[452] ศัพท์:- จำให้ได้ – นึกให้ออก - เดาให้ถูก

สวัสดีครับ
บางท่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ Blog นี้อาจจะรู้สึกเบื่อที่ผมเอาแต่พูดซ้ำซากว่าต้องรู้ศัพท์เยอะ ๆ พูดครั้งเดียวก็รู้เรื่องแล้ว ทำไมต้องพูดกันบ่อยให้เกะกะหน้าจอ ช่างน่ารำคาญจริง ๆ
ขอนุญาตให้ผมทำความรำคาญให้แก่ท่านอีกสัก 1 ครั้งเถอะครับ

ทุก คนที่เรียนภาษาอังกฤษ อยากอ่านรู้เรื่อง – ฟังรู้เรื่อง – พูดได้ – เขียนได้ แล้วจะเอาอะไรมาฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ล่ะครับ ก็ต้องเอาศัพท์ และ grammar นั่นแหละครับมาใช้ ถ้าไม่รู้ศัพท์-ไม่รู้ grammar ก็อ่านไม่รู้เรื่อง-ฟังไม่รู้เรื่อง หรือรู้น้อย, ส่วนเมื่อถึงเวลาที่จะพูดหรือเขียน ก็ต้องเอาศัพท์หรือ grammar อีกนั่นแหละมาใช้ ผมขอเปรียบง่าย ๆ อย่างนี้แล้วกันครับ ถ้าท่านจะแกงส้มสักหนึ่งหม้อ ศัพท์ทั้งหลายก็เหมือนเครื่องแกง ไม่มีเครื่องแกงจะแกงได้ยังไง ไม่รู้ศัพท์จะเอาอะไรล่ะครับมาพูดเพื่อสื่อความ

และเมื่อมีเครื่อง แกงแล้วจะแกงยังไงล่ะครับให้มันอร่อย ก็ต้องแกงตามสูตรที่คนทั่วไปยอมรับว่าอร่อย ไม่ใช่แกงเสร็จแล้วคนชิมถามว่า ‘นี่มันแกงส้มแน่นะ?’ ถ้าสูตรการปรุงเรียกว่า ‘ตำรับปรุงอาหาร’ การปรุงคำพูดให้คนฟังรู้เรื่อง หรือการปรุงข้อเขียนให้คนอ่านรู้เรื่อง ก็ต้องมีสูตรเช่นเดียวกัน และคงจะต้องมีหลายสูตรซะด้วย แต่สูตรพื้นฐานที่สุดมีชื่อที่หลายคนเรียกด้วยความรังเกียจว่า ‘แกรมมาร์’

อัน ที่จริงเราก็ไม่ต้องรู้ลึกซึ้งหรอกครับ แค่พอรู้แกรมมาร์พื้นฐานและศัพท์พื้นฐาน ก็สามารถฟัง-พูด-อ่าน-เขียนได้ บางทีเดาบ้างมั่วบ้างก็พอถูไถไปได้ ก็ไม่เห็นจะต้องรู้ครบ 100 % นี่ครับ

สิ่ง ที่ผมแปลกใจเอามาก ๆ ก็คือ ตั้งแต่ผมเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก มีครูน้อยคนมาก ที่สอนหลักการเดาให้ใกล้เคียงความจริงที่สุด หรือแทบไม่มีครูท่านใดเลยที่สอนหลักการมั่วให้ผิดน้อยที่สุด (ที่พูดเช่นนี้พูดตามเนื้อผ้านะครับ มิได้รู้สึกต่อว่าอาจารย์แม้แต่นิดเดียว) แต่เมื่อโตขึ้นและต้องศึกษาภาษาอังกฤษเพื่อใช้งาน ผมถึงได้รู้ว่าการมั่วและการเดา (ภาษาวิชาการน่าจะใช้คำว่า ‘การสันนิษฐาน’ หรือ ‘การสังเกต’) จำเป็นมาก จำเป็นมากกว่า จนถึงจำเป็นมากที่สุด เพราะเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ใครมันจะรู้ศัพท์หมดทุกตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งศัพท์เฉพาะสาขาวิชาหรือที่เขาเรียกกันว่า technical term

ก็เหลือวิธีเดียวเท่านั้นแหละครับที่จะให้รู้ศัพท์ได้ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้มาก่อน คือ เดา
จาก ประสบการณ์ผมรู้สึกว่า คำว่า ‘เดา’ เป็นคำที่คนดูถูกมากเกินไป เหมือนเป็นวิธีการเรียนภาษาอังกฤษที่น่าเหยียดหยาม พอจะเดาก็กลัวผิดก็เลยใช้วิธีที่ sure กว่าคือเปิดดิก จะได้ ‘ไม่ผิด’ หรือถ้าขี้เกียจเปิดดิกก็ยอมที่จะ ‘ไม่รู้’ แต่ก็ไม่ยอมเดา เพื่อที่จะได้ ‘ไม่ผิด’ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริง ๆ

ถ้าท่านอนุญาตให้ผม ‘เดา’ ผมก็เดาว่าในสมองของคนเรา ก้อนสมองส่วนที่ทำหน้าที่เดา น่าจะเป็นสมองคนละก้อนกับส่วนที่ทำหน้าที่จำ (remember) และรำลึก (recall) การจะจำศัพท์ให้ได้เพื่อให้เข้าใจเวลาอ่านหรือฟัง และใช้เป็นเวลาพูดหรือเขียน จะต้องช่วยกันหลาย ๆ แรงครับ ทั้งจำให้ได้ – นึกให้ออก – และเดาให้ใกล้เคียง หัดเดาบ่อยมากเท่าไหร่ ก็จะเดาได้ใกล้เคียงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

จำให้ได้ – นึกให้ออก – และเดาให้ใกล้เคียง ถ้าทำงานเป็น 3 เกลออย่างนี้ สบายครับ ถ้าขืนทำงานแค่ 2 คือจำกับนึก แต่ไม่ยอมออกแรงเดา ไปได้ช้าครับ
‘เดา’ แม้อาจจะผิด แต่ก็มีโอกาสถูก ยิ่งเดาบ่อยโอกาสถูกยิ่งมีมาก, ไม่เดา – ไม่ผิด – แต่ก็ไม่รู้ ฉะนั้น เดาดีกว่าครับ

และ จะเดากันยังไงล่ะ ผู้ที่สอนเรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ผมเคบอ่านพบมา คือ อาจารย์ Terry Fredrickson — แห่งหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ผมคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ลิงค์นี้ครับ [71] เดาศัพท์จากเรื่องที่อ่าน-เดายังไง?

จริง ๆ แล้ว วันนี้ผมต้องการพูดสั้น ๆนิดดียวแหละครับ แต่ขอพูดดัง ๆ และพูดบ่อย ๆ ว่า ‘ต้องจำให้ได้ – นึกให้ออก – และเดาให้ถูก ไปตามลำดับ จากง่ายไปยาก’
ถ้า เราจำศัพท์ชั้นอนุบาลได้ ถึงเวลาขึ้นเรียนชั้นประถมและเจอศัพท์ใหม่ ก็พอจะเดาได้เพราะศัพท์ที่ตุนจำไว้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลเป็นตัวช่วยที่ดีในการ เดา ถ้าเราทำตาม step เช่นนี้ไปไม่หยุด เราก็จะรู้ศัพท์มากขึ้นเรื่อย ๆ ไล่ไปตามลำดับ ตั้งแต่ชั้น อนุบาล – ประถม – มัธยม ไปจนถึง มหาวิทยาลัย

ท่าน ที่เข้า Blog นี้บ่อย ๆ จะสังเกตได้ว่า ผมเอาคำศัพท์ที่มีความง่าย – ยาก ลดหลั่นกันไปตามลำดับมาเสนอให้ท่านเลือกเล่นกับมัน และที่เน้นมากคือศัพท์พื้นฐาน เพราะเชื่อว่าศัพท์พื้นฐานจะเป็นบันไดให้เราสามารถเดาศัพท์ในระดับที่สูง ขึ้นไปได้ ท่านพยายามสักระยะหนึ่ง ไม่นานนักก็จะถึงวันหนึ่งที่ท่านจะอ่าน Bangkok Post ได้รู้เรื่องคล้าย ๆ กับอ่านไทยรัฐ เวลาที่ท่านอ่านไทยรัฐแม้บางครั้งไม่รู้ศัพท์บางคำ ท่านก็ไม่ต้องเปืดพจนานุกรมเพราะท่านเดาเอาได้ ในทำนองเดียวกัน ถ้าท่านหัดเดาไปเรื่อย ๆ จนชำนาญ เมื่ออ่าน Bangkok Post แล้วไม่รู้ศัพท์บางคำ ท่านก็อาจจะไม่ต้องปิดดิกชันนารี เพราะท่านเดาเอาได้

สรุป สูตรในการเอาชนะศัพท์ให้ได้ ก็คือ
1. จำให้ได้ – พยายามจำศํพท์พื้นฐานให้ได้ Start from where we are, เหมือนขึ้นบันได ก็ต้องก้าวขึ้นไปจากขั้นที่เราเอาเท้าวางอยู่ อย่าก้าวผิดขั้น อย่าก้าวข้ามขั้น
2. นึกให้ออก – ศัพท์ตัวที่เคยเห็นหน้ามาแล้ว ถ้าเจออีกครั้งแต่นึกไม่ออก จะต้องหัดนึกทั้ง ๆ ที่นึกไม่ค่อยออกนั่นแหละครับ ท่านเคยเป็นอย่างนี้ไหมครับ เจอหน้าคนรู้จักคนหนึ่ง นึกชื่อเขาอยู่พักใหญ่ นึกยังไงก็นึกไม่ออก ก็เลยคิด ‘ช่างมัน! นึกไม่ออกก็ไม่นึกก็ได้วะ’ แต่บางที 3 ชั่วโมงต่อมา ชื่อของคน ๆ นั้นก็ผุดขึ้นมาเองในสมอง นี่แสดงว่าเมื่อเรา start เครื่องในสมองเพื่อนึก แต่นึกไม่ออกในทันที เลยปลงใจเลิกนึก แต่เครื่องนึกในสมองก็ยังคงทำงานของมันเองไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะ มันก็นึกของมันออกได้เอง การพยายามนึกชื่อคนได้ผลเช่นไร การพยายามนึกคำศัพท์ก็ได้ผลเช่นนั้น
3. เดาให้ถูก - เมื่อติดศัพท์ให้พยายามเดาตามหลักเกณฑ์ที่อาจารย์ Terry Fredrickson อธิบายไว้ที่ลิงค์นี้ [71] เดาศัพท์จากเรื่องที่อ่าน-เดายังไง? บวกกับการเดาโดยอิงศัพท์พื้นฐานที่พยายามจำให้ได้ นึกให้ออก

มี หลายคนพูดว่า เมื่ออายุมากขึ้นคนเราก็จำอะไรได้น้อยลง แต่ผมอยากจะแย้งนิดนึงว่า มันก็ขึ้นอยู่กับว่า เราออกกำลังสมองอยู่เสมอหรือเปล่า ถ้าเราเอาคำศัพท์มาเป็นเครื่องบริหารเพื่อออกกำลังสมองอยู่เสมอ สมองของเราก็จะไม่แก่ง่าย สามารถที่จะ จำได้ – นึกออก – เดาถูก ไม่เป็นโรคขี้หลงขึ้ลืมง่าย ๆ ครับ
การออกกำลังสมองด้วยการ จำ-นึก-เดา ศัพท์อยู่เสมอ นอกจากได้ภาษาอังกฤษที่แข็งแรงแล้ว ยังได้สมองที่แข็งแรงอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘