๑๗. ประวัติ พระโสณโกฬิวิสเถระ
๑. สถานะเดิม
พระโสณโกฬวิสเถระ นามเดิม โสณะ เพราะเป็นผู้มีผิวพรรณผุดผ่อง ส่วนโกฬิวิสะ เป็นชื่อ แห่งโคตร
บิดานามว่า อุสภเศรษฐี มีถิ่นฐานอยู่ในนครจำปา
เป็นคนสุขุมาลชาติมีโลมาที่ละเอียดอ่อน เกิดที่ฝ่าเท้าสองข้าง
๒. มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา
โสณะนั้นเป็นคนสุขุมาลชาติ มีโลมาที่ละเอียดอ่อนเกิดที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าแผ่นดินมคธ มีความประสงค์จะทอดพระเนตรโลมาที่ฝ่าเท้าของนายโสณะนั้น จึงรับสั่งให้เขาไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏใกล้กรุงราชคฤห์
โสณโกฬิวิสะ พร้อมกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าตามรับสั่งได้ฟังพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถา และอริยสัจ ๔ ชาวบ้านเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แสดงตนเป็นอุบาสกแล้วกลับไป
ฝ่ายโสณโกฬิวิสะ เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วเห็นว่า พรหมจรรย์อันผู้ครองเรือนจะประพฤติปฏิบัติให้บริสุทธิ์และบริบูรณ์นั้น ทำยาก ขอพระองค์จงโปรดให้ข้าพระองค์บวชเถิด พระพุทธเจ้าได้บวชให้เขาตามประสงค์
๓. การบรรลุธรรม
พระโสณโกฬิวิสะ ครั้นบวชแล้ว ได้ไปบำเพ็ญสมณธรรมในป่าสีตวันใกล้เมืองราชคฤห์นั่นเอง เดินจงกรมด้วยเท้า ด้วยเข่า และมือ จนเท้า เข่า และมือแตก แต่ก็ไม่บรรลุผลอะไร เพราะความเพียรที่มากเกินไป ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน คิดน้อยใจตัวเองว่ามีความเพียรมากถึงเพียงนี้ ยังไม่ได้บรรลุมรรคผล พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของท่านจึงเสด็จไปแสดงธรรมโปรด โดยเปรียบเทียบกับพิณ ๓ สาย ว่า สายพิณที่ขึงตึงเกินไปและหย่อนเกินไป จะมีเสียงไม่ไพเราะ ต้องขึงให้ได้ระดับพอดี เวลาดีดจึงจะมีเสียงที่ไพเราะ
ครั้นได้รับคำสอนจากพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านปรับความเพียรกับสมาธิให้เสมอกันบำเพ็ญเพียรแต่พอดี ไม่ตึงนัก ไม่หย่อนนัก ไม่นานท่านก็ได้บรรลุอรหัตผล
๔. งานประกาศพระพุทธศาสนา
พระโสณโกฬิวิสเถระนี้ เป็นอุทาหรณ์สำคัญ สำหรับผู้ที่นิยมการปฏิบัติ
อัตตกิลมถานุโยคว่า วิธีนั้นไม่สามารถจะทำให้บุคคลบรรลุผลที่ต้องการได้เลย ครั้นสำเร็จเป็นอรหันต์แล้วได้แสดงคุณสมบัติของพระอรหัตน์ในสำนักของพระพุทธเจ้าว่าภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์นั้นจิตใจน้อมเข้าไปในคุณ ๖ ประการ คือ
๑. น้อมเข้าไปในบรรพชา
๒. น้อมเข้าไปในความสงัด
๓. น้อมเข้าไปในความสำรวมไม่เบียดเบียน
๔. น้อมเข้าไปในความไม่ถือมั่น
๕. น้อมเข้าไปในความไม่มีความอยาก
๖. น้อมเข้าไปในความไม่หลง
พระพุทธเจ้าทรงสดับแล้ว ตรัสสรรเสริญท่านว่า พยากรณ์พระอรหัต
กล่าวแต่เนื้อความ ไม่นำตนเข้าไปเปรียบเทียบ
๕. เอตทัคคะ
พระโสณโกฬิวิสเถระนี้ ครั้งยังไม่บรรลุพระอรหัตได้บำเพ็ญความเพียรอย่างแรงกล้า ดังได้กล่าวมา พระพุทธองค์จึงทรงยกย่องท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ปรารภความเพียร
๖. บุญญาธิการ
แม้พระโสณโกฬิวิสเถระ ก็ได้บำเพ็ญคุณงามความดีที่เป็นอุปนิสัยปัจจัยแห่งพระนิพพานมานานแสนนานหลายพุทธันดร จนได้รับพยากรณ์จากพระปทุมุตตรศาสดาว่า จะได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ด้านปรารภความเพียรในพุทธกาลแห่งพระสมณโคดม ครั้นได้รับพยากรณ์แล้ว ท่านได้บำเพ็ญความดี ที่สามารถสนับสนุนความปรารถนานั้นอย่างอื่นอีกมากมายหลายพุทธันดร โดยไม่มีความท้อแท้ใจ คล้ายกับจะได้รับผลในวันพรุ่งนี้ ในที่สุดบารมีของตนก็สัมฤทธิ์ผลในศาสนาของพระทศพลพระนามว่า โคดม ดังกล่าวมา
๗. ธรรมวาทะ
ผู้ที่ทอดทิ้งสิ่งที่ควรทำ ไปทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ทุกข์โทษทั้งหลายย่อมประดังมาหาเขา ผู้มัวเมา ประมาท และเย่อหยิ่งจองหอง
ผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ควรทำ พากเพียรพยายามทำแต่สิ่งที่ควรทำ มีสติสัมปชัญญะ ทุกข์โทษทั้งหลาย ย่อมสูญหายไปจากเขา
๘. ปรินิพพาน
พระโสณโกฬิวิสเถระนี้ ได้ช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนา จนถึงเวลาอายุขัย จึงได้ปรินิพพานจากโลกนี้ไป เปรียบเหมือนไฟที่หมดเชื่อแล้วมอดดับไป