ทรงเลิกทุกรกิริยา
พระมหาสัตว์ทรงปรารภถึงทุกขเวทนาอันเกิดจากการบำเพ็ญเพียรของพระองค์ว่า สมณพราหมณ์ทั้งในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ที่ได้รับทุกขเวทนาอันเกิดจากการบำเพ็ญเพียรอย่างมากที่สุดก็เท่ากับที่เราได้รับนี้เท่านั้น จะไม่มีใครได้รับมากไปกว่านี้ แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่ทางตรัสรู้เลย หรือจะมีหนทางอื่นจากการประพฤติทุกรกิริยานี้บ้าง
ครั้งนั้น สตานุสารีวิญญาณ คือ ความรู้แจ้งไปตามสติที่ระลึกถึงสมาธิซึ่งเคยได้ที่โคนต้นหว้าในสมัยทรงพระเยาว์ คราวที่พระราชบิดาทรงทำวัปปมงคล ว่า สมาธินั้นน่าจะเป็นทางตรัสรู้
พระมหาบุรุษจึงทรงเลิกประพฤติทุกรกิริยาเสียแล้วทรงเสวยพระกระยาหารตามปกติ เพื่อให้ร่างกายมีกำลัง จะได้บำเพ็ญเพียรทางจิตต่อไป
ครั้งนั้น เบญจวัคคีย์ คือ นักบวช ๕ รูป ที่ตามเสด็จออกบวชคอยเฝ้าปรนนิบัติเพื่อหวังคำสั่งสอนหลังจากที่ทรงตรัสรู้แล้ว ได้เห็นพระมหาสัตว์เสวยพระกระยาหาร จึงเกิดอาการเบื่อหน่าย ว่าคงจะไม่ได้ตรัสรู้จึงหนีไปอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
การที่พวกเบญจวัคคีย์หนีไปเช่นนั้น ก่อให้เกิดผลดีแก่พระมหาสัตว์ ภายหลังจากตรัสรู้แล้วว่าการประพฤติทุกรกิริยาไม่ใช่หนทางตรัสรู้ โดยมีเบญจวัคคีย์เป็นประจักษ์พยาน