตสูตร  ภายหลังหมายเอาเฉพาะจำพวกทำบาปมีโทษไม่ถึงตกนรก  แต่มีรูปร่างทรวดทรงไม่สมประกอบ  ตกยาก  ได้ความอดอยากเป็นล้นเหลือ  เดือดร้อนไปในทางเป็นอยู่ของตนเอง  พวกเปรตนี้  ดูเหมือนอาศัยมนุษยโลกก็มี  พึงเห็นอย่างพวกเปรตพระญาติเก่าของพระเจ้าพิมพิสาร  ซึ่งกล่าวถึงในติโรกุฑฑสูตร  และในอรรถกถาแห่งสูตรนั้น  ดูเหมือนมีภูมิสำหรับเปรตเหล่านั้นก็มี  พึงเห็นอย่างพวกเปรตซึ่งกล่าวถึงในชาณุสโสณีสูตร  นอกจากนี้  ยังมีเปรตอีกจำพวหนึ่ง  อยู่ปลีกตามลำพังในมนุษยโลก  ได้เสวยสุขเสวยทุกข์ปนกัน  มีวิมานอยู่  มีสมบัติ ได้เสวยสุขในวิมานตลอดกลางวัน  ครั้นค่ำลง  ต้องออกจากวิมานไปรับกรรมกรเหมือนสัตว์นรกตลอดกลางคืน  พอสว่างก็กลับวิมานได้อีก 
              อสุรกาย  ในบาลีไม่กล่าวถึงเลย  ในอรรถกถาก็ได้พบเพียงสักว่าชื่อ  ในปทานุกรมสํสกฤต  แก้อสุรศัพท์ว่าผู้เป็นอยู่  อธิบายว่า  ได้แก่ผีเป็นอทิสสมานกาย  ประเภทที่ชั่ว  ตรงกับผีไม่มีชื่อผู้เที่ยวหลอกมนุษย์ให้ตกใจกลัว  ผีแปลกจากเปรตเพราะเที่ยวหลอก  เปรตไม่หลอก  เป็นแต่คนไปพบเข้าเอง  หรือเมื่อจะร้องทุกข์แก่คน  ก็แสดงตัวให้เห็นเป็นอทิสสมานกายหรือไม่  ไม่ชัดนัก  แต่กล่าวถึงทั้ง    อย่าง  อาหารของสัตว์นรก  ท่านกล่าวว่ากรรม  อาหารของสัตว์ดิรัจฉาน เป็นตามประเภทของมัน  ที่เป็นส่วนใหญ่  ของเกิดในสรีระแห่งสัตว์ด้วยกันเป็นต้นว่า  เนื้อและเลือดก็มี  ของนับเข้าในภูตคาม  เป็นต้นว่า  หญ้าและใบไม้ก็มี  อาหารของเปรต  ท่านกล่าวว่ากรรมด้วย  ผลทานอันญาติมิตรผู้ยังเป็นอยู่ในมนุษยโลกบริจาคแล้วอุทิศไปถึงด้วย  อาหารของอสุรกายไม่ได้ระบุไว้ชัด  เทียบอาหารของยักษ์เลว ๆ ของเกิดในสรีระแห่งสัตว์ด้วยกันไม่เลือกว่าดีหรือเสีย  สกปรกหรือไม่  ข้าพเจ้าจักเปรียบสัตว์นรก  เปรต  อสุรกาย  เพื่อเป็นทางสันนิษฐาน  สัตว์นรก  เช่นคนโทษถูกรับอาญาแผ่นดิน  ต้องเสวยกรรมกรณ์อยู่ในพันธนาคาร  แต่รัฐบาลให้อาหารกินไม่อดอยากมากนัก  เปรต เช่น  คนตกทุกข์ได้ยากหากินในทางเที่ยวขอทาน  อสุรกาย  เช่น  คนอดอยากอย่างนั้นแล้ว  เที่ยวลอบทำโจรกรรมในค่ำคืน  ตลอดถึงการหลอกลวงเอาทรัพย์ของผู้อื่น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘