ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นเอก สอบในสนามหลวง วันศุกร์ ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓
1. พระพุทธเจ้าตรัสชวนพุทธบริษัทให้มาดูโลก เพื่อประโยชน์ใด ?
ก. ให้เห็นคุณและโทษ ข. ให้เกิดความเบื่อหน่าย
ค. ให้เกิดความเพลิดเพลิน ง. ให้เกิดความไม่ประมาท
คำตอบ : ก
2. ทำอย่างไร ถึงจะไม่ข้องอยู่ในโลก ?
ก. ออกบวช ข. ปรารถนาไม่เกิดอีก
ค. ไม่ยุ่งกับใคร ง. ไม่ติดในสิ่งล่อใจ
คำตอบ : ง
3. ผู้ไม่ข้องอยู่ในโลก จะได้รับผลอย่างไร ?
ก. เป็นคนรู้ทันโลก ข. พ้นจากความวุ่นวาย
ค. เป็นอิสระแก่ตน ง. เป็นคนมีอุเบกขา
คำตอบ : ค
4. เจตสิกที่เป็นกิเลสกามเกี่ยวข้องกับจิตอย่างไร ?
ก. ทำให้จิตผ่องใส ข. ทำให้จิตเศร้าหมอง
ค. ทำให้จิตอ่อนแอ ง. ทำให้จิตเข้มแข็ง
คำตอบ : ข
5. รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่น่าใคร่ ตรงกับข้อใด ?
ก. กิเลสกาม ข. วัตถุกาม
ค. กามโอฆะ ง. กามโยคะ
คำตอบ : ข
6. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะตัดบ่วงแห่งมารได้เป็นสมุจเฉทปหาน ?
ก. เจริญวิปัสสนา ข. สำรวมอินทรีย์
ค. เข้าฌานสมาบัติ ง. มนสิการกัมมัฏฐาน
คำตอบ : ก
7. ผู้ใดเห็นตามจริงด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ผู้นั้น...?
ก. ย่อมเมาในทุกข์ ข. ย่อมพ้นจากทุกข์
ค. ย่อมหมดสิ้นทุกข์ ง. ย่อมหน่ายในทุกข์
คำตอบ : ง
8. ความต่างกันแห่งสังขาร มีได้เพราะอะไร ?
ก. บุญ ข. บาป
ค. กุศล ง. กรรม
คำตอบ : ง
9. หน่ายอะไร จัดเป็นนิพพิทา ?
ก. หน่ายสังขาร ข. หน่ายสังคม
ค. หน่ายการเรียน ง. หน่ายการงาน
คำตอบ : ก
10. คนและสัตว์ จัดเป็นสังขารประเภทใด ?
ก. วิสังขาร ข. ปุญญาภิสังขาร
ค. อุปาทินนกสังขาร ง. อนุปาทินนกสังขาร
คำตอบ : ค
11. ในปฏิปทาแห่งนิพพิทา ใครเห็นปัญจขันธ์ไม่เที่ยงแล้วเกิดความหน่าย ?
ก. บรรพชิต ข. คฤหัสถ์
ค. ปุถุชน ง. อริยสาวก
คำตอบ : ง
12. อนิจจตา มีลักษณะเช่นไร ?
ก. ทนอยู่ไม่ได้ ข. หาเจ้าของไม่ได้
ค. เกิดแล้วเสื่อมไป ง. ไม่อยู่ในอำนาจ
คำตอบ : ค
13. อนิจจลักษณะไม่ปรากฎในที่ใด ?
ก. นรก ข. สวรรค์
ค. พรหมโลก ง. นิพพาน
คำตอบ : ง
14. ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา จัดเข้าในทุกข์ประเภทใด ?
ก. วิปากทุกข์ ข. ปกิณกทุกข์
ค. สันตาปทุกข์ ง. สหคตทุกข์
คำตอบ : ข
15. หนาว ร้อน หิว กระหาย จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?
ก. สภาวทุกข์ ข. วิปากทุกข์
ค. นิพัทธทุกข์ ง. สหคตทุกข์
คำตอบ : ค
16. ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข โทมนัส จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?
ก. นิพัทธทุกข์ ข. วิปากทุกข์
ค. ปกิณกทุกข์ ง. สหคตทุกข์
คำตอบ : ง
17. ข้อใด จัดเป็นวิปากทุกข์ ?
ก. กลัวแพ้คดี ข. กลัวไม่มีงานทำ
ค. หิว กระหายน้ำ_ง. ร้อนใจจากการทุจริต
คำตอบ : ง
18. คำว่า คนตื่นแล้วย่อมไม่เห็นอารมณ์ในความฝัน ฉันใด บ่งถึงสังขารใน
ลักษณะใด ?
ก. เป็นสภาพว่าง ข. เป็นสภาพหายไป
ค. ไม่อยู่ในอำนาจ ง. เป็นไปตามเหตุปัจจัย
คำตอบ : ข
19. ชีวิตไม่ได้ดั่งใจหวังเสมอไป ตรงกับอนัตตลักษณะข้อใด ?
ก. ไม่อยู่ในอำนาจ ข. เป็นสภาพสูญ
ค. หาเจ้าของมิได้ ง. เป็นไปตามเหตุปัจจัย
คำตอบ : ก
20. เมื่อรู้ว่า สังขารเป็นไปตามเหตุปัจจัย พึงปฏิบัติอย่างไร ?
ก. มีสุขทุกเมื่อ ข. มีทุกข์ทุกเมื่อ
ค. มีสติทุกเมื่อ ง. วางเฉยทุกเมื่อ
คำตอบ : ค
21. วิราคะ เกิดจากข้อใด ?
ก. ความสงบ ข. ความหลุดพ้น
ค. ความบริสุทธิ์ ง. ความหน่ายสังขาร
คำตอบ : ง
22. ความนำออกเสียซึ่งความระหาย หมายถึงนำอะไรออก ?
ก. วัฏฏะ ข. ตัณหา
ค. อาลัย ง. ความเมา
คำตอบ : ข
23. วิมุตติข้อใด เป็นของปุถุชน ?
ก. สมุทเฉทวิมุตติ ข. วิกขัมภนวิมุตติ
ค. นิสสรณวิมุตติ ง. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
คำตอบ : ข
24. วิมุตติข้อใด จัดเป็นโลกิยะ ?
ก. สมุจเฉทวิมุตติ ข. ตทังควิมุตติ
ค. นิสสรณวิมุตติ ง. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
คำตอบ : ข
25. วิกขัมภนวิมุตติ เป็นความหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งอะไร ?
ก. ฌาน ข. ญาณ
ค. ปัญญา ง. สัทธา
คำตอบ : ก
26. ข้อใด จัดเป็นทางแห่งวิสุทธิ ?
ก. วิมุตติ ข. นิพพิทา
ค. วิราคะ ง. นิพพาน
คำตอบ : ข
27. ความบริสุทธิ์ภายใน ย่อมมีด้วยอะไร ?
ก. สมถะ ข. สมาธิ
ค. ฌาน ง. ปัญญา
คำตอบ : ง
28. ทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง ไม่ทำบาปเองย่อมหมดจดเอง ตรงกับข้อใด ?
ก. บุญบาปไม่มี ข. บุญบาปเกิดจากตนเอง
ค. บุญบาปเกิดเอง ง. บุญบาปเกิดจากเทพเจ้า
คำตอบ : ข
29. จุติอย่างไร จึงจะไปเกิดในภพที่ดี ?
ก. นึกถึงพระอรหันต์ ข. อธิษฐานจิตไปสวรรค์
ค. เจริญเทวตานุสสติ ง. ทำจิตไม่ให้เศร้าหมอง
คำตอบ : ง
30. ข้อใด ไม่ใช่สัมมาวายามะ ?
ก. พยายามระงับปัญหา ข. พยายามป้องกันปัญหา
ค. พยายามหนีปัญหา ง. พยายามพัฒนาสิ่งดีงาม
คำตอบ : ค
31. จงพอกพูนทางแห่งความสงบ อะไรเรียกว่า ทาง ?
ก. ไตรทวาร ข. วิสุทธิ ๗
ค. ไตรสิกขา ง. มรรค ๘
คำตอบ : ก
32. โลกามิส เป็นอุปสรรคของธรรมใด ?
ก. วิสุทธิ ข. วิมุตติ
ค. วิราคะ ง. สันติ
คำตอบ : ง
33. ข้อใด เป็นทางสันติภาพแท้ ตามวิถีพุทธ ?
ก. เคารพสิทธิมนุษยชน ข. ทำกาย วาจา ใจ ให้สงบ
ค. เคารพกฎหมายบ้านเมือง ง. พยายามปรับปรุงตัวเอง
คำตอบ : ข
34. อนฺโต ทุกฺขสฺส ที่สุดแห่งทุกข์ ตรงกับข้อใด ?
ก. ฌาน ข. มรรค
ค. นิพพาน ง. วิมุตติ
คำตอบ : ค
35. ข้อใด ไม่ใช่วิธีปลูกฉันทะในนิพพาน ?
ก. ทำกิจที่ควรทำข. ทำทุกรกิริยา
ค. ไม่เป็นผู้อยู่เปล่า ง. อยู่ด้วยความไม่มีภัย
คำตอบ : ข
36. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะเข้าใกล้พระนิพพาน ?
ก. รักษาศีลเป็นประจำข. ฝึกสมาธิเป็นนิตย์
ค. ฟังธรรมสม่ำเสมอ ง. เห็นภัยในความประมาท
คำตอบ : ง
37. ข้อใด กล่าวถึงสอุปาทิเสสนิพพานได้ถูกต้อง ?
ก. สิ้นกิเลส มีชีวิตอยู่ ข. ปฏิบัติเพื่อละกิเลส
ค. สิ้นกิเลส สิ้นชีวิต ง. สิ้นชีวิต มีกิเลสอยู่
คำตอบ : ก
38. สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกสมาธิ คือข้อใด ?
ก. นิวรณ์ ข. กามคุณ
ค. วิปลาส ง. อุปกิเลส
คำตอบ : ก
39. คนมักง่วงนอน ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?
ก. กสิณ ข. มูลกัมมัฏฐาน
ค. พรหมวิหาร ง. พุทธานุสสติ
คำตอบ : ง
40. อิริยาบถใด ไม่เหมาะแก่ผู้เริ่มเจริญกัมมัฏฐาน ?
ก. ยืน ข. เดิน
ค. นั่ง ง. นอน
คำตอบ : ง
41. มูลกัมมัฏฐาน ตรงกับข้อใด ?
ก. เบญจขันธ์ ข. อายตนภายใน
ค. ตจปัญจกะ ง. อายตนภายนอก
คำตอบ : ค
42. การเจริญกายคตาสติ มีประโยชน์อย่างไร ?
ก. ละความเห็นผิด ข. ละความเห็นแก่ตัว
ค. ละความโกรธ ง. ละความพอใจในกาม
คำตอบ : ง
43. คนหลงในรูปตนและคนอื่น ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?
ก. เมตตา ข. พุทธานุสสติ
ค. กายคตาสติ ง. จตุธาตุววัตถาน
คำตอบ : ค
44. การแผ่เมตตา ควรแผ่ไปในใครก่อน ?
ก. ตนเอง ข. มารดาบิดา
ค. มิตรสหาย ง. สัตว์ทั้งปวง
คำตอบ : ก
45. ข้อใด เป็นอานิสงส์ของการเจริญเมตตา ?
ก. ไม่มีอคติ ข. ไม่มีภัยเวร
ค. ไม่ประมาท ง. มีคนนับถือ
คำตอบ : ข
46. ข้อใด เป็นอานิสงส์ของการเจริญพุทธานุสสติ ?
ก. ได้รู้พุทธประวัติ ข. ให้เกิดปัญญา
ค. ให้มีความอดทน ง. ให้มีความอุตสาหะ
คำตอบ : ง
47. คนมีใจฟุ้งซ่านและรำคาญ ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?
ก. กสิณ ข. กายคตาสติ
ค. พุทธานุสสติ ง. จตุธาตุววัตถาน
คำตอบ : ก
48. ผู้จะเจริญวิปัสสนา ควรทำกิจใดก่อน ?
ก. ทำจิตใจให้สงบ ข. ชำระศีลให้บริสุทธิ์
ค. ชำระจิตให้บริสุทธิ์ ง. ทำความเห็นให้ตรง
คำตอบ : ข
49. กิจของวิปัสสนา ได้แก่ข้อใด ?
ก. กำจัดกิเลส ข. กำจัดโทสะ
ค. กำจัดโมหะ ง. กำจัดนิวรณ์
คำตอบ : ค
50. ผลของวิปัสสนา คือข้อใด ?
ก. มีจิตตั้งมั่น ข. เห็นนิพพานตามจริง
ค. เห็นโลกตามจริง ง. เห็นสังขารตามจริง
คำตอบ : ง