สัมผัปปลาปะ

              เจตนาเป็นเหตุกล่าวถ้อยคำอันหาประโยชน์มิได้  คือ  กำจัดทางแห่งประโยชน์อันสัตบุรุษพึงได้รับ  ชื่อว่า  สัมผัปปลาปะ
                 

ความแตกต่างระหว่างมุสาวาทกับสัมผัปปลาปะ

              มุสาวาท  ได้แก่  อกุศลเจตนา  อันเป็นเหตุพยายามทางกาย ทางวาจาของคนผู้มุ่งจะหลอกลวงคนอื่น  ส่วนสัมผัปปลาปะ  ได้แก่  อกุศลเจตนา  อันเป็นเหตุกล่าวถ้อยคำปราศจากอรรถธรรม  ไม่แสดง  อรรถ  ธรรม  และวินัย  เพื่อให้เข้าใจประโยชน์ในภพนี้และภพหน้า

              สัมผัปปลาปะที่ประกอบด้วยอกุศลเจตนาเป็นเหตุพยายามทางกาย  ทางวาจาเพื่อแสดงสิ่งไร้สาระ  จนคนหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง  จัดเป็นกรรมบถ
              ส่วนดิรัจฉานกถา  ผู้พูดด้วยความชอบใจ  ย่อมเป็นเพียงกรรม  ไม่ถึงกรรมบถ  หากพูดโดยอิงอาศัยอรรถ  ธรรม  หรือวินัย  ก็เกิดประโยชน์ได้
              สัมผัปปลาปะ  จะสำเร็จเป็นกรรมบถได้  ต้องประกอบด้วยองค์    คือ
                        .  จิตคิดจะพูดเรื่องเพ้อเจ้อ
                        .  พูดเรื่องเช่นนั้นออกไป
                  สัมผัปปลาปะ  มีโทษมาก  เพราะเหตุ    ประการ  คือ
                        .  ผู้พูดมีอาเสวนะ  ( ความเสพคุ้น )  มาก
                        .  คนอื่นเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
                        .  ผู้พูดมีกิเลสแรงกล้า
              สัมผัปปลาปะที่ตรงกันข้าม  ชื่อว่ามีโทษน้อย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘