ทำไมพวกเราต้องนับจำนวนแคลอรี

อะไรที่ทำให้พวกเราอ้วน? โดยปกติแล้วก็คือการรับประทานอาหารที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย อาหารที่รับประมานเข้าไปนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน ซึ่งจะวัดในรูปแบบของจำนวนแคลอรี แคลอรีนี่แหละที่จะทำให้ร่างกายของเราเกิดกระบวนการเผาผลาญขึ้น รวมไปถึงทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆด้วย จำนวนแคลอรีที่มากเกินไปจะถูกเปลี่ยนให้เป็นไขมัน และไขมันก็จะจากไปเป็นเซลล์ไขมันอย่างรวดเร็วเพื่อผลิตเซลลูไลต์ที่ต้นขา เซลลูไลต์บริเวณต้นขาก็คือเนื้อส่วนเกินที่อยู่รอบๆเนื้อขาที่แท้จริง และเซลลูไลต์ก็ยังหมายถึงเนื้อบริเวณก้นที่มากเกินขนาดอีกด้วย ยิ่งกินมากเท่าไร ขนาดของเซลลูไลต์ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

        ปริมาณที่ร่างกายใช้แคลอรีในกิจกรรมบำรุงรักษาเหล่านี้ เรียกว่า ปริมาณพลังงานที่จำเป็นสำหรับการผดุงชีพเมื่อระบบการย่อยทางกายภาพและอารมณ์ อยู่ในระยะพัก หรือ basal metabolic rate (BMR) มันก็คือจำนวนแคลอรีที่ร่างกายจะใช้ในขณะที่นอนพัก หรือภาวะที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ยังคงตื่นอยู่ กิจกรรมที่พวกเราทำต้องการแคลอรีในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั้งนั้น แม้กระทั่งกิจกรรมที่ไม่ค่อยออกแรงเยอะก็ตาม อย่างน้อยที่สุดแคลอรีประมาณ 2 ใน 3 ของ จำนวนแคลอรีทั้งหมดที่พวกเราใช้ในแต่ละวันจะไปเพิ่มพลังให้กับกระบวนการเผา ผลาญขั้นพื้นฐานในร่างกาย

        พวกเราแต่ละคนล้วนมี BMR ที่แตกต่างกันออกไป ปัจจัยมากมายจะทำหน้าที่กำหนด BMR ของเรา รวมไปถึงปริมาณแคลอรีที่ร่างกายของเราต้องการและใช้ คนที่อายุยังน้อยจะต้องการแคลอรีสูงกว่าคนสูงอายุ คนที่เคลื่อนไหวร่างกายมากจะใช้แคลอรีมากกว่าคนที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อย คนที่อดอาหาร ขาดอาหาร หรือแม้แต่ลดน้ำหนัก จะใช้ปริมาณแคลอรีน้อยกว่า คนที่น้ำหนักมากเกินไปจะใช้แคลอรีน้อยกว่าคนที่ผอมบางหรือคนที่มีกล้ามเนื้อ นั่นหมายความว่าคนที่มีน้ำหนักมากเกินไปและคนที่กำลังจะลดน้ำหนักต้องกิน อย่างน้อยๆเพื่อจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

        สองปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดซึ่งพวกเราใช้ควบคุมและกำหนดน้ำหนักของร่าง กายก็คือ การบริโภคแคลอรี และกิจกรรมที่ทำให้เราเคลื่อนไหวอวัยวะ ตัวอย่างเช่น ชายคนหนึ่งมีน้ำหนัก 150 ปอนด์ และงานของเขาเป็นงานเป็นงานที่จะต้องนั่งอยู่กับที่ เช่น พนักงานคอมพิวเตอร์ ชายคนนี้ต้องการแคลอรีประมาณ 1,600 แคลอรีสำหรับกระบวนการเผาผลาญขั้นพื้นฐาน และอีก 800 แคลอรี สำหรับกิจกรรมทางร่างกายในแต่ละวัน เขาจะต้องบริโภคจำนวนแคลอรีทั้งหมดรวม 2,400 แคลอรีต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักของเขาไว้ น้ำหนักที่เขาได้รับสามารถมาจากสองปัจจัย 1. ถ้าเขารับประทานมากกว่า 2,400 แคลอรี จำนวนแคลอรีทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นจะเปลี่ยนไปเป็นไขมันแทน และเขาก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 2. ถ้าร่างกายของเขาเคลื่อนไหวน้อยกว่าที่เป็นอยู่ เขาจะใช้แคลอรีน้อยกว่าเดิมและส่วนที่เกินมานั้นจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น ไขมัน เพราะฉะนั้น ชายคนนี้สามารถลดน้ำหนักได้ 2 วิธี 1. ถ้าเขาบริโภคอาหารเข้าไปในปริมาณที่ไม่ถึง 2,400 แคลอรี ร่างกายของเขาก็จะผลิตแคลอรีจากเนื้อเยื่อที่มีการสะสมของไขมันสูง 2. ถ้าเขาออกกำลังกาย ร่างกายของเขาก็จะใช้ขั้นไขมันของเขาในการเพิ่มพลังงานเวลาที่ระดับการ เคลื่อนไหวของร่างกายที่มีมากขึ้น

        การเพิ่มจำนวนแคลอรีอย่างมีประโยชน์ต่อสุขภาพจะมีอยู่หลากหลายวิธี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับคนแต่ละคนในการใช้ระดับการเคลื่อนไหวของร่างกายและขึ้น อยู่กับว่าเป็นชายหรือเป็นหญิง ผู้ชายที่ทำงานและมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวอย่างพอเหมาะ เช่น งานจำพวกยาม ภารโรง คนดูแลบ้าน ฯลฯ ต้องการจำนวนแคลอรีประมาณ 2,600-2,800 แคลอรีต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักของเขาไว้ สำหรับงานที่หนัก เช่น งานก่อสร้าง ต้องการจำนวนแคลอรีประมาณ 2,800-3,200 แคลอรีต่อวัน ผู้ชายที่มีรูปร่างมาตรฐานต้องการจำนวนแคลอรีประมาณ 2,200-3,200 แคลอรีต่อวัน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เขาทำ สำหรับผู้หญิง โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงจะมีรูปร่างและกล้ามเนื้อเล็กกว่าผู้ชาย ดังนั้นผู้หญิงจึงต้องการจำนวนแคลอรีในอัตราส่วนทีน้อยกว่าด้วย คือ 2,000-2,800 แคลอรี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘