๓๕. ประวัติ พระอุปเสนเถระ
๑. สถานะเดิม
พระอุปเสนเถระ นามเดิม อุปเสนมาณพ หรือ อุปเสนวังคันตบุตร
บิดาชื่อ วังคันตพราหมณ์
มารดาชื่อ สารีพราหมณี
เกิดที่หมู่บ้านนาลันทา แคว้นมคธ เป็นคนวรรณะพราหมณ์
๒. ชีวิตก่อนบวช
อุปเสนมาณพมีพี่ชาย ๒ คน คือ อุปติสสะและจุนทะ น้องชาย ๑ คน คือ เรวตะ น้องสาว ๓ คน คือ นางจาลา นางอุปจารา และนางสุปจารา ครั้นเติบโตแล้วได้ศึกษาไตรเพทตามลัทธิพราหมณ์
๓. มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา
อุปเสนมาณพก็เหมือนกับพระสาวกโดยมาก คือ ได้ฟังกิตติศัพท์ของพระศาสดาจึงเข้าไปเฝ้าฟังพระธรรมเทศนาแล้ว เกิดศรัทธา ปรารถนาจะบวชในพระพุทธศาสนา พระศาสดาทรงบวชให้ตามประสงค์
๔. การบรรลุธรรม
ครั้นได้บวชในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังไม่ทันได้พรรษา คิดว่าจะสร้างพระอริยะให้พระศาสนาให้มากที่สุด จึงบวชให้กุลบุตรคนหนึ่ง แล้วพาไปเฝ้าพระศาสดา ถูกพระศาสดาติเตียนว่าไม่เหมาะสม เพราะอุปัชฌาย์ก็ยังไม่ได้พรรษา สิทธิวิหาริกก็ยังไม่ได้พรรษา ท่านคิดว่าเราอาศัยบริษัทจึงถูกพระศาสดาติเตียน แต่เราก็จะอาศัยบริษัทนี่แหละทำให้พระศาสดาเลื่อมใส จึงพากเพียรภาวนา ในไม่ช้าได้สำเร็จพระอรหัตผลสมาทานธุดงค์และสอนผู้อื่นให้สมาทานด้วย มีสัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกมากมายคราวนี้พระศาสดาทรงสรรเสริญท่าน
๕. งานประกาศพระศาสนา
พระอุปเสนเถระ ครั้นบรรลุพระอรหัตผลแล้ว ได้สมาทานประพฤติธุดงคธรรมทั้งหมด และสอนผู้อื่นให้สมาทานประพฤติธุดงคธรรมนั้นด้วย จึงเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของประชาชนทุกชั้นวรรณะ และพากันบวชในสำนักของท่าน
๖. เอตทัคคะ
พระศาสดาทรงอาศัยความที่ท่านเป็นที่เลื่อมใสของคนทุกชั้นวรรณะนั้น จึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งอันเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใสโดยรอบด้าน
๗. ธรรมวาทะ
ในที่ชุมชน ผู้เป็นบัณฑิต พึงแสดงตนที่ไม่โง่ ที่ไม่ได้เป็นใบ้ เหมือนกับคนโง่และคนเป็นใบ้ ( ในบางครั้ง ) ไม่ควรพูดยืดยาวเกินเวลา คนที่ไม่เสียใจกับสิ่งที่ผ่านไป ไม่เพ้อฝันถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ดำเนินชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ผู้นั้นท่านเรียกว่า สันโดษ
๘. ปรินิพพาน
พระอุปเสนเถระ ได้เป็นพระขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ เสร็จกิจส่วนตัวของท่านแล้วได้ทำหน้าที่ของพระสงฆ์ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน ตามสมควรแก่เวลา แล้วได้ปรินิพพานดับไปเหมือนกับไฟที่หมดเชื้อ