๘. ประวัติ พระราธเถระ

.  สถานะเดิม
              พระราธเถระ  ชื่อเดิม  ราธมาณพ  บิดามารดาตั้งให้
              บิดาและมารดา  เป็นคนวรรณะพราหมณ์  แต่ไม่ปรากฏชื่อในตำนาน
              เกิดที่บ้านพราหมณ์  ในเมืองราชคฤห์
.  มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา
              พระราธเถระ  ในสมัยเป็นฆราวาส  บุตรและภรรยาไม่นับถือ  ไม่เลี้ยงดู 
จึงเข้าวัดตั้งใจว่าจะบวชแล้วอยู่รอวันตายไปวัน ๆ  หนึ่ง  ได้ขอบวชกับพระเถระทั้งหลาย 
แต่ไม่มีใครบวชให้
              วันหนึ่ง  พระศาสดาทรงตรวจดูสัตว์โลกในเวลาใกล้รุ่งอันเป็นพุทธกิจอย่างหนึ่ง  ทรงเห็นพราหมณ์นั้นเข้าไปในข่ายแห่งพระญาณ  ได้เสด็จไปโปรดตรัสถามว่า  พราหมณ์ท่านกำลังทำอะไร  เขากราบทูลว่า  ข้าพระองค์กำลังทำวัตรปฏิบัติภิกษุทั้งหลายอยู่พระเจ้าข้า  ตรัสถามต่อว่า  เธอได้รับการสงเคราะห์จากภิกษุเหล่านั้นหรือ  เขาทูลว่าได้พระเจ้าข้า  ได้เพียงอาหาร  แต่ท่านไม่บวชให้ข้าพระองค์
              พระศาสดารับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์เกี่ยวกับเรื่องนั้น  แล้วตรัสถามว่าใครระลึกถึงอุปการะของพราหมณ์นี้ได้บ้าง  พระสารีบุตรเถระกราบทูลว่า  ท่านระลึกได้ครั้งหนึ่งเมื่อท่านเที่ยวบิณฑบาต  ในพระนครราชคฤห์  พราหมณ์นี้ได้แนะนำให้คนถวายข้าวท่านทัพพีหนึ่ง  พระศาสดาทรงประทานสาธุการแก่ท่านแล้ว  ตรัสว่า  สารีบุตร  เธอเป็นสัตบุรุษที่มีความกตัญญูกตเวที  แล้วทรงมอบหมายให้พระสารีบุตร  เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ราธพราหมณ์นั้น
              การบวชให้ราธพราหมณ์นี้  ตรัสให้ยกเลิกวิธีอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์  มาเป็นการบวชโดยสงฆ์รับผิดชอบ  ซึ่งต้องมีพระภิกษุอย่างต่ำที่สุด    รูปประชุมกันจึงบวชได้  โดยแบ่งกันทำหน้าที่    ฝ่าย  คือ  ๑. เป็นพระอุปฌาย์    รูป  ๒. เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์อย่างละ    รูป  ๓.  นอกนั้นร่วมรับรู้ว่าการบวชนั้นถูกต้องหรือไม่  การบวชวิธีนี้  เรียกว่า  ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา  แปลว่าการบวชด้วยกรรมมีญัตติเป็นที่    หมายความว่า  มีการตั้งญัตติ  คือการประกาศให้สงฆ์ทราบ    ครั้ง  มีอนุสาวนา  คือการบอกให้สงฆ์ตรวจสอบว่าการบวชนั้นถูกต้องหรือไม่    ครั้ง  พระราธเถระ  เป็นรูปแรกในพระพุทธศาสนาที่บวชด้วยวิธีนี้
๓.  การบรรลุธรรม
              พระราธเถระ  ครั้นบวชแล้ว  ถึงแม้จะเป็นพระผู้เฒ่า  เป็นหลวงตา  แต่ก็เป็นผู้ว่าง่ายใคร่ศึกษา  ใครแนะนำสั่งสอนอย่างไรไม่เคยโกรธ  ยอมรับฟังและปฏิบัติตามด้วยความเคารพ  แต่เพราะท่านมีบุญน้อย  ทั้งอาหาร  ทั้งที่อยู่อาศัย  จึงมักไม่พอแก่การดำรงชีวิต  จึงตกเป็นภาระของพระอุปฌาย์  ต้องช่วยสงเคราะห์ตลอดมา  วันหนึ่งท่านเข้าไปเฝ้าพระศาสดาทูลขอให้แสดงธรรมย่อ ๆ  พอให้ท่านเกิดกำลังใจยินดีในวิเวกไม่ประมาทและมีความเพียร  เพื่อความพ้นทุกข์
              พระศาสดาตรัสว่า  ราธะ  ขันธ์    คือ  รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร และวิญญาณเป็นมาร  เธอจงละความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจรักใคร่ในขันธ์ ๕ นั้นเสีย ท่านรับพุทธโอวาทแล้วจาริกไปกับพระอุปัชฌาย์  พยายามปฏิบัติตามพระโอวาทนั้น ไม่นานก็ได้สำเร็จพระอรหัตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา 
๔.  งานประกาศพระศาสนา
              พระราธเถระบวชในพระพุทธศาสนา  เมื่อท่านเป็นผู้เฒ่าแก่มากแล้ว  คงช่วยงานพระศาสนาด้วยกำลังกาย  กำลังวาจาเหมือนรูปอื่นไม่ได้  แต่ท่านได้ช่วยประกาศพระศาสนาด้วยปฏิปทาที่ดีงามของท่าน  ด้วยความเป็นผู้ว่าง่าย  ใครแนะนำสั่งสอนอะไรยินดีรับฟังด้วยความเคารพ  ไม่เคยโกรธ  เป็นเหตุให้พระศาสดานำท่านมาเป็นอุทาหรณ์สั่งสอนภิกษุทั้งหลายว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ธรรมดาภิกษุควร  เป็นผู้ว่าง่ายเหมือนราธะ  แม้อาจารย์ชี้โทษ  กล่าวสอนอยู่ก็ไม่ควรโกรธ  ควรเห็นบุคคลผู้ให้โอวาท  เหมือนบุคคลผู้บอกขุมทรัพย์ให้
๕.  เอตทัคคะ
              เพราะพระราธเถระ เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่ายใคร่การศึกษาทำให้พระศาสดาและ  พระอุปัชฌาย์เป็นต้น  มีแต่ความเมตตาสั่งสอนท่านเสมอ  จึงทำให้ท่านมีปฏิภาณ  คือปัญญาแจ่มแจ้งในเทศนา  เพราะได้รับฟังบ่อย ๆ  พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้ในเอตทัคคะว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย  ผู้มีปฏิภาณคือญาณแจ่มแจ้งในธรรมเทศนา
๖.  บุญญาธิการ
              ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตะ พระราธเถระนี้ได้เกิดเป็นพราหมณ์  ได้เห็นพระศาสดาทรงตั้งพระสาวกรูปหนึ่งซึ่งมีปฏิภาณแตกฉานไว้ในเอตทัคคะได้เกิดกุศลฉันทะในตำแหน่งนั้นบ้าง  จึงได้ทำสักการะบูชาพระศาสดาพร้อมกับภิกษุสงฆ์กราบลงแทบพระบาท  ปรารถนาฐานันดรนั้น  พระศาสดาทรงพยากรณ์แก่เขาแล้ว  ได้ทำบุญกุศลมากมายหลายพุทธันดร จนชาติสุดท้ายเกิดเป็นพราหมณ์ในพระนครราชคฤห์ถึงฝั่งแห่งสาวกบารมีญาณดังกล่าวแล้ว
๗.  ปรินิพพาน
              พระราธเถระ  ได้พากเพียรพยายามจนได้บรรลุพระอรหัตผลอันเป็นประโยชน์สูงสุดของมนุษย์เรา  และได้ปฏิบัติตนให้เป็นทิฏฐานุคติของประชุมชนที่เกิดมาในภายหลังแล้วสุดท้ายก็ได้ปรินิพพาน  พ้นจากวัฏสงสาร  อย่างสิ้นเชิง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘