กัลยาณธรรมในสิกขาบทที่ ๔

              ความมีสัตย์นั้น  ได้แก่กิริยาที่ประพฤติตนเป็นคนตรงมีอาการที่จะพึงเห็นในข้อต่อไปนี้
              ความเที่ยงธรรม  คือประพฤติเป็นธรรมในกิจการอันเป็นหน้าที่ของตน ไม่ทำให้ผิดกิจ     ด้วยอำนาจอคติ    ประการ คือ  ฉันทาคติ  ความเห็นแก่กัน    โทสาคติ ความเกลียดชังกัน       โมหาคติ  ความหลงไม่รู้ทัน    ภยาคติ  ความกลัว  พึงเห็นตัวอย่างผู้พิพากษา ผู้วินิจฉัยอรรถคดีโดยเที่ยงธรรม  เป็นต้น
              ความซื่อตรง คือความประพฤติตรงต่อบุคคลผู้เป็นมิตร  ด้วยการอุปการะเกื้อหนุนร่วมสุขร่วมทุกข์  คอยตักเตือนให้สติ  แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์  มีความรักใคร่กันจริง  ไม่คิดร้ายต่อมิตร      เช่น   ปอกลอกเอาทรัพย์สินเงินทองเป็นต้น  มิตรเช่นนี้ได้ชื่อว่า      ซื่อตรงต่อมิตร
              ความสวามิภักดิ์   คือความรักในเจ้า  (เจ้านายผู้ใหญ่)  ของตน  เมื่อได้ยอมยกบุคคลใดเป็นเจ้าของตนแล้ว  ก็ประพฤติซื่อสัตย์ไม่คิดคดต่อบุคคลนั้น  มีใจจงรัก  เป็นกำลังในสรรพกิจ      และป้องกันอันตราย   แม้ชีวิตก็ยอมตายแทนได้
              ความกตัญญู  คือ  ความรู้อุปการะที่ท่านได้ทำแล้วแก่ตน   เป็นคู่กับความกตเวที  คือ ความตอบแทนให้ท่านทราบว่า    ตนรู้อุปการะที่ท่านได้ทำแล้ว
                  บุคคลผู้ได้รับอุปการะจากท่านผู้ใดแล้ว  ยกย่องนับถือท่านผู้นั้น   ตั้งไว้ในที่ผู้มีบุญคุณ     เช่น  มารดา   บิดา   อาจารย์   เจ้านายเป็นต้น   ไม่แสดงอาการลบหลู่  และยกตนเทียบเสมอ      ได้ชื่อว่าคนกตัญญู
              ความมีสัตย์  ทำผู้มีศีลให้บริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติยิ่งขึ้น  ดังนี้  จึงได้ชื่อว่า เป็นกัลยาณธรรมในสิกขาบทที่ 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘