๔. ปัญญาวรรค คือ หมวดปัญญา

                   ๑๘.   อปฺปสฺสุตายํ  ปุริโส                     พลิวทฺโทว  ชีรติ
                                 มํสานิ  ตสฺส  วฑฺฒนฺติ                ปญฺญา  ตสฺส    วฑฺฒติ
                        คนผู้สดับน้อยนี้  ย่อมแก่ไป  เหมือนวัวแก่  อ้วนแต่เนื้อ  แต่ปัญญาไม่เจริญ
                                 ( พุท)                                                    ขุ.   .  ๒๕/๓๕.

                        ๑๙.   ชีวเตวาปิ  สปฺปญฺโญ                  อปิ  วิตฺตปริกฺขยา
                                 ปญฺญาย    อลาเภน                 วิตฺตวาปิ     ชีวติ
                        ถึงสิ้นทรัพย์  ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้  แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้
                                 ( มหากปปินเถร )                                      ขุ.  เถร.  ๒๖/๓๕๐.

                   ๒๐.ปญฺญวา  พุทฺธิสมฺปนฺโน                 วิธานวิธิโกวิโท
                                 กาลญฺญู  สมยญฺญู                   ราชวสตึ  วเส
                        ผู้มีปัญญา  ถึงพร้อมด้วยความรู้  ฉลาดในวิธีจัดการงานรู้กาลและรู้สมัยเขาพึงอยู่ในราชการได้
                        ( พุทธ )                                                             ขุ.  ชา.  มหา.  ๒๘ / ๓๓๙.

                   ๒๑.  ปญญา  หิ  เสฏฺฐา  กุสลา  วทนฺติ
                                 นกฺขตฺตราชาริว  ตารกานํ
                                 สีลํ  สิรี  จาปิ  สตญฺจ  ธมฺโม
                                 อนฺวายิกา  ปญฺญวโต  ภวนฺติ
                        คนฉลาดกล่าวว่า  ปัญญาประเสริฐ  เหมือนพระจันทร์ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย  แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา
                        ( สรภงคโพธิสตต )                              ขุ.  ชา.   จตตาฬีส.  ๒๗ / ๕๔๑.

                   ๒๒.  มตฺตาสุขปริจฺจาคา                      ปสฺเส  เจ  วิปุลํ  สุขํ
                                 จเช  มตฺตาสุขํ  ธีโร                     สมฺปสฺสํ  วิปุลํ  สุขํ
                        ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์  เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย  ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูย์  ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย
                        ( พุทธ )                                                             ขุ.  ธ.  ๒๕ / ๕๓.

                   ๒๓.  ยสํ  ลทฺธาน  ทุมฺเมโธ                 อนตฺถํ  จรติ  อตฺตโน
                                 อตฺตโน    ปเรสญฺ                  หึสาย  ปฏิปชฺชติ
                        คนมีปัญญาทราม  ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน  ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น 
                        ( หตถาจริย )                                                     ขุ.  ชา.  เอก.  ๒๗ / ๔๐.

                   ๒๔.  ยาวเทว  อนตฺถาย                      ญตฺตํ  พาลสฺส  ชายติ
                                 หนฺติ  พาลสฺส  สุกฺกํสํ                 มุทฺธํ  อสฺส  วิปาตยํ
                        ความรู้เกิดแก่คนพาล  ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย  มันทำสมองของเขาให้เขว  ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย
                        ( พุทธ )                                                             ขุ.  ธ.  ๒๕ / ๒๔.

                   ๒๕.  โย    วสสสตํ  ชีเว                   ทุปฺปญฺโญ  อสมาหิโต
                                 เอกาหํ  ชีวิตํ  เสยฺโย                ปญฺญวนฺตสฺส  ฌายิโน
                        ผู้ใดมีปัญญาทราม  มีใจไม่มั่นคง  พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี  ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ  มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว  ดีกว่า
                        ( พุทธ )                                                             ขุ.  ธ.  ๒๕ / ๒๙.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘