ตัวอย่างกระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี 3

กระทู้ธรรม     ธรรมศึกษาตรี
สอบในสนามหลวง
วันที่         พฤศจิกายน   พ.ศ.   ๒๕๔๖
สติ  โลกสฺมิ  ชาคโร

สติเป็นธรรมเครื่อง ตื่นอยู่ในโลก


                  บัดนี้      จักได้อธิบายความแห่งธรรมภาษิต     ข้อว่า    สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก  เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาของผู้สนใจใฝ่ธรรมตามสมควรแก่เวลา
                  สติ   แปลว่า  ความระลึกได้  หมายถึงสภาพจิตใจที่รู้จักคิดว่าอะไรดี  อะไรชั่ว     แล้วกีดกันเอาความชั่วออกไปรับเอาแต่สิ่งที่ดีมาสู่ตน
                  สติ     เป็นศัพท์ที่ใช้ในความหมายที่ดี      ถ้าจะใช้ในทางที่ไม่ดีให้เติมคำว่า      มิจฉาที่แปลว่าผิดไว้ข้างหน้า     เป็นมิจฉาสติ    แปลว่า     ความระลึกผิด     หมายถึงสภาพจิตใจที่รับเอาความไม่ดีมาสู่ตน       คือชอบคิดแต่สิ่งที่ไม่ดี
                  สตินั้นมีลักษณะให้รู้ได้  ๒ อย่างคือ ๑  การเตือนใจ  หรือ  ๒.  การรับเอาแต่สิ่งที่ดี
                  ๑.    การเตือนใจ      หมายความว่า    สตินั้นจะเตือนใจว่าสิ่งนั้นดี    สิ่งนั้นไม่ดี      สิ่งนั้นมีประโยชน์     สิ่งนั้นไม่มีประโยชน์     สิ่งนั้นควรทำ     สิ่งนั้นไม่ควรทำ  เป็นต้น    เปรียบเหมือนขุนคลังแก้วคอยทูลเตือนพระเจ้าจักพรรดิ์ให้ทรงทราบอยู่ตลอดเวลาว่า      ในท้องพระคลังมีเงินเท่านั้น         มีทองคำเท่านั้น       มีพลช้าง        พลม้า       พลรถ  พลราบเท่านั้น  เพื่อจะได้ไม่ทรงประมาท        แล้วรับสั่งให้จัดหามาให้พร้อมอยู่เสมอ
                  ๒.    การรับเอาแต่สิ่งที่ดีนั้น       หมายความว่า       สตินั้นจะรับเอาแต่สิ่งที่ดี
เท่านั้นให้เข้ามาสู่ชีวิตจิตใจ    พร้อมกันนั้นจะคอยป้องกันขับไล่สิ่งที่ไม่มีทั้งหลายไม่ให้เข้ามา       
เปรียบเหมือนทหารยามผู้ฉลาดของพระราชา  ห้ามคนร้ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระราชาไม่ให้เข้าไปสู่ประตูพระราชวัง    จะอนุญาตเฉพาะคนที่เป็นคุณเป็นประโยชน์เท่านั้นให้เข้าไป
                  เพราะสติคอยช่วยเตือนใจให้รู้ว่าอะไรดี    อะไรชั่ว    อะไรมีประโยชน์อะไรไม่มีประโยชน์      แล้วให้รับเอาแต่สิ่งที่ดีที่มีประโยชน์เข้ามาสู่ชีวิตจิตใจ     และป้องกันสิ่งที่ไม่ดีไม่มีประโยชน์ให้พ้นไป      จึงเป็นธรรมมีอุปการะมาก    ควรปรารถนาในกิจทุกอย่างในที่ทุกสถาน     และในกาลทุกเมื่อ     สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  จึงทรงสอนว่า  สติ   สพฺพตฺถ   ปตฺภิยา   สติจำปรารถนาในที่ทั้งปวง
                  สตินั้น     บางครั้งเกิดขึ้นเองก็ได้     เช่นนักเรียนบางคนคิดไปโรงเรียน     เรียน     
หนังสือ        และทำการบ้านได้เอง     ไม่ต้องเป็นภาระให้ใครมาเตือนมาบอก     บางครั้งต้องได้รับคำเตือนจึงเกิด เช่น  นักเรียนบางคนต้องให้บิดามารดาเตือนจึงเกิดสติที่จะไปโรงเรียน     เรียนหนังสือ และทำการบ้าน
                  ดังนั้นนักปราชญ์จึงได้สอนวิธีสร้างสติไว้หลายวิธีด้วยกัน   แสดงพอเป็นตัวอย่างดังนี้
                  ความรู้     หมายความว่า     ความรู้วิชาการต่าง ๆ  ช่วยให้เกิดสติระวังตัวได้    เช่นผู้มีความรู้เรื่องไฟฟ้า      ย่อมระวังตัวให้พ้นอันตรายจากไฟฟ้าได้
                  คำเตือน  เช่น  โอวาทต่าง ๆ สุภาษิตต่าง ๆ  ที่มีความหมายเตือนใจในเรื่องนั้น ๆ
                  ทำเครื่องหมาย  เช่น  ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ทางโค้งอันตราย หรือมีคนและสัตว์มักข้ามถนนตรงนั้น ก็จะทำเครื่องหมายบอกเอาไว้
                  บันทึกเหตุการณ์  เช่น เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญ   หรือแม้เกี่ยวกับการศึกษาเล่าเรียนให้จดบันทึกเอาไว้
                  คิดถึงสิ่งที่เหมือนกัน  เช่น จะจำชื่อคน หรือเนื้อหาวิชาต่าง ๆ  ให้คิดถึงว่าคนนั้นมีชื่อเหมือนใครที่เราเคยรู้จัก หรือเนื้อหาวิชานั้น เหมือนหรือคล้ายวิชาอะไรที่เราเคยจำได้เคยเข้าใจ  เป็นต้น
                  สตินั้น  ช่วยให้คนเกิดความตื่นตัวที่จะทำความดี  หลีกหนีความชั่วและภัยอันตรายทั้งทางโลกและทางธรรม  ทางโลกนั้นพึงเห็นตัวอย่าง  เช่น นักเรียนบางคนคิดว่าคนจะได้ดีมีความสุขในภายหน้า  เพราะอาศัยวิชาความรู้ จึงขยันไปโรงเรียน ขยันเรียนหนังสือ  ขยันทำการบ้าน    ขยันช่วยพ่อแม่ทำงานไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  ไม่เที่ยวแต่เสเพล  ส่วนคนหนุ่มสาว คิดถึงความจริงของชีวิตว่า     คนเราสุดท้ายต้องแก่  และต้องเจ็บ  จึงขยันทำงาน  หนักเอาเบาสู้ ไม่อยู่เฉย ได้ทรัพย์สินเงินทองมาก็รู้จักประหยัดและออมเอาไว้ใช้  เมื่อเวลาแก่เฒ่า   และยามเจ็บไข้   อย่างนี้ชื่อว่า  มีสติในทางโลก
                  ส่วนทางธรรมนั้น  พึงเห็นตัวอย่างเช่น เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเห็นคนแก่คนเจ็บ       และคนตายแล้ว เกิดความคิดว่า  พระองค์เองก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ  และ ต้องตายเหมือนกัน จึงทรงเลิกหมกมุ่นเรื่องกามคุณ แล้วเสด็จออกผนวชจนได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้ชื่อว่า   มีสติในทางธรรม
                  สติช่วยให้คนตื่นจากความลุ่มหลงมัวเมา     ความประมาท      ที่ยังเป็นเด็กก็ช่วยเตือนให้เอาใจใส่ศึกษาเล่าเรียน      เป็นหนุ่มสาวก็ช่วยเตือนให้ขยันทำงาน      คนทั่วไปก็ช่วยเตือนให้       ทำความดี     หนีความชั่ว     องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่า       
สติ       โลกสฺมิ       ชาคโร

สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก

ดังได้บรรยายมาด้วยประการฉะนี้ ฯ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘