ปัญหาและเฉลยข้อสอบ นธ.47 04

   อุปสัมปทา (การอุปสมบท) มี ๓ วิธี  ในปัจจุบันใช้วิธีไหน กำหนดสงฆ์อย่างต่ำ
        ไว้เท่าไร ?
   .  ใช้ญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา  การอุปสมบทด้วยกรรมมีญัตติเป็นที่ ๔ ฯ
        กำหนดสงฆ์อย่างต่ำไว้คือ  ในมัธยมประเทศ ๑๐ รูป  ในปัจจันตชนบท ๕ รูป ฯ
   .  พระวินัย คืออะไร ?  พระภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้ว ย่อมได้รับอานิสงส์อย่างไร ?
   .  คือ พระพุทธบัญญัติและอภิสมาจาร ฯ
        พระภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้วย่อมได้รับอานิสงส์คือ ความไม่ต้องเดือดร้อนใจ ได้รับ                ความแช่มชื่นว่า ได้ประพฤติดีงาม เข้าหมู่สงฆ์ก็อาจหาญ ฯ
   .  นิสสัยและอกรณียกิจคืออะไร ?   ทั้ง ๒ อย่างรวมเรียกว่าอะไร ?
   .  นิสสัยคือ ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต  อกรณียกิจคือ กิจที่บรรพชิตไม่ควรทำ ฯ
        ทั้ง ๒ อย่าง รวมเรียกว่า อนุศาสน์ ฯ
   .  สิกขา กับ สิกขาบท ต่างกันอย่างไร ?
   .  ต่างกันอย่างนี้ สิกขา ได้แก่ข้อที่ควรศึกษา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา  สิกขาบท
        ได้แก่ พระบัญญัติมาตราหนึ่งๆ ฯ
   .  อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติข้อที่ว่า ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง มีอธิบายอย่างไร ?
   .  มีอธิบายว่า ภิกษุสงสัยอยู่ว่า ทำอย่างนั้นๆ ผิดพระบัญญัติหรือไม่ แต่ขืนทำ
        ด้วยความสะเพร่าเช่นนี้ ถ้าการที่ทำนั้นผิดพระบัญญัติก็ต้องอาบัติตามวัตถุ ถ้าไม่ผิด
        ก็ต้องอาบัติทุกกฏเพราะสงสัยแล้วขืนทำ ฯ
   .  คำว่า มาตุคาม ในสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๒, , ๔ และ ๕  ต่างกันอย่างไร ?
   .  มาตุคามในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒ หมายรวมทั้งหญิงที่รู้เดียงสาและไม่รู้เดียงสา
        โดยที่สุดแม้เกิดในวันนั้น  ส่วนมาตุคามในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓, ๔ และ ๕  
        หมายเฉพาะหญิงผู้รู้เดียงสาแล้วเท่านั้น ฯ
   .  ในอนิยต ที่ลับตา และที่ลับหู ได้แก่ที่เช่นไร ?  ภิกษุอยู่กับมาตุคามสองต่อสองในที่
        เช่นนั้น เป็นทางปรับอาบัติอะไรได้บ้าง ?
   .  ที่ลับตา ได้แก่ ที่มีวัตถุกำบัง แลเห็นไม่ได้  ที่ลับหู ได้แก่ ที่แจ้ง แลเห็นได้ แต่ห่าง
        ไม่ได้ยินเสียงพูด ฯ
        ในที่ลับตา เป็นทางปรับอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส และ ปาจิตตีย์
        ในที่ลับหู เป็นทางปรับอาบัติสังฆาทิเสส และ ปาจิตตีย์ ฯ
   .  จีวรที่เป็นนิสสัคคีย์แล้ว ควรสละให้แก่ใคร ?  ถ้าจีวรนั้นสูญหาย พึงปฏิบัติเช่นไร ?
   .  ควรสละให้แก่สงฆ์ก็ได้ แก่คณะก็ได้ แก่บุคคลก็ได้ ฯ
        ถ้าจีวรนั้นสูญหาย พึงแสดงอาบัติเท่านั้น ฯ
   .  ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภสงฆ์ไปเพื่อตนก็ดี เพื่อบุคคลก็ดี เพื่อสงฆ์อื่นก็ดี ต้องอาบัติอะไร ?
   .  น้อมลาภที่เขาจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เพื่อบุคคล ต้องปาจิตตีย์
        เพื่อสงฆ์อื่น ต้องทุกกฏ ฯ
๑๐.  ข้อว่า ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ นั้น มีอธิบายอย่างไร ?
๑๐.  มีอธิบายว่า ภิกษุฉันบิณฑบาต แม้เป็นของเลว ก็ไม่แสดงอาการวิการ คือฉันโดยปกติ
        และเมื่อฉัน ก็ไม่ฉันพลางทำกิจอื่นพลาง ฯ


ผู้ออกข้อสอบ
:
๑.                  
พระเทพปริยัติสุธี
วัดบพิตรพิมุข


๒.                  
พระราชปริยัตยาภรณ์
วัดเขียนเขต


๓.                  
พระศรีธวัชเมธี
วัดราชบุรณะ
ตรวจ/ปรับปรุง
:

สนามหลวงแผนกธรรม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘