วิปัสสนาญาณ ๙

ความบริสุทธิ์ภายในย่อมดีด้วยปัญญา  อันเกิดจากวิปัสสนาญาณ
            ผู้พิจารณามาเห็นด้วยปัญญาว่า  สังขารไม่เที่ยง  เพราะเพ่งความเกิดและความดับ      นี้เป็นอุทยัพพยญาณ  คือ  เห็นเกิดดับ

                  เพราะเพ่งความแปรในชั่วขณะ  จัดเป็นภังคญาณ  คือ  เห็นย่อยยับ
                  เพราะเห็นสังขารย่อยยับ  จึงเห็นสังขารเป็นของน่ากลัว  จัดเป็นภยตูปัฏฐานญาณ
                  เล็งเห็นสังขารว่าเป็นทุกข์  นี้จัดเป็นอาทีนวญาณ  คือ  เห็นโทษ
                  ความหน่ายในลำดับ  (การเห็นโทษ)  เป็นนิพพิทาญาณ
                  นิพพิทานั้นย่อมเป็นปฏิปทาเครื่องสาวไปถึงความเป็นผู้ใคร่จะปลดอุปาทานเสีย  อันจัดเป็นมุญจิตุกัมยตาญาณ
                  ความพิจารณาหาอุบาย  จัดเป็นปฏิสังขาญาณ
                  ความวางเฉยในสังขาร  จัดเป็นสังขารุเปกขาญาณ  โดยลำดับกัน
                  แต่นั้น จัดเป็นสัจจานุโลมิกญาณ  คือ  เห็นอนุโลมอริยสัจ (เลื่อนไหลไปฝั่งโลกุตตระ)  เป็นวิปัสสนาญาณคำรบ    อยู่ในหัวต่อแห่งภาวะเป็นปุถุชน  และภาวะเป็นอริยะ  โคตรภูญาณก็เรียก  หมายความว่า  ญาณครอบโคตร  คือ  ล่วงภาวะเดิม  (แต่ก็ยังไม่ได้บรรลุมรรค)            ต่อแต่นี้เป็นวาระแห่งอริยมรรค  และอริยผล  โดยลำดับกัน 

             นิพพิทา      ชื่อว่าเป็นทางแห่งวิสุทธิด้วยประการฉะนี้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘