๓๖. ประวัติ พระขทิรวนิยเรวตเถระ

๑.  สถานะเดิม
              พระขทิรวนิยเรวตเถระ นามเดิม เรวตะ  แต่เมื่อบวชแล้วท่านพำนักอยู่ในป่าไม้ตะเคียน  จึงมีชื่อว่า  ขทิรวนิยเรวตะ
              บิดาชื่อ  วังคันตพราหมณ์
              มารดาชื่อ  นางสารีพราหมณี
              เกิดที่บ้านลันทา  แคว้นมคธ  เป็นคนวรรณะพราหมณ์

๒.  ชีวิตก่อนบวช
              เรวตะ  เป็นบุตรชายคนเล็กของครอบครัว  เหลืออยู่คนเดียว  ส่วนคนอื่นบวชกันหมดแล้ว  บิดาและมารดาจึงหาวิธีผูกมัด  โดยจัดให้แต่งงานตั้งแต่มีอายุได้    ขวบ
๓.  มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา
              ครั้นถึงวันแต่งงาน  บิดาและมารดาแต่งตัวให้เรวตะอย่างภูมิฐาน  นำไปยังบ้านของนางกุมาริกา  ขณะทำพิธีมงคลสมรสรดน้ำสังข์  ได้นำญาติผู้ใหญ่ทั้ง    ฝ่ายไปอวยพร  ถึงลำดับยายแห่งนางกุมาริกา  ซึ่งมีอายุ  ๑๒๐  ปี  เข้ามาอวยพร  คนทั้งหลายให้พรคู่สมรสทั้งสองว่า  ขอให้มีอายุมั่นขวัญยืนเหมือนกับยายนี้
              เรวตะได้ฟังดังนั้น  มองดูคุณยาย  ผมหงอก  ฟันหัก  หนังเหี่ยว  หลังโกง  เนื้อตัวสั่นเทา  รู้สึกสลดใจกับการที่ตนเองจะต้องอยู่ในสภาพเช่นนั้นในวันหนึ่งข้างหน้า  เมื่อเสร็จพิธีญาติจึงพาเขากลับบ้าน  ในระหว่างทางเขาได้หาอุบายหนีไปยังสำนักของภิกษุผู้อยู่ป่า  ขอบรรพชากับท่าน  ภิกษุนั้นก็จัดการบวชให้  เพราะพระสารีบุตรได้สั่งไว้ว่า  ถ้าน้องชายของท่านมาขอบวชให้บวชได้เลย  เพราะโยมบิดาและมารดาของท่านเป็นมิจฉาทิฏฐิ
๔.  การบรรลุธรรม
              สามเณรเรวตะ ครั้นอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ก็ได้อุปสมบทเป็นภิกษุ  เรียนกรรมฐานในสำนักอุปัชฌาย์อาจารย์แล้ว ได้ไปอาศัยอยู่ในป่าไม้ตะเตียน บำเพ็ญเพียรภาวนา  ในไม่ช้าก็ได้บรรลุพระอรหัตผล  เป็นพระขีณาสพอยู่จบพรหมจรรย์
๕.  งานประกาศพระศาสนา
              พระเรวตเถระนี้  แม้ตำนานไม่ได้กล่าวว่าท่านได้ใครมาเป็นสัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกก็ตาม  แต่ปฏิปทาเกี่ยวกับการอยู่ป่าของท่าน  ก็นำมาซึ่งความเลื่อมใสของผู้ที่ได้รู้จักในสมัยนั้น  และได้ศึกษาประวัติของท่านในภายหลังต่อมา  แม้แต่องค์พระศาสดาและมหาสาวกยังไปเยี่ยมท่านถึงป่าไม้ตะเคียนที่ท่านจำพรรษาอยู่
๖.  เอตทัคคะ
              เพราะท่านพระขทิรวนิยเรวตเถระนี้ชอบอาศัยอยู่ในป่า  องค์พระศาสดาจึงทรงตั้งไว้ในตำแหน่งอันเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ป่า
๗.  ธรรมวาทะ
              ตั้งแต่อาตมภาพ  สละเรือนออกบวช  ยังไม่เคยรู้จักความคิดอันเลวทรามประกอบด้วยโทษ  ไม่เคยรู้จักความคิดว่า  ขอสัตว์เหล่านี้จงเดือดร้อน  จงถูกฆ่า  จงประสบความทุกข์  อาตมภาพรู้จักแต่การเจริญเมตตาจิต  อย่างหาประมาณมิได้  ซึ่งอาตมภาพค่อย ๆ  สะสมมาโดยลำดับ  ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้
๘.  ปรินิพพาน
              พระขทิรวนิยเรวตเถระ  ครั้นสำเร็จพระอรหัตผลแล้ว  ได้ปฏิบัติหน้าที่ของพระสงฆ์เพื่อประโยชน์  เพื่อความสุขแก่มหาชนตามสมควรแก่เวลา  แล้วได้ปรินิพพานจากไปตามสัจธรรมของชีวิต

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘