นิพพานมี ๒ อย่าง

                  ในทุกนิบาต  อิติวุตตกะ  ทรงแจกนิพพานไว้    อย่าง  คือ
                  ๑.   สอุปาทิเสสนิพพาน  ดับกิเลสมีอุปาทิเหลืออยู่
                  ๒.  อนุปาทิเสสนิพพาน  ดับกิเลสไม่มีอุปาทิเหลือ
                  อุปาทิ  แปลว่า  สิ่งที่กรรมและกิเลสเข้ายึดโดยความเป็นผล  ได้แก่  ขันธ์    อันเป็นผลแห่งกรรมและกิเลส  ในที่นี้หมายถึง  ขันธ์    ของพระอรหันต์

                  สมเด็จ ฯ   ทรงแสดงพระมติว่า  อุปาทิ  แปลว่า  ผู้ครอง  อันเป็นปัจจัยแห่งการคิด    การพูด  การทำ  ได้แก่  สิ่งที่เรียกโดยอภิธรรมนัยว่า  จิต  จิตนี้  เป็นผู้คิด  เป็นปัจจัยแห่งกายวิญญัติ  คือ  การไหวกาย  และวจีวิญญัติ  คือการไหววาจา  หรือเปล่งเสียง
                  ทรงสรุปนิพพานในสูตรนี้ว่า   ความสิ้นอาสวะแต่จริมกจิต    ( จิตสุดท้าย )  ยังทรงอยู่    กล่าวคือ    สำเร็จพระอรหัต    เป็นสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ   ครั้นจริมกจิตดับแล้ว    เป็นอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘