มิจฉาทิฏฐิ

              เจตนาเป็นเหตุให้เห็นผิด  เพราะไม่มีการถือเอาตามความเป็นจริง  คัดค้านข้อประพฤติปฏิบัติของสัตบุรุษทั้งหมด  โดยนัยเป็นต้นว่า  ทานที่ให้แล้วไม่มีผล  ชื่อว่า  มิจฉาทิฏฐิ

นิยตมิจฉาทิฏฐิ    อย่าง

              .  นัตถิกทิฏฐิ  ความเห็นว่าผลกรรมไม่มี  เช่นเห็นว่า  ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี  โลกนี้ไม่มี  โลกหน้าไม่มี  บิดามารดาไม่มีบุญคุณต่อบุตรธิดา เป็นต้น

              .  อเหตุกทิฏฐิ  ความเห็นว่าไม่มีเหตุ  คือ  เหตุแห่งความเศร้าหมอง  ความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลายไม่มี  สัตว์ทั้งหลายเศร้าหมองเอง  บริสุทธิ์เอง  ทุกข์เอง  สุขเอง  ไม่มีอำนาจ  ไม่มีกำลัง  ไม่มีความเพียรอะไร  ที่จะสามารถทำให้สัตว์ทั้งหลายเศร้าหมองและบริสุทธิ์ได้  ดังนั้น  อเหตุกทิฏฐิ  ก็คือ   ความเห็นว่ากรรมไม่มีนั่นเอง
              .  อกิริยทิฏฐิ  ความเห็นว่าไม่เป็นอันทำ  หมายความว่า  เมื่อคนทำบาป  มีการฆ่าสัตว์  ลักทรัพย์  เป็นต้น  ก็ไม่จัดว่าเป็นการทำบาป  เมื่อคนให้ทาน  รักษาศีล  เป็นต้น  ก็ไม่จัดว่า  เป็นการทำบุญ  ดังนั้น  อกิริยทิฏฐิ  ก็คือความเห็นว่ากรรมและผลของกรรมไม่มี  นั่นเอง
              มิจฉาทิฏฐิ    อย่างนี้  อย่างใดอย่างหนึ่ง  ล้วนปฏิเสธกรรมและผลของกรรมอย่างสิ้นเชิง   จัดเป็นกรรมบถ  ส่วนมิจฉาทิฏฐินอกจากนี้  มีสักกายทิฏฐิ  ๒๐  หรือทิฏฐิ  ๖๒  เป็นต้น  เป็นเพียงกรรมเท่านั้น
              มิจฉาทิฏฐิ  จะสำเร็จเป็นกรรมบถได้  ต้องประกอบด้วยองค์    คือ
                        .  เรื่องไม่จริง
                        .  เรื่องไม่จริงนั้น  ไม่เป็นไปตามที่มิจฉาทิฏฐิยึดถือ

              มิจฉาทิฏฐินั้น  มีโทษมาก  เพราะเหตุ    ประการ  คือ
                        .  เพราะมีอาเสวนะ  (ความเสพคุ้น)  มาก
๒.        เพราะเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘