ชาติกถา กัณฑ์ที่ ๑

คำปรารภ

                  สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกอบด้วยสัมปทาคุณ  ๓  ประการ  คือ  เหตุสัมปทา  ๑  ผลสัมปทา  ๑  สัตตูปการสัมปทา  ๑

                        เหตุสัมปทา  ได้แก่  การที่ทรงบำเพ็ญโพธิญาณ  พุทธการกบารมีธรรมสิ้นกาลนาน  นับประมาณเป็นโกฎิกัปตั้งแต่ได้รับพยากรณ์จากสำนักพระทีปังกรพุทธเจ้าเป็นต้นมา

                  ผลสัมปทา  ได้แก่  การที่ทรงได้รับความสำเร็จจากพุทธการกบารมีธรรมที่ทรงบำเพ็ญ  มี  ๔  ประการ  คือ
                  .   รูปกายสัมปทา  ได้แก่  การที่พระองค์ทรงมีรูปกาย  ประกอบด้วย  มหาปุริสลักษณะ  ๓๒  และอนุพยัญชนะ  ๘๐  ประการ
                  ปหานสัมปทา  ได้แก่  การที่พระองค์ทรงสามารถละกิเลสพร้อมทั้งวาสนาได้
                  ญาณสัมปทา  ได้แก่  การที่พระองค์ทรงถึงพร้อมด้วยญาณทั้งหลาย  มีทศพลญาณ  เป็นต้น
                  .   อานุภาวสัมปทา  ได้แก่  การที่พระองค์ทรงมีอำนาจในการที่จะทำสิ่งที่ทรงประสงค์ให้สำเร็จตามปรารถนาได้

              สัตตูปการสัมปทา  ได้แก่  การที่พระองค์ทรงมีพระกรุณาคุณในการช่วยเหลือเวไนยสัตว์ด้วยคุณสมบัติประจำพระองค์  ๒  ประการ  คือ
              ๑.  อาสยะ  ได้แก่  การรอคอย  หมายถึง  ทรงรู้จักรอคอยความแก่กล้าแห่งอินทรีย์  (สัทธา  วิริยะ  สติ  สมาธิ  ปัญญา)  แห่งบุคคลที่พระองค์จะเสด็จไปโปรด
             ๒.  ปโยคะ  ได้แก่  การที่พระองค์ทรงมีความเพียรพยายามในการที่จะทรงสั่งสอนผู้อื่น  ด้วยน้ำพระทัยที่ประกอบด้วยความกรุณา  โดยไม่หวังผลตอบแทนจากผู้นั้น  และไม่ทรงหวาดกลัวภัยอันตรายใด ๆ  ทั้งสิ้น
                  พระพุทธองค์เสด็จอุบัติในโลกเพื่อเป็นพระศาสดาสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้ดำเนินตามข้อปฏิบัติคือ  หนทางแห่งประโยชน์ทั้ง  ๓  คือ  ประโยชน์ชาตินี้  ๑  ประโยชน์ชาติหน้า  ๑  ปรมัตถประโยชน์  คือ  พระนิพพาน  ๑
                  ทรงแสดงธรรมและทรงบัญญัติพระวินัยเพื่อให้สัทธรรมทั้ง  ๓  คือ  ปริยัติ  ปฏิบัติ  และปฏิเวธ  เป็นไปในโลกโดยชอบ
                  ทรงประกาศมรรคาทั้งที่เป็นโลกิยะและโลกุตระ  อันเป็นหนทางแห่งความสุขในสุคติภพ  และสุขคือพระนิพพานให้เป็นวิสัยแห่งปัญญาญาณของเวไนยสัตว์  เกิดมีบริษัท  ๔  คือ  ภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา  ประกาศพระพุทธศาสนาแพร่หลายไปในโลกแล้วได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน  เปรียบเหมือนดวงประทีปที่ชัชวาลเต็มที่แล้วมอดดับไป  คงเหลือแต่พระธรรมวินัย  คือ  พระพุทธศาสนาไว้ในโลก
                  แม้กาลเวลาที่พระองค์ทรงประสูติ  ตรัสรู้  ประกาศพระพุทธศาสนา และเสด็จดับขันธปรินิพพานจะผ่านมานานแล้วก็ตาม  แต่เมื่อพุทธมามกบริษัทผู้ศรัทธาเลื่อมใส  ตั้งใจศึกษาพระประวัติของพระองค์ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า  เวลานั้นไม่ได้ผ่านไปไกลเลย  ยังเหมือนกับพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่  ความเลื่อมใสที่มีคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอารมณ์เช่นนี้ย่อมเป็นไปเพื่ออิฏฐวิบุลผลทางสุคติสวรรค์  และพระนิพพานอันเป็นวิบากสมบัติที่มนุษย์ทุกรูปทุกนามต่างปรารถนา

ความเกิดของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีได้ยาก
มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘