ทรงชนะมาร
ในสมัยนั้น พญามารเกรงว่า พระมหาบุรุษจะพ้นจากอำนาจแห่งตน จึงยกพลเสนามาผจญ แสดงฤทธิ์มีประการต่าง ๆ เพื่อจะยังพระมหาบุรุษให้ตกพระหฤทัยกลัวแล้วจะเสด็จหนีไป
พระองค์ทรงนึกถึงพระบารมี ๓๐ ทัศ ที่ได้ทรงบำเพ็ญมา ตั้งมหาปฐพีไว้ในที่เป็นพยาน แล้วทรงต่อสู้พระบารมี ๓๐ ทัศ นั้นเข้ามาช่วยผจญ ยังพญามารกับเสนาให้ปราชัย แต่ในเวลาพระอาทิตย์ยังไม่อัสดงคตแล้วบรรลุบุพเพนิวาสานุสสติญาณในปฐมยาม ได้จุตูปปาตญาณในมัชฌิมยาม ทรงใช้พระปัญญาพิจารณาปฏิจจสสมุปบาท ทั้งฝ่ายเกิด ฝ่ายดับ สาวหน้าสาวกลับไปมาในปัจฉิมยาม ก็ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ คือ อาสวักขยญาณ ในเวลาอรุณขึ้น
พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้พระปัญญาตรัสรู้ธรรมพิเศษเป็นเหตุถึงความบริสุทธิ์จากกิเลสาสวะ จึงได้พระนามว่า อรหํ และตรัสรู้ชอบโดยลำพังพระองค์เอง จึงได้พระนามว่า สมฺมาสมฺพุทฺโธ ๒ บทนี้ เป็นพระนามใหญ่ของพระองค์โดยคุณนิมิตอย่างนี้แล