ปัญหาและเฉลยวิชากรรมบถ (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นเอก สอบในสนามหลวง วันศุกร์ ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓

1. พระพุทธศาสนาสอนว่า สุขทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายเกิดจากอะไร ?
. อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข. อำนาจพุทธานุภาพ
. อำนาจแห่งเทพเจ้า ง. อำนาจวิบากกรรม
คำตอบ :
2. คำว่า กรรมบถ หมายถึง กรรมนำสัตว์ให้ไปเกิดในสถานที่ใด ?
. สุคติทุคติ ข. มนุษยโลก
. เทวโลก ง. พรหมโลก
คำตอบ :
3. กุศลกรรมบถนำสัตว์ให้ไปเกิดในกำเนิดที่ดี ตรงกับข้อใด ?
. สัตว์นรก ข. มนุษย์
. อสุรกาย ง. เปรต
คำตอบ :
4. อกุศลกรรมบถนำสัตว์ให้ไปเกิดในกำเนิดที่เลว ตรงกับข้อใด ?
. สัตว์ดิรัจฉาน ข. มนุษย์
. เทวดา ง. พรหม
คำตอบ :
5. กรรมบถ ๑๐ ประการ จัดเป็นกรรม ๓ อย่าง ยกเว้นข้อใด ?
. กายกรรม ข. วจีกรรม
. บุญกรรม ง. มโนกรรม
คำตอบ :
6. โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเหตุให้บุคคลกระทำกรรมใด ?
. บุญกรรม ข. อกุศลกรรม
. กุศลกรรม ง. อโหสิกรรม
คำตอบ :
7. การกระทำจะสำเร็จเป็นกรรมบถได้ ต้องประกอบด้วยอะไร ?
. ตัณหา ข. อภิชฌา
. เจตนา ง. อารมณ์
คำตอบ :
8. ข้อใด ไม่จัดเข้าในอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ?
. ปาณาติบาต ข. สัมมาทิฏฐิ
. พยาบาท ง. มิจฉาทิฏฐิ
คำตอบ :
9. อะไรเป็นมูลเหตุให้บุคคลประพฤติอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ?
. กุศลมูล ๓ ข. สุจริต ๓
. อกุศลมูล ๓ ง. ทุจริต ๓
คำตอบ :
10. กรรมที่เกิดขึ้นจากการกระทำทางกาย เรียกว่าอะไร ?
. กายกรรม ข. วจีกรรม
. มโนกรรม ง. ครุกรรม
คำตอบ :
11. ข้อใด ไม่จัดเข้าในกายกรรมฝ่ายอกุศล ?
. ปาณาติบาต ข. อทินนาทาน
. กาเมสุมิจฉาจาร ง. สัมผัปปลาปะ
คำตอบ :
12. ปาณาติบาต โดยมากเกิดขึ้นทางทวารใด ?
. กายทวาร ข. วจีทวาร
. มโนทวาร ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :
13. เมื่อว่าโดยอารมณ์ ปาณาติบาตมีอะไรเป็นอารมณ์ ?
. รูปสมาบัติ ข. รูปชีวิตินทรีย์
. อรูปสมาบัติ ง. อรูปชีวิตินทรีย์
คำตอบ :
14. ข้อใด ไม่จัดเป็นอรูปชีวิตินทรีย์ ?
. รูป ข. เวทนา
. สัญญา ง. สังขาร
คำตอบ :
15. ปาณาติบาตที่เกิดขึ้นทางวจีทวาร ตรงกับข้อใด ?
. คิดจะฆ่า ข. พยายามฆ่า
. ฆ่าเอง ง. สั่งให้คนอื่นฆ่า
คำตอบ :
16. ปาณาติบาตมีโทษมาก เพราะผู้ฆ่ามีกิเลสรุนแรง ตรงกับข้อใด ?
. ฆ่าเพราะความแค้น ข. ฆ่าเพราะหิวข้าว
. ฆ่าเพราะเข้าใจผิด ง. ฆ่าเพราะขาดสติ
คำตอบ :
17. พยายามฆ่า เป็นองค์แห่งอกุศลกรรมบถข้อใด ?
. พยาบาท ข. ปาณาติบาต
. ผรุสวาจา ง. อทินนาทาน
คำตอบ :
18. การกระทำอทินนาทาน เพราะมีโทสะเป็นมูล ตรงกับข้อใด ?
. ลักเพราะตกทุกข์ ข. ลักเพราะตกงาน
. ลักเพราะแค้นใจ ง. ลักเพราะถูกยุยง
คำตอบ :
19. อทินนาทานมีโทษมาก เพราะขโมยของประเภทใด ?
. ของประณีต ข. ของสำคัญ
. ของผู้มีคุณธรรม ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :
20. อทินนาทาน จะสำเร็จเป็นกรรมบถในขณะใด ?
. รู้ว่ามีเจ้าของ ข. คิดจะลัก
. พยายามลัก ง. ลักมาได้
คำตอบ :
21. อทินนาทานที่เกิดขึ้นทางวจีทวาร ตรงกับข้อใด ?
. มีจิตคิดจะลัก ข. พยายามจะลัก
. สั่งให้คนอื่นลัก ง. ลักด้วยตนเอง
คำตอบ :
22. รู้ว่ามีเจ้าของหวง เป็นองค์แห่งอกุศลกรรมบถข้อใด ?
. อทินนาทาน ข. พยาบาท
. กาเมสุมิจฉาจาร ง. ผรุสวาจา
คำตอบ :
23. ความผิดที่เรียกว่า กาเมสุมิจฉาจาร ตรงกับข้อใด ?
. ไม่เคารพพ่อแม่ ข. ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่
. ไม่พอใจคู่ครอง ง. ไม่ทำตามกติกา
คำตอบ :
24. สทารสันโดษ หมายถึงความพึงพอใจในเรื่องใด ?
. ยศศักดิ์ ข. คู่ครอง
. การงาน ง. บริวาร
คำตอบ :
25. กาเมสุมิจฉาจารจะสำเร็จเป็นกรรมบถได้ ต้องเกิดทางทวารใด ?
. กายทวาร ข. วจีทวาร
. มโนทวาร ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :
26. ความเสื่อมโทรมทางสังคมกรณีใด เกิดจากกาเมสุมิจฉาจาร ?
. ขายยาเสพติด ข. ลอบวางระเบิด
. ละเมิดทางเพศ ง. ทุจริตคอรัปชั่น
คำตอบ :
27. มุสาวาทที่เกิดขึ้นจากความพยายามทางกาย ตรงกับข้อใด ?
. แจ้งความเท็จ ข. ทำเอกสารเท็จ
. เป็นพยานเท็จ ง. ให้การเท็จ
คำตอบ :
28. องค์แห่งมุสาวาทข้อใด ทำให้มุสาวาทสำเร็จเป็นกรรมบถ ?
. เรื่องไม่จริง ข. จิตคิดจะพูด
. พยายามพูด ง. คนอื่นเข้าใจ
คำตอบ :
29. มุสาวาทที่สำเร็จเป็นกรรมบถ ต้องมีลักษณะเช่นไร ?
. คิดจะพูดเรื่องโกหก ข. คนอื่นได้ประโยชน์
. คนอื่นเสียประโยชน์ ง. คนพูดเสียประโยชน์
คำตอบ :
30. มุสาวาท เกิดผลกระทบโดยตรงต่อสังคมอย่างไร ?
. คบหาไม่สนิทใจ ข. ชีวิตไม่ปลอดภัย
. ทรัพย์สูญหาย ง. ไม่เอื้อเฟื้อต่อกัน
คำตอบ :
31. มุสาวาท ย่อมให้ผลในภายหน้าแก่ผู้กระทำอย่างไร ?
. มีอายุสั้น ข. มีชีวิตขัดสน
. เป็นคนบ้า ง. ไม่น่าเชื่อถือ
คำตอบ :
32. พูดคำหยาบคาย เรียกว่าอะไร ?
. มุสาวาท ข. ผรุสวาจา
. สัมผัปปลาปะ ง. ปิสุณวาจา
คำตอบ :
33. คำพูดยุยงทำให้คนอื่นเกิดความแตกแยก เรียกว่าอะไร ?
. มุสาวาท ข. ผรุสวาจา
. สัมผัปปลาปะ ง. ปิสุณวาจา
คำตอบ :
34. คำพูดที่ไม่เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้พูดและผู้ฟัง เรียกว่าอะไร ?
. มุสาวาท ข. ผรุสวาจา
. สัมผัปปลาปะ ง. ปิสุณวาจา
คำตอบ :
35. ปิสุณวาจา จะสำเร็จเป็นกรรมบถในขณะใด ?
. เมื่อคนอื่นเข้าใจ ข. เมื่อคนอื่นเกิดแตกแยก
. เมื่อคนอื่นถูกด่า ง. เมื่อคนอื่นเสียประโยชน์
คำตอบ :
36. คำพูดที่เป็นผรุสวาจา ผู้พูดมุ่งถึงเจตนาใด ?
. ประทุษร้าย ข. หลอกลวง
. ให้แตกแยก ง. ให้เข้าใจผิด
คำตอบ :
37. ผู้พูดกล่าวผรุสวาจาด้วยเจตนาเช่นไร จึงไม่จัดเป็นผรุสวาจา ?
. มีเจตนาร้าย ข. มีเจตนาหวังดี
. มีเจตนาโลภ ง. มีเจตนาทำลาย
คำตอบ :
38. เพราะเหตุใด คำพูดอ่อนหวาน แต่คนพูดมีเจตนามุ่งจะทำลาย จึงจัดเป็น
ผรุสวาจา ?
. มีจิตหยาบคาย ข. มีจิตเศร้าหมอง
. มีจิตอ่อนโยน ง. มีจิตหลอกลวง
คำตอบ :
39. คิดละโมบอยากได้ของคนอื่นเอามาเป็นของตน เรียกว่าอะไร ?
. อทินนาทาน ข. อนภิชฌา
. อภิชฌา ง. อพยาบาท
คำตอบ :
40. มิจฉาทิฏฐิ โดยสภาวะ ได้แก่กิเลสใด ?
. โลภะ ข. โทสะ
. มานะ ง. โมหะ
คำตอบ :
41. ข้อใด เป็นกรรมบถและเป็นเหตุเกิดอกุศลกรรมบถเหล่าอื่น ?
. ปาณาติบาต ข. อภิชฌา
. ปิสุณวาจา ง. มุสาวาท
คำตอบ :
42. จิตที่สหรคตด้วยมิจฉาทิฏฐิ เป็นเหตุให้คนทำอกุศลกรรมใด ?
. ฆ่าสัตว์ ข. ลักทรัพย์
. จองเวร ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :
43. ความเห็นใด ปฏิเสธกรรมและผลแห่งกรรมอย่างสิ้นเชิง ?
. สัมมาทิฏฐิ ข. มิจฉาทิฏฐิ
. สักกายทิฏฐิ ง. สัสสตทิฏฐิ
คำตอบ :
44. กุศลกรรมบถที่เกิดขึ้นทางมโนทวารอย่างเดียว ตรงกับข้อใด ?
. มิจฉาทิฏฐิ ข. อภิชฌา
. สัมมาทิฏฐิ ง. มุสาวาท
คำตอบ :
45. บุคคลที่ไม่มีพยาบาทเกิดขึ้นในใจ ย่อมงดเว้นอกุศลกรรมใด ?
. เห็นผิด ข. ลักทรัพย์
. จองเวร ง. พูดโกหก
คำตอบ :
46. บุคคลประพฤติเช่นไร ได้ชื่อว่ามีเมตตากายกรรม ?
. งดคิดร้ายกัน ข. งดทำร้ายกัน
. งดปองร้ายกัน ง. งดให้ร้ายกัน
คำตอบ :
47. เห็นคนอื่นได้ดีแล้ว มีจิตพลอยอนุโมทนา จัดเป็นมโนกรรม เกิดขึ้น
ทางทวารใด ?
. กายทวาร ข. วจีทวาร
. มโนทวาร ง. ทุกทวาร
คำตอบ :
48. ผู้มีจิตตั้งมั่นในการเจริญพระกรรมฐาน แสดงว่ามีอุปนิสัยใด ?
. ทานูปนิสัย ข. สีลูปนิสัย
. ภาวนูปนิสัย ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :
49. ข้อใด กล่าวเรื่องกรรมในพระพุทธศาสนาได้ถูกต้อง ?
. ตัดกรรมได้ ข. ถอนกรรมได้
. แก้กรรมได้ ง. เสวยผลกรรม
คำตอบ :
50. ข้อใด เป็นผลสูงสุดในการประพฤติกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ?
. มีจิตหลุดพ้น ข. มีจิตใจมั่นคง
. มีกายเรียบร้อย ง. มีปัญญารอบรู้
คำตอบ :

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘