ข้อสังเกตเกี่ยวกับการขายหุ้นจำนวนมากของเจ้าของหุ้นให้กับนักลงทุนรายใหญ่

จากการที่มีผู้แนะนำหุ้น MCS ซึ่งในเบื้องต้นผมพบว่าเป็นหุ้นที่น่าลงทุน ดังได้บ่นเอาไว้ในโพสต์ก่อน (ที่นี่) ในระหว่างการชำแหละงบการเงินย้อนหลังไปตั้งแต่เริ่มเข้าตลาดในปี 2005 ซึ่งเป็นงานที่ใช้เวลามากนี้ ผมก็ได้เข้าไปเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาของ MCS โดยเข้าไปอ่านเว็บบอร์ดร้อยคนร้อยหุ้น MCS ที่ ThaiVI.org ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมาก ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ เมื่อกิจการเติบโตได้ระดับหนึ่งแล้วจะมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นของเจ้าของ เดิมเพื่อกระจายไปยังนักลงทุนรายใหญ่อื่น ๆ ในกรณีของ MCS เจ้าของเดิมคือ ดร.ไนยวน ชิ (และครอบครัว) ได้ทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 2007 โดยกระจายหุ้นให้แก่นักลงทุนรายใหญ่เข้ามาซื้อลงทุนจน เหลือสัดส่วนเพียงประมาณ 20% ในปัจจุบัน ช่วงแรก ๆ ของการลดสัดส่วนการถือหุ้น นักลงทุนจำนวนมากมีความเคลือบแคลงการกระทำของเจ้าของเดิมอย่างมาก แต่ในที่สุดผลที่ตามมาจากการทยอยกระจายหุ้น ได้ทำให้ราคาหุ้นเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน ในขณะนี้มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปได้แก่
  • J.P. MORGAN BANK LUXEMBOURG S.A. LEND ประมาณ 10 ล้านหุ้น (2.00%)
  • นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล  หรือเสี่ยปู่  7 ล้านหุ้น (1.40%)
  • CITIBANK NOMINEES SINGAPORE PTE LTD-UBS AG LONDON BRANCH-NRB ประมาณ 3.7 ล้านหุ้น (0.73%)
  • J.P. MORGAN MARKETS LIMITED-CUSTOMER REG. ACCOUNT ประมาณ 2.6 ล้านหุ้น (0.53%)
เมื่อ เข้าไปดูความเป็นมาของหุ้น MCS ทำให้ผมนึกถึงกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นกันหุ้น IVL คือ มีการเอาหุ้น IRP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ IVL ออกจากตลาดหลักทรัพย์ แล้วเอาตัว IVL เองเข้าตลาดแทน ตามมาด้วยการลดสัดส่วนของเจ้าของเดิมและครอบครัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 66% เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนระแวงสงสัยเจ้าของเดิมเป็นอย่างมาก จนทำให้เกิดการพักฐานของราคาหุ้นค่อนข้างมาก ในปัจจุบันการพักฐานของ IVL เกือบจะเสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อเข้าไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่รับการกระจายหุ้นมาจากเจ้าของเดิม แล้ว ผมคิดว่าความเป็นไปของ IVL น่าจะมีลักษณะคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นกับ MCS ดังได้กล่าวมาแล้ว ข้างล่างเป็นรายชื่อและสัดส่วนการลงทุนของถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป
  • ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประมาณ 230 ล้านหุ้น (4.78%)
  • HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD ประมาณ 59 ล้านหุ้น (1.22%)
  • CHASE NOMINEES LIMITED ประมาณ 49 ล้านหุ้น (1.02%)
         หากเราใช้ประวัติศาสตร์เป็นแนวทางเช่นเดียวกันกับกรณีของ MCS ผมคิดว่าราคาหุ้น IVL น่าจะวิ่งได้ต่อเนื่องยาวนานเช่นเดียวกันครับ ที่กล่าวมาแล้วนั้นอิงพฤติกรรมของมนุษย์ล้วน ๆ ครับ ยังไม่ได้เจาะดูปัจจัยพื้นฐานที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง IVL เลย ผมจะชำแหละงบการเงินของ IVL เป็นคิวถัดไปจาก MCS ครับ (ขณะนี้มีไฟล์งบการเงินของ IVL ครบแล้ว)

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร