๑๔. ประวัติ พระภัททิยเถระ

.  สถานะเดิม
              พระภัททิยเถระ  พระนามเดิม  ภัททิยะ
              พระมารดา  พระนามว่า  กาฬีโคธาราชเทวี  เป็นพระนางศากยกัญญาในนครกบิลพัสดุ์
              เกิดที่พระนครกบิลพัสดุ์ ในวรรณะกษัตริย์
              พระภัททิยเถระ  ก่อนบวชเป็นเจ้าชายเชื้อสายศากยะพระองค์หนึ่ง  มีพระสหายสนิท  คือ  เจ้าชายอนุรุทธะ  เจ้าชายอานนท์  เจ้าชายภคุ  เจ้าชายกิมพิละ  และเจ้าชายเทวทัตแห่งเมืองเทวทหะ
๒.  มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา
              เมื่อเจ้าภัททิยะทรงเจริญวัยแล้ว  ได้เสวยราชสมบัติสืบศากยวงศ์  ต่อมา  ถูกเจ้าชายอนุรุทธะ  ซึ่งเป็นพระสหายสนิทชักชวนให้ออกบวช  จึงได้ทูลลาพระมารดาสละราชสมบัติเสด็จออกไปเฝ้าพระศาสดา  ที่อนุปิยนิคมแคว้นมัลละและได้ผนวชพร้อมด้วยพระราชกุมาร    พระองค์  คือ  อนุรุทธะ  อานันทะ  ภคุ  กิมพิละ  และเทวทัต  รวมทั้งนายภูษามาลา  นามว่า  อุบาลีด้วย  จึงเป็น    คน
              พระภัททิยะ  บรรพชาอุปสมบทแล้วไม่นาน  เป็นผู้ไม่ประมาท  พากเพียรพยายามบำเพ็ญสมณธรรม  ก็ได้บรรลุพระอรหัตผลภายในพรรษาที่บวชนั่นเอง
๓.  งานประกาศศาสนา
              พระภัททิยะเถระนี้  ท่านจะอยู่ตามโคนไม้ ป่าช้าและเรือนว่าง  จะเปล่งอุทานเสมอว่า  สุขหนอๆ  พระศาสดาทรงเรียกท่านมา  แล้วตรัสถามว่า   จริงหรือภัททิยะที่เธอเปล่งอุทานอย่างนั้น   ท่านกราบทูลว่า   จริงพระเจ้าข้า   เธอมีความรู้สึกอย่างไรจึงได้เปล่งอุทานเช่นนั้น                                   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน  ต้องจัดการรักษาป้องกันทั้งภายใน  และภายนอกทั่วอาณาเขต  แม้ข้าพระองค์จัดการอารักขาอย่างนี้ก็ยังต้องหวาดสะดุ้งกลัวภัยอยู่เป็นนิตย์  แต่บัดนี้ข้าพระองค์ถึงจะอยู่ป่า  โคนต้นไม้  หรือในเรือนว่าง  ก็ไม่รู้สึกหวาดกลัว หรือสะดุ้งต่อภัยใด ๆ  เลย  อาศัยอาหารที่ผู้อื่นให้เลี้ยงชีพวันละมื้อ  จิตใจเป็นอิสระ  ไม่มีพันธะใด ๆ  ข้าพระองค์มีความรู้สึก  อย่างนี้  จึงเปล่งอุทานอย่างนั้น  พระเจ้าข้า  พระศาสดาทรงทราบเช่นนั้น  จึงชมเชยท่าน  ปฏิปทาของท่านนำมาซึ่งความเลื่อมใสของคนทั้งหลายเป็นจำนวนมาก
๔.  เอตทัคะ
              พระภัททิยเถระนี้  ท่านเกิดในวรรณะกษัตริย์ และได้เสวยราชสมบัติเป็นราชาแล้ว  ได้สละราชสมบัติออกบวชด้วยเหตุนั้น  จึงได้รับการยกย่องจากพระศาสดาว่า  เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้เกิดในตระกูลสูง
๕.  บุญญาธิการ
              แม้พระภัททิยเถระนี้ ก็ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นอุปนิสัยปัจจัยแห่งพระนิพพาน  ในพุทธุปบาทกาลแห่งพระปทุมุตตรศาสดา  ได้เกิดในตระกูลอันสมบูรณ์  ด้วยสมบัติ  เจริญวัย  ได้ภรรยาและบุตรธิดาแล้วมีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส  ต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  นำเสด็จมาสู่เรือนของตน  ได้ถวายภัตตาหารแล้วได้ถวายอาสนะที่ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดอันงดงาม  ต่อมาได้ทำบุญมีทาน  ศีล และภาวนาเป็นประธาน  ตลอดกาลยาวนาน  จนได้บรรลุสาวกบารมีญาณในชาติสุดท้าย  ฆราวาสวิสัยได้เป็นราชา  ออกบรรพชาได้สำเร็จพระอรหันต์
๖.  ธรรมวาทะ
              ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  เมื่อก่อนโน้น  ข้าพระองค์ครองราชสมบัติ  ได้จัดการอารักขาไว้อย่างดีในที่ทุกสถาน  ถึงกระนั้นก็ยังอยู่ด้วยความกลัวภัย  หลับไม่สนิทมีจิตคิดระแวง  แต่บัดนี้  ข้าพระองค์บวชแล้ว  อยู่อย่างไม่มีภัย  ไม่มีเรื่องให้ต้องคิดระแวง
๗.  ปรินิพพาน
              พระภัททิยเถระนี้  ท่านได้บรรลุผลสูงสุดในพระพุทธศาสนา  สิ้นชาติ  สิ้นภพ  อยู่จบพรหมจรรย์  กิจส่วนตัวของท่านไม่มี  มีแต่หน้าที่ประกาศศาสนา  นำมาซึ่งประโยชน์และความสุขแก่สังคม  สุดท้ายท่านได้ปรินิพพานตามธรรมดาของสังขารที่เกิดมาแล้วต้องดับไป

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘