การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ( Stem Cell )

เซลล์ต้นกำเนิดโลหิต คืออะไร? เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) คืออะไร

    เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) เป็นเซลล์ตัวอ่อนของโลหิต โดยจะเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง (ทำหน้าที่นำอ๊อกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย) เม็ดโลหิตขาว(ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค) และเกล็ดโลหิต (เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว) ซึ่งนอกจากจะเจริญเติบโตเป็นเม็ดโลหิตหลายชนิดแล้ว สเต็มเซลล์ยังสามารถให้กำเนิดตัวเองได้ตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว ทำให้สเต็มเซลล์ไม่มีวันหมดไปจากร่างกาย เราจึงสามารถบริจาคสเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วยโดยที่สเต็มเซลล์ของผู้บริจาค สามารถสร้างขึ้นทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่าย Stem Cell

    โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (เป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น)
    โลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ
    มะเร็งเม็ดโลหิตขาวเฉียบพลัน / เรื้อรัง
    มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    มะเร็งกระดูก Myeloma
    มะเร็งเต้านม
    มะเร็งรังไข่
    มะเร็งปอด

แสดงความจำนงบริจาค

    การแสดงความจำนงเป็นผู้บริจาค Stem cell 

    1. คุณสมบัติผู้ที่ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

    - อายุ 18-50 ปี
    - มีสุขภาพแข็งแรง
    - ไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อร้ายแรง และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง

    2. ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาค Stem Cell 

    2.1 สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตอยู่แล้ว

    - แจ้งความจำนงลงทะเบียนพร้อมกับการบริจาคโลหิตปกติ ตรวจวัดความดัน ความเข้มข้นโลหิต และรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิตที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียน (ขั้นตอนหมายเลข 3)
    อย่าลืม!!! ย้ำกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าขอลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
    - กรอกรายละเอียดเพื่อแสดงความยินยอมเป็นผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

    2.2 สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยบริจาคโลหิต

    - แจ้งความจำนงลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธก่อนที่จะไปห้องเก็บตัวอย่างโลหิต

    3. การเก็บโลหิตตัวอย่าง

    - ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะเก็บโลหิตตัวอย่างประมาณ 20 ml. (c.c.) เพื่อนำไปตรวจลักษณะเนื้อเยื่อ (HLA หรือ Tissue typing) และเก็บเป็นฐานข้อมูล (database) ไว้ เมื่ออาสาสมัครฯ มีลักษณะเนื้อเยื่อ HLA เข้ากันได้กับผู้ป่วยแล้ว ทางศูนย์ฯ จะเชิญอาสาสมัครมาบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ในภายหลัง ซึ่งโอกาสที่ลักษณะเนื้อเยื่อของผู้ป่วยและอาสาสมัครฯ จะตรงกันมีเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น

วิธีการบริจาค Stem Cell

    1. การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางหลอดโลหิตดำ (Peripheral Blood Stem Cell Donation) 

    วิธีการนี้ใช้เวลาทั้งหมด 6-7 วัน ซึ่งต้องมาต่อเนื่องกัน โดยเริ่มจาก

    ขั้นแรก ฉีดยา G-CSF 4 วัน เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ออกจากไขกระดูก (Bone Marrow) มากระจายตัวในกระแสโลหิตให้มากพอ ที่ต้องฉีดยาชนิดนี้ก่อน เพราะว่า โดยปกติในกระแสโลหิตจะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) อยู่น้อยมาก จึงต้องมีการเตรียมตัวก่อนเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาค

    ขั้นต่อไป จะเข้าสู่กระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งใช้เวลา 2-3 วัน และแต่ละวันใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยแทงเข็มที่หลอดโลหิตดำบริเวณข้อพับแขน (Vein) ให้โลหิตไหลเข้าสู่เครื่อง Automated Blood Cell Separator เพื่อแยกเก็บเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต กระบวนการนี้คล้ายกับวิธีการเก็บเกล็ดโลหิต (platelet) หรือน้ำเหลือง (Plasma) ซึ่งจะเก็บปริมาณเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ป่วย

    2. การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางไขกระดูก (Bone Marrow Donation) 

    เป็นกระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากโพรงไขกระดูก โดยใช้เข็มพิเศษเจาะเก็บจากบริเวณสะโพกด้านหลัง โดยผู้บริจาคจะได้รับการดมยาสลบ กระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวด เร็ว ผู้บริจาคสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น และควรพักฟื้นร่างกายประมาณ 5 - 7 วัน

    ผู้บริจาคจะได้บริจาควิธีการแบบใด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริจาคด้วย

ปฏิทินเวลารับบริจาคโลหิต

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘