๓. เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว
๓. เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว หมายความว่า นิยมนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายนอก เช่นเทพเจ้า ภูตผี ปีศาจ ต้นไม้ แม่น้ำ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเป็นต้น ว่าสิ่งนั้น ๆ สามารถทำให้เป็นเช่นนั้น เช่นนี้ ทั้งทางดี และทางร้าย ดังเรื่องเล่าว่า พระเจ้าปัณฑุราชทรงกำแก้วมุกดาไว้ในพระหัตถ์ ๓ ดวง แล้วตรัสถามหมอดูว่า อะไรอยู่ในกำมือนั้น หมอดูนั้นเหลียวดูข้างโน้นข้างนี้ เผอิญเวลานั้นแมลงวันหัวเขียวถูกจิ้งจกคาบแต่รอดจากปากจิ้งจกไปได้ เขาจึงกราบทูลว่า แก้วมุกดา ตรัสถามต่อไปอีกว่ากี่ดวง เผอิญเวลานั้นไก่ขัน ๓ ครั้ง จึงกราบทูลว่า ๓ ดวง หมอดูนั้นทำนายได้ถูกต้อง เพราะเสี่ยงเอาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเขารู้แจ้งเห็นจริง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดนั้นคนละอย่างกับความจริง อาจมีบางครั้งที่ไปตรงกันบ้าง แต่คงน้อยมาก ผู้คนนำเอาเรื่องนั้นไปพูดกันทำให้เกิดความเชื่อว่าหมอดูคนนั้นดูแม่น และทำให้เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาหมอดูด้วย แต่ความจริงคราวนั้นเป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้นเอง
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านเล่าไว้ประมาณ ๑,๐๐๐ ปีเศษมาแล้วว่า ที่วัดแห่งหนึ่ง เขียนภาพจิตรกรรมเป็นรูปสัตว์เลื้อยคลานที่คนรังเกียจแล้วตั้งชื่อให้มันว่ามังกรทอง
กำลังพ่นไฟไว้ที่ฝาผนังวิหาร ปรากฏว่าตั้งแต่นั้นมาภิกษุทั้งหลายในวัดนั้นทะเลาะกันใหญ่
หาความสงบสุขไม่ได้ ต่อมามีพระอาคันตุกะรูปหนึ่งมาที่วัดนั้น จึงลบภาพนั้นทิ้งเสีย ไม่นานนักการทะเลาะในวัดนั้นก็ค่อย ๆ เบาบางลงไป ส่วนใหญ่จึงลงความเห็นว่าภาพนั้นเป็นอัปมงคล ให้เกิดความชั่วร้าย แต่ความจริงแล้ว อาจเป็นเพราะพระภิกษุชั่วร้ายในวัดนั้นมรณภาพ หรือย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ได้ เรื่องมงคลหรืออัปมงคลที่เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์แปลก ๆ เช่นนี้ จึงทำให้คนนำเอามาเป็นข้ออ้างให้คนเชื่อถือแล้วเกิดความกลัวหรือความอยากได้ จนกลายเป็นอาชีพหากินของคนลวงโลก เป็นสิ่งที่อุบาสกอุบา สิกาไม่ควรเชื่อถือ