นิพพานมี ๒ อย่าง
ในทุกนิบาต อิติวุตตกะ ทรงแจกนิพพานไว้ ๒ อย่าง คือ
๑. สอุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสมีอุปาทิเหลืออยู่
๒. อนุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสไม่มีอุปาทิเหลือ
อุปาทิ แปลว่า สิ่งที่กรรมและกิเลสเข้ายึดโดยความเป็นผล ได้แก่ ขันธ์ ๕ อันเป็นผลแห่งกรรมและกิเลส ในที่นี้หมายถึง ขันธ์ ๕ ของพระอรหันต์
สมเด็จ ฯ ทรงแสดงพระมติว่า อุปาทิ แปลว่า ผู้ครอง อันเป็นปัจจัยแห่งการคิด การพูด การทำ ได้แก่ สิ่งที่เรียกโดยอภิธรรมนัยว่า จิต จิตนี้ เป็นผู้คิด เป็นปัจจัยแห่งกายวิญญัติ คือ การไหวกาย และวจีวิญญัติ คือการไหววาจา หรือเปล่งเสียง
ทรงสรุปนิพพานในสูตรนี้ว่า ความสิ้นอาสวะแต่จริมกจิต ( จิตสุดท้าย ) ยังทรงอยู่ กล่าวคือ สำเร็จพระอรหัต เป็นสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ ครั้นจริมกจิตดับแล้ว เป็นอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ